เกษตรน่ารู้ : ข้าวไรซ์เบอรี่

วันที่ 16 ส.ค. 2012 เวลา 05:03 น.

Loading...

ข้าวไรซ์เบอรี่ เป็นข้าวสายพันธุ์ไทยที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิลกับข้าวขาวดอกมะลิ 105 จนมีลักษณะเด่น คือเมล็ดเรียวยาว มีสีม่วงเกือบดำ มีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นมะลิ สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ทนทานต่อโรคไหม้ และในสภาพดินที่มีธาตุเหล็กเป็นพิษปะปนอยู่ ปัจจุบันเกษตรกรนิยมปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ ที่มีอากาศค่อนข้างเย็น ซึ่งจะช่วยให้ได้ต้นข้าวมีคุณสมบัติครบถ้วนตามลักษณะพันธุ์

จากงานวิจัย พบว่าในข้าวไรซ์เบอรี่ จะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ เบต้าเคโรทีน, แกมมาโอไรวาซานอล, วิตามินอี, แทนนิน, สังกะสี, โฟแลต สูง และมีระดับน้ำตาลต่ำถึงปานกลาง ซึ่งช่วยเสริมสร้างร่างกาย และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง อีกทั้งทางการแพทย์ก็ยังนำไปใช้ประโยชน์ เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับบำบัดโรคต่างๆ อีกด้วย


Tag: เกษตรน่ารู้  ข้าวไรซ์เบอรี่  ผสมข้าวข้ามพันธุ์  ข้าวเจ้าหอมนิลกับข้าวขาวดอกมะลิ 105 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน เหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1 ประกาศเกียรติคุณ และเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิตครบ 36 ครั้ง และ 108 ครั้ง

เวลา 14.43 น.วันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในการพระราชทานประกาศเกียรติคุณและเข็มที่ระลึกผู้บริจาคโลหิตแด่พระภิกษุ 12 รูป, พระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1 แก่ผู้บริจาคโลหิตครบ 100 ครั้ง และผู้ทำคุณประโยชน์แก่สภากาชาดไทย 7 ราย, พระราชทานประกาศเกียรติคุณแก่สถาบันที่สนับสนุนการบริจาคโลหิตและพระราชทานเข็มที่ระลึกฯ แก่ผู้บริจาคโลหิตครบ 36 ครั้ง และ 108 ครั้ง จำนวน585 ราย ซึ่งเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 3 ได้แก่ ชลบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ตราดปราจีนบุรี ระยอง และสระแก้ว จัดขึ้นประจำปี 2555-2556 เพื่อแสดงความขอบคุณและยกย่องเชิดชูเกียรติผู้สนับสนุการบริจาคโลหิต โดยเฉพาะผู้บริจาคโลหิต ซึ่งเป็นผู้มีจิตศรัทธาสละโลหิตในร่างกายของตนเองเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ผู้เจ็บป่วย โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน สภากาชาดไทย ได้เริ่มงานบริการโลหิตเมื่อปี 2495 มีภารกิจหลักในการจัดหาโลหิตให้มีปริมาณเพียงพอ มีคุณภาพปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้ป่วยทั่วประเทศปัจจุบันตั้งเป้าจัดหาโลหิตทั่วประเทศปีละกว่า 1 ล้าน 9 แสนยูนิต โดยกรุงเทพมหานครต้องจัดหาให้ได้ปีละ 600,000 ยูนิต และส่วนภูมิภาค ต้องจัดหาให้ได้ปีละ 1,350,000ยูนิต ซึ่งแต่ละปีมีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคโลหิตเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีปริมาณโลหิตเพียงพอแก่ผู้ป่วยทั่วประเทศ