สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ดังนี้

วันที่ 11 ก.พ. 2559 เวลา 20:01 น.

Views

ค่ำวานนี้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงงานผลิตน้ำมันจากเมล็ดชาและพืชน้ำมัน ทอดพระเนตรห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพใหม่ ซึ่งปรับปรุงให้มีความทันสมัย และเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจวิเคราะห์คุณภาพเมล็ดชาน้ำมันได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว จากเดิมวิเคราะห์ได้วันละ 2 ตัวอย่าง ปัจจุบันได้วันละ 4 ตัวอย่าง นอกจากนี้มีแผนปรับปรุงโรงงาน และขยายกำลังการผลิต เพื่อรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นทุกปี ในการนี้พระราชทานพระราชวโรกาสให้อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายใบสำคัญการขึ้นทะเบียน ทีซาโปนิน สารกำจัดหอยเชอรี่ในนาข้าวที่ได้จากกระบวนการผลิตน้ำมันเมล็ดชา ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม และยังสามารถใช้ควบคุมศัตรูพืชได้ดี โรงงานแห่งนี้ ยังมีส่วนผลิตผลิตภัณฑ์จากกากวัตถุดิบที่เหลือ เพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจากทุกส่วนของพืช และได้พระราชทานพระราชดำริให้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมันแห่งนี้เป็นโรงงานต้นแบบที่สามารถเข้าชมได้ทุกจุด สามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากพื้นที่ทั้งหมด
และเต็มประสิทธิภาพตลอดทั้งปี มีขั้นตอนที่เข้าใจง่าย สะอาด คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เป็นทั้งจุดท่องเที่ยว และแหล่งให้ความรู้เกี่ยวกับพืชน้ำมัน  ปัจจุบันมีผู้เข้าชมและมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการขยายและบริการให้กับชุมชนในอำเภอแม่สายและพื้นที่ใกล้เคียง 

โอกาสนี้ทรงประกอบอาหารเมนู "เต้าหู้ทรงเครื่อง" ทรงใช้น้ำมันเมล็ดชาผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิชัยพัฒนา ภายใต้เครื่องหมาย "ภัทรพัฒน์" เป็นส่วนประกอบสำคัญเนื่องจากน้ำมันเมล็ดชามีไขมันดี ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ดีต่อสุขภาพของผู้ที่มีนำ้หนักเกิน ผู้สูงอายุและผู้ใส่ใจสุขภาพ ทนความร้อนได้สูงถึง 252 องศาเซลเซียส จึงใช้ได้ทั้งการผัด ทอด และทำน้ำสลัด  เมื่อเสร็จแล้ว ได้พระราชทานให้แก่เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พร้อมกันนี้ จะได้นำไปจัดทำเป็นเมนูอาหารพระราชทาน ของร้านเมล็ดชาต่อไป

เวลา 09.09 น.วันนี้ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ซึ่งกองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดถวายไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชนัตถ์ปิยะอุย บ้านเจดีย์ทอง อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ทรงติดตามผลการดำเนินงานของโรงเรียนฯ ที่เปิดสอนตั้งแต่ปี 2517 ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 99 คน นอกจากนี้ ยังดำเนินกิจกรรมในโครงการตามพระราชดำริ ครบทั้ง 8 โครงการ อาทิ โครงการส่งเสริมคุณภาพการศึกษา ผลการประเมินการสอบโอเน็ตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2557 ได้คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับจังหวัดและประเทศทุกลุ่มสาระ เนื่องจากครูมีวุฒิการศึกษาไม่ตรงกับกลุ่มการเรียนรู้และไม่จบปริญญาตรี จึงมีการสอนเสริมหลังเลิกเรียน และทดสอบทำข้อสอบเก่าให้กับนักเรียน, โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันส่งเสริมการปลูกผัก เลี้ยงสุกร ปลา ไก่ไข่ ไก่เนื้อ ผลผลิตที่ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากพื้นที่การเพาะปลูกมีน้อยและปริมาณไม่เพียงพอ กรมชลประทานจึงได้ก่อสร้างฝายห้วยกุ๊ก มีท่อส่งน้ำความยาว 5.6 กิโลเมตร และฝายห้วยปอ ท่อส่งน้ำความยาว 3.3 กิโลเมตร เพื่อส่งน้ำไว้ใช้ในโรงเรียนฯ และส่งน้ำให้ราษฎรบ้านเจดีย์ทองใช้อุปโภคบริโภคและทำการเกษตร จำนวน 700 ไร่ ได้ตลอดปี ส่วนโครงการฝึกอาชีพมีปราชญ์ชาวบ้านและอาจารย์จากวิทยาลัยการอาชีพเทิง มาสอนการทำไม้กวาดจากหญ้าก๋ง ซึ่งที่มีมากในท้องถิ่นไว้ใช้ในโรงเรียนฯ รวมทั้งการทำพวงกุญแจและการเย็บปักผ้าลายม้ง เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาของท้องถิ่น

เวลา 11.39 น.เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านฟ้าไทยงาม ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น ทรงติดตามการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในท้องถิ่นห่างไกล ศูนย์การเรียนแห่งนี้ตั้งขึ้นเมื่อปี 2557 เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาตามความต้องการของราษฎร 4 หมู่บ้าน คือ บ้านร่มโพธิ์เงิน, บ้านร่มฟ้าหลวง, บ้านฟ้าไทยงาม และบ้านร่มฟ้าผาหม่นบ้านร่มฟ้าสยามเนื่องจากเดิมเด็กในพื้นที่ดังกล่าวต้องไปศึกษายังโรงเรียนบรรพตวิทยา ซึ่งอยู่ห่างถึง 14 กิโลเมตร ในปีการศึกษา 2558 เปิดสอนระดับปฐมวัยถึงประถมศึกษาปีที่ 5 มีนักเรียน 79 คน ในจำนวนนี้มีเด็กที่ยังไม่ได้รับสัญชาติ 2 คน และอยู่ระหว่างดำเนินการของกรมการปกครอง 5 คน นักเรียนทั้งหมดเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ทำให้การเรียนการสอนยังประสบปัญหาด้านการสื่อสาร การใช้ภาษา ซึ่งได้มีการจัดสอนตามโครงการอ่านออกเขียนได้ เน้นการสะกด และเขียนคำที่ถูกต้อง ด้านสุขภาพอนามัยนักเรียนยังมีภาวะทุพโภชนาการ โดยมีภาวะคอพอก เนื่องจากผู้ปกครองยังมีความเชื่อ และค่านิยมทางวัฒนธรรมประเพณีชนเผ่า จึงส่งเสริมให้นักเรียนบริโภคพืชผัก และโปรตีน จากโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ที่ได้ปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ผล เลี้ยงไก่ และปลา สำหรับประกอบเลี้ยง แต่ยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เนื่องจากเป็นพื้นที่สูงเชิงไหล่เขา ซึ่งกรมชลประทานร่วมกับสำนักงาน กปร. สนองพระราชดำริปรับปรุงฝายบ้านฟ้าไทยงาม 2 แห่ง พร้อมท่อส่งน้ำ และถังเก็บน้ำ เพื่อช่วยเหลือด้านการเกษตรและเพื่อการอุปโภคบริโภคภายในโรงเรียน และในหมู่บ้าน นอกจากนี้กรมป่าไม้ ยังได้เข้าไปส่งเสริมให้ราษฎรร่วมกันอนุรักษ์ป่าต้นน้ำด้วย

เวลา 14.47 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานโครงการพระราชดำริ ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเจ้าพ่อหลวงอุปภัมถ์ 4 บ้านหัวแม่คำ ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง ซึ่งตั้งอยู่บนไหล่เขาที่เป็นพรมแดนระหว่างไทย-เมียนมา สังกัดกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 3 ปัจจุบันเปิดสอนชั้นอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 163 คน เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าลีซอ และอาข่า จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนมีผลการเรียนที่ต้องปรับปรุงในทุกกลุ่มสาระวิชา เนื่องจากครูส่วนใหญ่มีวุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี และไม่ตรงตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนจึงได้จัดทำคู่มือและแผนการเรียนรู้ในกลุ่มภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษแก่ครู จัดสอนเสริมแก่นักเรียน และให้นักเรียนเข้าโครงการอ่านออกเขียนได้รวม 54 คน สอบผ่าน 23 คน ส่วนที่ยังไม่ผ่านให้เข้าโครงการซ้ำเพื่อซ่อมเสริมต่อไปในการนี้ ทอดพระเนตรโครงการฝึกอาชีพประดิษฐ์ดอกบัวตอง ดอกฝิ่น พวงกุญแจ จากเปลือกข้าวโพด กิ่งโมก และเศษผ้า และสอนการตัดผมชาย โดยวิทยาลัยอาชีวเชียงรายส่วนการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของมูลนิธิพุทธรักษา เน้นให้เด็กชั้นอนุบาลเรียนรู้โต้ตอบในชั่วโมงภาษาอังกฤษ ด้วยภาษาอังกฤษอย่างเดียวเพื่อให้คุ้นชินกับภาษา และให้เป็นโรงเรียนนำร่องในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่เป็นมาตรฐานในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน  นอกจากนี้ ยังส่งเสริมโครงการอ่านออกเขียนได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านภาษาไทย ให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ถึง 6, ด้านการส่งเสริมสุขอนามัย ไม่พบภาวะคอพอก แต่ตรวจพบโรคหนอนพยาธิในนักเรียน 16 คน ได้ให้ยาถ่ายพยาธิ และแนะนำการปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติ 10 ประการ  พร้อมกันนี้มูลนิธิเพื่อการวิจัยและพัฒนาระบบยา ได้สนองพระราชปณิธานในการส่งเสริมสุขภาพเด็ก โดยจัดทำโครงการตู้ยาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 สำหรับพระราชทานแก่โรงเรียนที่ขาดแคลนในถิ่นทุรกันดาร จำนวน 360 แห่ง ประกอบด้วย ยาและเวชภัณฑ์คู่มือแนวทางการรักษา รวมทั้งจัดอบรมครูด้านการใช้ยา จัดยาเบื้องต้น, ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน เพิ่มทักษะให้นักเรียนปลูกผัก เลี้ยงไก่ไข่ ไก่พื้นเมือง สุกรและปลา แต่ผลผลิตยังไม่เพียงพอ  ส่วนถั่วเมล็ดแห้งผลิตไม่ได้เนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวย จึงจัดซื้อเพิ่มเติม ทำให้สามารถประกอบอาหารกลางวันได้ครบ 5 มื้อต่อสัปดาห์พร้อมเสริมนมดื่มวันละ 2 แก้ว

โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์และหน่วยทันตกรรมพระราชทาน มีผู้เข้ารับการรักษาด้วยโรคระบบทางเดินหายใจและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ 175 คน ทรงรับผู้ป่วยไว้เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ 2 คน ส่วนด้านทันตกรรมมีผู้มารับบริการ 165 คน

เวลา 18.25 น.เสด็จออก ณ ท้องพระโรง พระตำหนักดอยตุง พระราชทานพระราชวโรกาสให้ รองศาสตราจารย์ วันชนะ ศิริชนะ นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชียงราย พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชียงราย เฝ้าทูลละอองพระบาททูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินรายได้จากการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ประจำปี 2558 โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย 

จากนั้นพระราชทานพระราชวโรกาสให้ นางพรรณราย จันทยศประธานกลุ่มรวมพลังเพื่อพ่อของแผ่นดิน จังหวัดเชียงราย นำคณะกรรมการกลุ่มรวมพลังเพื่อพ่อของแผ่นดิน จังหวัดเชียงราย เฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

Tag : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระราชกรณียกิจ