พระราชประวัติ รัชกาลที่ 10

วันที่ 2 ธ.ค. 2559 เวลา 08:00 น.

Views

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ โปรดการเล่นสนุกอย่างเด็กชาย โดยเฉพาะการเล่นแบบทหาร ทรงเริ่มต้นการศึกษาในระดับอนุบาล ที่โรงเรียนจิตรลดา พระราชวังดุสิต จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อในระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนคิงส์มีด (King's mead) แคว้นซัสเซกซ์ และระดับมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนมิลล์ฟิลด์ (Mill-field) แคว้นซอมเมอร์เซท สหราชอาณาจักร และด้วยความสนพระราชหฤทัยด้านการทหารมาแต่ครั้งทรงพระเยาว์ จึงทรงเลือกศึกษาต่อด้านการทหารที่ โรงเรียนคิงส์ นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย เพื่อเป็นการเตรียมพระองค์ จากนั้นในปีพ.ศ. 2515 ทรงเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยการทหารดันทรูน กรุงแคนเบอร์รา ในสาขาวิชาอักษรศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการปกครอง จนทรงสำเร็จการศึกษา เมื่อปี พ.ศ. 2519

ในการศึกษาทุกระดับชั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงปฎิบัติพระองค์ตามระเบียบของสถานศึกษาเช่นนักเรียนทั่วไป และในช่วงปิดภาคเรียน ก็จะเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทย เพื่อทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะองค์รัชทายาท โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในพระราชกรณียกิจสำคัญ และตามเสด็จไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกล เพื่อให้ทรงทราบและเข้าพระราชหฤทัยถึงความต้องการของราษฎรในแต่ละพื้นที่

เมื่อมีพระชนมายุ 20 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ ขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 มีพระนามตามจารึกใน พระสุพรรณบัฎว่า

"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณสวางควัฒน์ วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ สยามมกุฎราชกุมาร"

และในมงคลวาระนั้น ได้ทรงถวายสัตย์ปฎิญาณในการพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ความว่า

"ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานกระทำสัตย์ปฎิญาณสาบานต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย เฉพาะพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เฉพาะพระพุทธมหามณีรัตนปฎิมากร ท่ามกลางสันนิบาตนี้ว่า ข้าพเจ้าผู้เป็น สยามมกุฎราชกุมาร จะรักษาเกียรติยศและอริยศักดิ์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานไว้ด้วยชีวิต จะภักดีต่อชาติบ้านเมือง จะซื่อสัตย์ต่อประชาชน จะปฏิบัติภาระหน้าที่ทุกอย่างโดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถ และโดยความเสียสละ เพื่อความเจริญ ความสงบสุข และความมั่นคงไพบูลย์ของประเทศไทย จนตราบเท่าชีวิตร่างกายจะหาไม่"

หลังจบการศึกษาที่ประเทศออสเตรเลีย ได้เสด็จนิวัติกลับประเทศไทยและทรงรับราชการทหารมาโดยตลอด จนทรงดำรงพระยศทางทหารของ 3 เหล่าทัพ คือ พลเอก พลเรือเอก และพลอากาศเอก ตลอดการทรงงาน ทรงวิริยะอุตสาหะในการเพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์การบิน ทรงมีประสบการณ์และทรงเชี่ยวชาญการบินในระดับสูงทั้งการบินขับไล่แบบ เอฟ 5 และเครื่องบินพาณิชย์ พร้อมทั้งทรงนำมาถ่ายทอดแก่นักบินของกองทัพอากาศ และนักบินของการบินไทย ในฐานะครูการบิน

กาลเวลาผ่านไปเป็นที่ประจักษ์ว่า ตลอดระยะเวลานับแต่ยังทรงพระเยาว์ตราบจนปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ทรงยึดมั่นในปฎิญญา ทรงพระวิริยะอุตสาหะ มุ่งมั่นปฎิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยโดยมิได้ทรงย่อท้อ

ทีมข่าวออนไลน์

Tag : สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  รัชกาลที่10