วันพืชมงคล 2560 ประวัติและความหมาย คำทำนายวันพืชมงคล

วันที่ 12 พ.ค. 2560 เวลา 08:41 น.

Views

วันพืชมงคล พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ วันแห่งขวัญกำลังใจชาวไร่ชาวนาของไทย ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม แรม 2 ค่ำเดือน 6 ประวัติความเป็นมาของวันพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ร่วมถึงคำทำนายจากการเสี่ยงทายของพระยาแรกนา และพระโค มีดังนี้

ประวัติพระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
พระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีที่จัดขึ้นเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจของเกษตรกร กำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี อันเป็นระยะที่เหมาะสมในการเริ่มต้นทำการเกษตร อันเป็นอาชีพหลักของคนในมาแต่ครั้งอดีต แต่พิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญนี้ ไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนเหมือนเช่นราชพิธีหรือพิธีอื่นๆ ส่วนจะเป็นวันใดในเดือนหก ก็ถือตามฤกษ์ที่เหมาะสมต้องตามประเพณี ก็ให้จัดขึ้นในวันนั้น

ซึ่งในประเทศไทย การแรกนาขวัญซึ่งกระทำโดยราชสำนักนั้นประกอบด้วยพิธีสองอย่างตามลำดับ คือ
1.พระราชพิธีพืชมงคล เป็นพิธีสงฆ์ ประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
2. พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีพราหมณ์ซึ่งกระทำสืบเนื่องมาแต่สมัยสุโขทัย ประกอบพระราชพิธี ณ มลฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันรุ่งขึ้น

ปัจจุบัน เรียกวันแรกนาขวัญว่า วันพืชมงคล ซึ่งจัดไม่ตรงกันทุกปีสุดแต่สำนักพระราชวังจะกำหนด วันพืชมงคลยังเป็นวันเกษตรกรไทย เพื่อระลึกถึงความสำคัญของเกษตรกรรมในเศรษฐกิจไทย และเป็นวันหยุดราชการด้วย แต่ไม่เป็นวันหยุดธนาคาร

โดยการประกอบพระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญนี้ แต่เดิมมีเพียงพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า "พิธีแรกนา" ซึ่งถือปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยพระมหากษัตริย์มิได้เป็นผู้ลงมือไถเอง แต่เพียงเสด็จไปเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีเท่านั้น

ครั้งถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์ไม่ได้เสด็จไปเป็นองค์ประธานเหมือนกับสมัยกรุงสุโขทัย แต่จะมอบอาญาสิทธิ์ให้ โดยทรงทำเหมือนอย่างออกอำนาจจากกษัตริย์ และจะทรงจำศีลเงียบ 3 วัน ซึ่งวิธีนี้ได้ใช้ตลอดมาถึงปลายสมัย กรุงศรีอยุธยา

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ได้มีการประกอบพระราชพิธีนี้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ แต่ผู้ทำการแรกนาเปลี่ยนเป็นเจ้าพระยาพลเทพคู่กันกับการยืนชิงช้า แต่พอถึงรัชกาลที่ ๓ ให้ถือว่าผู้ใดยืนชิงช้าผู้นั้นเป็นผู้แรกนาด้วย ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดมีพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในพระราชพิธีต่างๆ ทุกพิธี ดังนั้น พระราชพิธีพืชมงคลจึงได้เริ่มมีขึ้น แต่บัดนั้นมา โดยได้จัดรวมกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และมีชื่อเรียกรวมกันว่า พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ได้กระทำเต็มรูปบูรพประเพณีครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ.2479 และเว้นว่างไปจนถึงปี พ.ศ.2503 คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้ฟื้นฟูพระราชประเพณีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นการบำรุงขวัญและกำลังใจให้เกษตรกรไทย โดยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีทุกปีมิได้ขาด

จุดประสงค์ของพระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
ความมุ่งหมายของพระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ อยู่ที่การทำให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎรเพื่อชักนำให้มีความมั่นใจในการทำการเกษตรกรรม โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราชาธิบายไว้ในพระราชนิพนธ์เรื่อง พระราชพิธีสิบสองเดือน ว่า "การแรกนาที่ต้องเป็นธุระของผู้ซึ่งเป็นใหญ่ในแผ่นดิน เป็นธรรมเนียมนิยมมีมาแต่โบราณ เช่น ในเมืองจีนสี่พันปีล่วงมาแล้ว พระเจ้าแผ่นดินก็ทรงลงไถนาเองเป็นคราวแรก พระมเหสีเลี้ยงตัวไหม ส่วนจดหมายเรื่องราวอันใดในประเทศสยามที่มีปรากฏอยู่ในการแรกนานี้ ก็มีอยู่เสมอเป็นนิจไม่มีเวลาว่างเว้น ด้วยการซึ่งเป็นใหญ่ในแผ่นดินลงมือทำเองเช่นนี้ ก็เพื่อจะให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎร ชักนำให้มีใจหมั่นในการที่จะทำนา เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะได้อาศัยเลี้ยงชีวิตทั่วหน้า เป็นต้นเหตุของความตั้งมั่นและความเจริญไพบูลย์แห่งพระนครทั้งปวง

แต่การซึ่งมีพิธีเจือปนต่างๆ ไม่เป็นแต่ลงมือไถนาเป็นตัวอย่างเหมือนอย่างชาวนาทั้งปวงลงมือไถนาของตนตามปกติก็ด้วยความหวาดหวั่นต่ออันตราย คือ น้ำฝนน้ำท่ามากไปน้อยไปด้วงเพลี้ยและสัตว์ต่างๆ จะบังเกิดเป็นอันตรายไม่ให้ได้ประโยชน์เต็มภาคภูมิ และมีความปรารถนาที่จะให้ได้ประโยชน์เต็มภาคภูมิเป็นกำลัง จึงต้องหาทางที่จะแก้ไขและหาทางที่จะอุดหนุนและที่จะเสี่ยงทายให้รู้ล่วงหน้า จะได้เป็นที่มั่นอกมั่นใจโดยอาศัยคำอธิษฐานเอาความสัตย์เป็นที่ตั้งบ้าง ทำการซึ่งไม่มีโทษนับว่าเป็นการสวัสดิมงคลตามซึ่งมาในพระพุทธศาสนาบ้าง บูชาเซ่นสรวงตามที่มาทาง ไสยศาสตร์บ้าง ให้เป็นการช่วยแรงและเป็นที่มั่นใจตามความปรารถนาของมนุษย์ซึ่งคิดไม่มีที่สิ้นสุด”

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2017/05/12/415-12-2017_8-47-01_AM.jpg

 
การคัดเลือกพระยาแรกนาและเทพีคู่หาบทองและหาบเงิน
ในปัจจุบันพระยาแรกนา ให้ถือเอาปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยตำแหน่ง ส่วนเทพีคู่หาบเงินและคู่หาบทอง ให้พิจารณาคัดเลือกจากข้าราชการหญิงโสด ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีตำแหน่งข้าราชการพลเรือนชั้นโทขึ้นไปมารับหน้าที่

สำหรับพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2560 พระโคเพิ่ม และพระโคพูล ได้รับคัดเลือกให้ทำหน้าที่เป็นพระโคคู่หลักในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ส่วนผู้ที่ทำหน้าที่เป็นพระยาแรกนา รวมถึงเทพีคู่หาบเงิน และเทพีคู่หาบทอง ได้แก่

ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา 2560 คือ
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เทพีคู่หาบทอง 2560 ได้แก่ 
- นางสาวนันทินี ทองคงเหย้า นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร
- นางสาวฉมาพันธ์ สุพรมอินทร์ นักวิชาการตรวจสอบบัญชีปฏิบัติการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 

เทพีคู่หาบเงิน 2560 ได้แก่
-  นางสาวนันทวัน สุวรรณสถิตย์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ กรมชลประทาน
-  นางสาวพรพิมล ศิริการ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร 

พันธุ์ข้าว
สำหรับปี ๒๕๖๐ นี้ กรมการข้าวได้ดำเนินการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำพันธุ์ข้าวทั้งหมด ๑๑ พันธุ์ รวมน้ำหนักเมล็ดพันธุ์ข้าวทั้งสิ้น ๒,๘๖๕ กิโลกรัม จัดส่งให้สำนักเมล็ดพันธุ์ข้าวกรมการข้าว นำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี ๒๕๖๐ และจัดเป็น "พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน” และบรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายเพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรตามประเพณีนิยม เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป


/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2017/05/12/225-12-2017_9-07-52_AM.jpg
 
คำทำนายวันพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ที่ท้องสนามหลวง พระยาแรกนาจะตั้งสัตยธิษฐานหยิบผ้าลายที่มีด้วยกันอยู่ 3 ผืน ความยาวหกคืบ ห้าคืบ และสี่คืบ หากพระยาแรกนาหยิบได้ผืนใด ให้คำทำนายเป็นไปตามนั้น คือ
  • หยิบได้ผ้าหกคืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาที่ลุ่มได้ผลบริบูรณ์ดี แตต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้าง หรือได้ผลไม่เต็มที่นัก
  • หยิบได้ผ้าห้าคืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้มีบริมาณที่พอดี ข้าวกล้าในนาจะบิรบูรณ์ดี ผลาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี
  • หยิบได้ผ้าสี่คืบ พยากรณ์ว่า น้ำในปีนี้จะมากสักหน่อย นาที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ลุ่มอาจเสียหายได้ผลไม่เต็มที่

เมื่อพระยาแรกนาหว่านข้าวและไถกลบครบ 3 รอบแล้ว จะมีการเสี่ยงทายด้วยการนำอาหาร 7 อย่าง มาให้พระโคเลือกกินและจากนั้นจึงจะมีคำทำนายจากโหรหลวง โดยความหมายของคำทำนายจากอาหารทั้ง 7 อย่าง มีดังนี้
  • ข้าวหรือข้าวโพด พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี
  • ถั่วหรืองา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี
  • น้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี
  • เหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมจะสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศจะดี เศรษฐกิจจะเจริญรุ่งเรือง
สำหรับปี 2560 โหรหลวงถวายคำพยากรณ์  ประจำปี ดังนี้
"ผ้านุ่งแต่งกาย”
ผ้านุ่งซึ่งพระยาแรกนาตั้งสัตยาธิษฐานหยิบได้ผ้า 5 คืบ พยากรณ์ว่า  น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี 

เสี่ยงทายพระโค
  • กินข้าวหรือข้าวโพด พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี
  • กินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควรธัญญาหารผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์

เรียบเรียงข้อมูลโดย CH7 Social News
ขอบคุณข้อมูลจาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

Tag : วันพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ วันแรกนา พระยาแรกนา พระโค คำทำนายวันพืชมงคล