เจาะประเด็น Special : หลักฐานเด็ด! คลิปวิศวกรยิงวัยรุ่น

วันที่ 9 ก.พ. 2560 เวลา 18:00 น.

Views

เหตุวิศวกรยิงนักเรียนวัย 17 ปีดับ บริเวณถนนสายอ่างศิลาด้วยเรื่องเล็กน้อย แค่จอดรถขวางทางกัน หลังเกิดเหตุ กระแสโซเชียลได้พากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น บ้างก็ตำหนิกลุ่มวัยรุ่น ว่าราวกับจะยกพวกไปตะลุมบอนวิศวกรคราวพ่ออายุ 50 ปี ทำให้ต้องป้องกันตัว อ้างว่าเพราะถูกลงมือก่อน

ขณะที่บางกระแสก็ตั้งคำถามว่า วิศวกรทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ที่ใช้อาวุธปืนตัดสินใหม่                 

กระทั่งมีคลิปใหม่โผล่ออกมาอีกระลอกบ่ายวันนี้ ยิ่งทำให้กระแสในโลกโซเชียลร้อนระอุ เราจะไปติดตามเรื่องราวทอล์คออฟเดอะทาวน์เรื่องนี้กัน

หลังเหตุพิพาทกลุ่มวัยรุ่นรถตู้ ไปจอดรถขวางรถมาสด้าของวิศวกรจนเกิดปากเสียง ตามมาด้วยขับรถปาดหน้ากัน ในที่สุดนายสุเทพ โภชน์สมบูรณ์วิศวกรคราวพ่ออายุ 50 ปี ตัดสินใจยิงปืนเป็นเหตุให้น้องปอน์ด นามสมมุติวัย 17 เสียชีวิต ในขณะที่ทั้งสองฝั่งต่างให้การขัดแย้งกัน

กลุ่มวัยรุ่นยอมรับว่า จอดรถขวางรถนายสุเทพและด่าทอกันจริงแต่พอแยกย้ายออกมา นายสุเทพกลับขับรถตามมาปาดหน้ารถตน ซ้ายขวาและเบรคเหมือนจงใจให้ชนท้ายรถนายสุเทพ พอจอดรถก็มีผู้หญิงลงจากรถมาสด้ามาพวกตนก็พากันลงมาจากรถตู้ เพื่อไปถามว่ามีอะไร ยอมรับว่า มีอารมณ์โมโหแต่ขอยืนยันว่า ไม่ได้เป็นฝ่ายทำร้ายนายสุเทพก่อน              

ด้านวิศวกร โต้กลับว่า ตนขับรถออกมาปกติ แต่รถตู้ของกลุ่มวัยรุ่นกลับมาบีบแตรไล่ตน จึงขับรถไปที่ป้อมตำรวจ แต่กลับถูกรถตู้ของกลุ่มวัยรุ่นขับปาดหน้าขวางไว้ โดยมีรถวีออสที่มาด้วยกัน ขับปิดท้ายรถของตนไว้อีก ภรรยามารดาและหลานตนจึงจะลงไปถามว่ามีอะไร แต่กลุ่มวัยรุ่นกลับเดินมาล้อมรถตนไว้ แล้วเปิดฉากชกต่อยตนก่อน ทั้งๆที่นั่งอยู่ในรถก็เลยพยายามต่อสู้ ป้องกันตัว ในช่วงวินาทีคับขันตนจึงหยิบปืน ยิงสวนกลุ่มวัยรุ่นไป 1 นัด

ทีมเจาะประเด็นสเปเชียล ได้ไปพูดคุยกับนักกฎหมายถึงเหตุและปัจจัย ที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในโลกโซเชียล ว่าใครผิดหรือถูก และการที่วิศวกร ใช้อาวุธปืนยิงกลุ่มวัยรุ่นนั้นเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ หรือไม่ บ่ายวันนี้ได้มีการปล่อยคลิปชุดใหม่ออกมา ทำให้กระแสสังคมถึงกับอึ้ง

ที่เห็นเป็นคลิปใหม่ชุดที่ 2 ที่ปล่อยมาบ่ายวันนี้ แสดงออกถึงอารมณ์ของทั้ง 2 ฝั่งที่ต่างใจร้อน ด่าทอกันด้วยคำพูดหยาบคาย

ขณะที่นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความชื่อดังชี้พูดถึงคลิปเก่า วานนี้ว่า ถือว่าเจ้าตัวควบคุมอารมณ์ได้ดี ปืนบรรจุกระสุน 6 นัด แต่ยิงเพียง 1 นัด และยังมีเสียงพูดว่า ไม่รู้ยิงถูกใครหรือไม่ แต่เพราะถูกชกต่อยก่อนจึงยิงหากจะถอยหลังหนี ก็ติดรถที่จอดขวางอยู่

ตำรวจต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้ละเอียด โดยเฉพาะประวัติของกลุ่มวัยรุ่นในรถตู้ และต้องดำเนินการกับคนขับรถตู้ ที่ขับรถหวาดเสียว ปาดหน้ารถคันอื่นขณะเดียวกันกระทรวงมหาดไทยควรพิจารณาการ ให้ใบอนุญาตครองครองอาวุธปืนต่อประชาชน ที่มีวุฒิภาวะเพื่อใช้ในการป้องกันตนเอง

ด้านโฆษกสภาทนายความชี้ ตำรวจต้องตรวจสอบคดีนี้ตั้งแต่เริ่มต้นว่าเกิดอะไร ขึ้นบ้าง ไม่ใช่จะดูเพียงแค่คลิปตอนท้าย หรือกระแสสังคมเท่านั้น 

ซึ่งหากดูจากคลิปหน้ารถ เมื่อรถตู้ขวางด้านหน้าทำให้รถของนายสุเทพขับหนีไม่ได้ และทั้งหมดได้ลงมาล้อมรถนายสุเทพไว้ ในลักษณะที่ไม่เป็นมิตรพยายามเปิดประตูรถนายสุเทพ จนเจ้าตัวรู้สึกว่าเป็นอันตราย ภัยมาถึงตัว จึงมีสิทธิป้องกันตนเองตามกฎหมาย ด้วยการยิงปืน 1 นัด

ส่วนการพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะนั้น ต้องไปดูว่ามีใบอนุญาติพกพาและใบอนุญาติครอบครองอาวุธปืน หรือไม่ หากไม่มีก็จะมีความผิด ประเทศไทยไม่อนุญาติให้พกพาอาวุธปืนอยู่แล้ว จะอนุญาติเฉพาะเจ้าพนักงานเท่านั้น แตกต่างกับสหรัฐอเมริกาที่ให้สิทธิเสรีแก่พลเมือง พกพาอาวุธเพื่อป้องกันตัวได้ แต่หากประเทศไทยทำแบบนั้นบ้าง หลายฝ่ายก็เกรงว่า จะเกิดเหตุอาชญากรรมตามมามากมาย

ชาวบ้านใกล้บ้านพักของน้องปอนเผย ตกใจมาก ที่ผ่านมาน้องปอนชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่พอไปอยู่ในกลุ่มเพื่อน ก็ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร ก่อนหน้านี้น้องเคยมาช่วยยกของตั้งร้านเป็นประจำ ก่อนเสียชีวิตยังมาซื้อหมูทอดข้าวเหนียวกิน 1 ห่อรู้สึกตกใจและเสียใจ ไม่เชื่อว่าผู้ตายจะเป็นน้องปอน

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เผย นี่ไม่ใช่เหตุทะเลาะวิวาทรายแรกที่เกิดขึ้นบนท้องถนน ที่ผ่านมาเกิดเหตุนับไม่ถ้วน จากคลิปเผยให้เห็นนาที ด่าทอโต้ตอบกันไปมา จนเป็นเหตุให้ใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหา สะท้อนให้เห็นถึงขาดการควบคุมอารมณ์ของทั้ง 2 ฝ่ายๆหนึ่งเป็นผู้ใหญ่สูงวัย เต็มเปี่ยมด้วยวุฒิภาวะแต่พกพาอาวุธมาเป็นเครื่องตัดสินปัญหา อีกฝั่งเป็นเยาวชนอายุน้อยกว่า ซึ่งอาจขาดการยั้งคิดซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ครอบครัวควรอบรมบุตรหลาน สร้างภูมิคุ้มกัน เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญุ่ถ้าเจอเหตุร้ายจะสามารถควบคุมอารมณ์ได้        
               
ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลายครั้งปมเหตุมาจากเรื่องเล็กๆ แต่พอมีผู้นำมาเผยแพร่ในโซเชียล บางคนวิจารณ์กันอย่างหนักหน่วง ราวกับตัวเองอยู่ในเหตุการณ์ เห็นคาตา การคอมเม้นท์เช่นนี้จะโหนกระแสยั่วยุ ปลุกปั่น ซึ่งนับว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง เท่ากับซ้ำเติมให้เกิดความบานปลาย
                 
อย่างไรก็ตามนักกฎหมายฝากเตือนเพื่อนของผู้ตายว่า กรณีที่มีการโพสต์ข้อความทางโลกออนไลน์ ในลักษณะเชิงข่มขู่ จะเอาคืน อาจผิดต่อพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่มีโทษหนักได้ ขณะที่ผู้ติดตามข่าวสารนี้ ควรวางตัวเป็นกลางไม่แสดงความคิดเห็นด่วนสรุป ทั้งหมดขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม

Tag : ยิงกัน ขับรถปาดหน้า วิศวกรยิงเด็กนักเรียน โจ๋ชลบุรี ยิงวัยรุ่นชลบุรี เจาะประเด็นสเปเชียล