ตามทันเกษตร : เลี้ยงหมูหลุม

วันที่ 8 ส.ค. 2012 เวลา 18:01 น.

It's converting video.

วิธีนี้เป็นของ กลุ่มปศุสัตว์อินทรีย์เจดีย์หลวง แนะนำให้สมาชิกลดต้นทุน ตั้งแต่สร้างคอกเลี้ยง ใช้ไม้ไผ่ทำโครง และมุงหลังคาด้วยจากหรือแฝก พื้นคอกขุดเป็นหลุมสี่เหลี่ยมลึกลงไปอย่างน้อย 1 เมตร กว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร ใช้เลี้ยงหมูขุนได้หลุมละ 2 ตัวต่อรุ่น ลงทุนค่าวัสดุ 2,000 – 3,000 บาท ส่วนวัสดุปูพื้นคอก ใช้แกลบดิบและดินแดง ทำเป็น 3 ชั้น ชั้นละ 30 เซนติเมตร โรยใบไผ่ ให้เกิดเชื้อราขาว ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยสลายมูลหมู โรยเกลือ เปลือกไข่ดิบ และผสมน้ำจุลินทรีย์ EM 2 ฝา กับน้ำ 20 ลิตร ราดให้ทั่ว ทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ ก็ปล่อยลูกหมูที่หย่านมแล้วลงเลี้ยง เปลือกไข่ดิบที่ใช้มีประโยชน์ เพราะมีแคลเซียมสูง ทำให้ลูกหมูได้รับธาตุอาหารรองด้วย ถ้าสังเกตว่าพื้นคอกแฉะมาก จะโรยแกลบดิบให้ทั่วและใช้จุลินทรีย์ EM ผสมน้ำราดพื้นคอก เพื่อลดกลิ่นเหม็น

นอกจากนี้ ยังผลิตอาหารใช้เอง โดยใช้สูตรของกรมปศุสัตว์ ได้แก่ ข้าวโพดบด, รำละเอียด, กากถั่วเหลือง, ปลาป่น, ไดแคลเซียมฟอสเฟต พรีมิกซ์ นำมาผสมให้เข้ากัน สูตรนี้มีโปรตีน 15 เปอร์เซ็นต์ ถ้าผสมเองจะมีต้นทุนกิโลกรัมละ 12-13 บาท ถูกกว่าท้องตลาด 5-6 บาท เหมาะสำหรับหมูขุนที่มีน้ำหนักตัว 60 - 100 กิโลกรัม สามารถให้ควบคู่กับอาหารธรรมชาติที่ผลิตได้เอง หมูขุนจะได้รับสารอาหารเพียงพอ

การเลี้ยงหมูหลุมในลักษณะนี้ หมูที่เลี้ยงขุนเติบโตได้ดีไม่แพ้ระบบที่เลี้ยงในฟาร์ม ถึงแม้จะเลี้ยงในชุมชนก็ไม่มีปัญหากลิ่นรบกวน ที่สำคัญต้นทุนก็ไม่สูงด้วย


Tag: ตามทันเกษตร 08 ส. ค. 55   หมูหลุมกึ่งพัฒนา   เชียงราย 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน เหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1 ประกาศเกียรติคุณ และเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิตครบ 36 ครั้ง และ 108 ครั้ง

เวลา 14.43 น.วันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในการพระราชทานประกาศเกียรติคุณและเข็มที่ระลึกผู้บริจาคโลหิตแด่พระภิกษุ 12 รูป, พระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1 แก่ผู้บริจาคโลหิตครบ 100 ครั้ง และผู้ทำคุณประโยชน์แก่สภากาชาดไทย 7 ราย, พระราชทานประกาศเกียรติคุณแก่สถาบันที่สนับสนุนการบริจาคโลหิตและพระราชทานเข็มที่ระลึกฯ แก่ผู้บริจาคโลหิตครบ 36 ครั้ง และ 108 ครั้ง จำนวน585 ราย ซึ่งเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 3 ได้แก่ ชลบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ตราดปราจีนบุรี ระยอง และสระแก้ว จัดขึ้นประจำปี 2555-2556 เพื่อแสดงความขอบคุณและยกย่องเชิดชูเกียรติผู้สนับสนุการบริจาคโลหิต โดยเฉพาะผู้บริจาคโลหิต ซึ่งเป็นผู้มีจิตศรัทธาสละโลหิตในร่างกายของตนเองเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ผู้เจ็บป่วย โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน สภากาชาดไทย ได้เริ่มงานบริการโลหิตเมื่อปี 2495 มีภารกิจหลักในการจัดหาโลหิตให้มีปริมาณเพียงพอ มีคุณภาพปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้ป่วยทั่วประเทศปัจจุบันตั้งเป้าจัดหาโลหิตทั่วประเทศปีละกว่า 1 ล้าน 9 แสนยูนิต โดยกรุงเทพมหานครต้องจัดหาให้ได้ปีละ 600,000 ยูนิต และส่วนภูมิภาค ต้องจัดหาให้ได้ปีละ 1,350,000ยูนิต ซึ่งแต่ละปีมีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคโลหิตเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีปริมาณโลหิตเพียงพอแก่ผู้ป่วยทั่วประเทศ