แม่ทัพภาคที่ 4 ประกาศไม่ให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบระเบิดห้างบิ๊กซี ปัตตานี มีที่ยืนในประเทศไทย

วันที่ 17 พ.ค. 2560 เวลา 16:30 น.

Views

พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 หรือ กอ.รมน. กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุระเบิดห้างบิ๊กซี ปัตตานี ภายหลังเปิดการฝึกอบรมให้ความรู้ในการรักษาความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่อำเภอเมืองปัตตานี ว่ากลุ่มคนร้ายยังเป็นกลุ่มเดิมๆ ที่ยังกบดานอยู่ในพื้นที่ และจะไม่ให้กลุ่มเหล่านี้มีที่ยืนในประเทศไทยอีกต่อไป  พร้อมกันนี้จะพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้นำศาสนา เพื่อไม่ให้กลุ่มคนร้ายนำศาสนามาใช้เป็นเงื่อนไข

ซึ่งขณะนี้ได้ขอศาลจังหวัดปัตตานี ขยายการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยตามกฎอัยการศึก 2 คน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในคดีที่ถูกควบคุมตัวไว้ก่อนหน้านี้ ไปอีก 7 วัน โดยยังไม่มีการออกหมายจับผู้ใดเพิ่มเติม 

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยตามห้างและร้านค้าต่างๆ ก็ได้ขอความร่วมมือให้ติดตั้งกล้องวงจรปิด ซึ่งหากร้านค้าใดปฎิบัติตามก็จะติดธงเขียวให้ ส่วนร้านค้าใดไม่ติดตั้งกล้องวงจรปิดก็ไม่บังคับ แต่จะติดธงเหลืองหรือธงแดง เพื่อเตือนให้ประชาชนรู้ว่าพื้นที่ใดปลอดภัย หรือพื้นที่ใดไม่ปลอดภัยเท่านั้น

ด้านจังหวัดในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ทั้งจังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัย และตัวบุคคลเพื่อตรวจสอบคนร้ายที่ก่อเหตุระเบิดห้างบิ๊กซี ปัตตานี พร้อมกันนี้ยังได้ฝึกทบทวนกำลังภาคประจำถิ่น และกำลังภาคประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่  และเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน ตำบล และการดูแลความปลอดภัยเส้นทาง  ตลอดจนการซ้อมแผนบรรเทาสาธารณภัยให้กับหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยกู้ภัย และประชาชนด้วย

และการประชุม ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ในการทำงานแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีมติอนุมัติตั้งผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ อัตรา พันตำรวจเอก ประจำประเทศมาเลเซีย 2 นาย เพื่อช่วยงานด้านการข่าวและความมั่นคง ให้เกิดประสิทธิภาพ รวมถึงการตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กไม่เกิน 10 เมกะวัต เพื่อลดปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ โดยให้บริษัทเอกชนลงทุนผ่านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

สำหรับความปลอดภัยในพื้นที่ ได้กำชับให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ให้เจ้าหน้าที่สร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนและห้างร้านต่างๆ ต้องติดตั้งกล้อง CCTV เพิ่มเติม ส่วน โครงการ “พาคนกลับบ้าน” ต้องเข้มงวดในรายละเอียด ทั้งรูปแบบการปรับแนวความคิด ระยะเวลาการอบรม และเสริมสร้างกำลังประจำถิ่นให้มีความเข้มแข็ง