สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ดังนี้

วันที่ 19 พ.ค. 2560 เวลา 19:01 น.

Views

เวลา 08.50 น. วันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จลง ณ อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ท่านผู้หญิงนราวดี ชัยเฉนียน ประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา และคณะกรรมการมูลนิธิฯ นำผู้มีอุปการคุณต่อมูลนิธิฯ เฝ้าทูลละอองพระบาททูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน เพื่อสมทบทุนมูลนิธิฯ และรับพระราชทานของที่ระลึก โล่ และเข็มอักษรพระนามาภิไธย "ส.ธ."

โอกาสนี้ ผู้ชนะเลิศการประกวดโครงการ "จินตนาการสืบสานวรรณกรรมไทยกับอินทัช" ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม-ราชกุมารี เฝ้าทูลละอองพระบาท รับพระราชทานถ้วยรางวัลด้วย

จากนั้น ทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ครั้งที่ 1 ประจำปี 2560 มีระเบียบวาระต่าง ๆ อาทิ รายงานผลการจำหน่ายหนังสือพระราชนิพนธ์ฯ, สรุปผลการดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ปีการศึกษา 2559, รายงานการดำเนินงาน "โครงการสื่อ 60 พรรษา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ความคืบหน้าการจัดทำหนังสือประวัติวรรณคดีไทย, การอนุมัติงบดุลและงบรายรับ-รายจ่ายของมูลนิธิฯ ประจำปี 2559, และการอนุมัติการจัดสรรทุนการศึกษา ในปีการศึกษา 2559

เวลา 14.12 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านเสม็ดงาม ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ทรงเปิดโครงการพลิกฟื้นคืนป่าชายเลนสู่ธรรมชาติ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลน ด้วยทรงเห็นความสำคัญของป่าชายเลน ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศของพื้นที่ชายฝั่งทะเลและอ่าวไทย และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาหลายชนิด ซึ่งปัจจุบันเกิดปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเป็นการพื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุก ครอบครองให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์และยั่งยืนของระบบนิเวศ และเพื่อปลูกจิตสำนึกของประชาชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลน ที่มีผลต่อระบบนิเวศ แหล่งที่อยู่อาศัย และเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่ต้องร่วมกันอนุรักษ์

โอกาสนี้ พระราชทานพันธุ์ไม้ป่าชายเลน 3 พันธุ์ ได้แก่ โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก และพังกาหัวสุมดอกแดง แก่ประธานกรรมการโครงการฯ เพื่อนำไปปลูก ณ บ้านอิเทพ ตำบลบางชัน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี จากนั้นทรงปลูกพันธุ์ไม้โกงกาง ซึ่งเป็นไม้ป่าชายเลนที่แปลกและขยายพันธุ์ค่อนข้างยาก เพราะต้องอาศัยระบบน้ำขึ้นน้ำลงในการเจริญเติบโต พร้อมกันนี้ทรงปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ได้แก่ ปลากระพงขาว และปลานวลจันทร์ทะเล อย่างละ 63 ตัว เพื่อให้เจริญเติบโตและขยายพันธุ์สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่ต่อไป สำหรับโครงการพลิกฟื้นคืนป่าชายเลนสู่ธรรมชาติฯ นอกจากที่จังหวัดจันทบุรีแล้ว ยังมีพื้นที่ป่าชายเลนอีก 23 จังหวัดชายทะเลทั่วประเทศ 740 ไร่ ให้ประชาชนสามารถเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าและระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ของประเทศต่อไป

เวลา 15.17 น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปยังบริเวณประตูระบายน้ำปากคลองภักดีรำไพ อำเภอเมือง ทรงเปิดคลองภักดีรำไพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองจันทบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี  ในอดีตจังหวัดจันทบุรีเกิดอุทกภัยเป็นประจำ โดยในปี 2542 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน แม่น้ำจันทบุรีซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักระบายไม่ทัน น้ำจึงเอ่อท่วมสถานที่ราชการ บ้านเรือนและทรัพย์สินของราษฎรเสียหายจำนวนมาก และนับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทราบถึงความทุกข์ยากของราษฎร จึงพระราชทานแนวพระราชดำริ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2546 สรุปพระราชดำริว่า "จังหวัดจันทบุรีประสบปัญหาอุทกภัยเนื่องจากมีถนน 3 สาย ขวางกั้นเส้นทางน้ำ วิธีแก้ไข คือ ต้องไปสำรวจดูว่าน้ำผันมาจากทางไหนแล้วหาช่องระบายน้ำให้สอดคล้องกัน" กรมชลประทาน ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก รับสนองพระราชดำริ แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ขุดลอกแม่น้ำจันทบุรีบางส่วน และคลองธรรมชาติสายต่าง ๆ ก่อสร้างประตูระบายน้ำ 11 แห่ง และระบบโทรมาตรเตือนภัยน้ำท่วม แล้วเสร็จเมื่อปี 2551 สามารถบรรเทาอุทกภัยในเขตเมืองได้ระดับหนึ่ง ระยะที่ 2 ขุดคลองผันน้ำสายใหม่ แยกจากแม่น้ำจันทบุรีก่อนเข้าถึงเขตเมืองจันทบุรี ยาว 11.6 กิโลเมตร พร้อมก่อสร้างอาคารประกอบตามแนวคลองเพื่อบริหารจัดการน้ำ ในฤดูน้ำหลากช่วยระบายน้ำส่วนเกินออกสู่ทะเลได้มากกว่า 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าเขตเมืองได้ และในฤดูแล้งช่วยเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรและป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็ม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานชื่อคลองผันน้ำนี้ว่า "คลองภักดีรำไพ" มีความหมายคือ "คลองที่แสดงความจงรักในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7"  สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีทรงเลือกประทับ ณ วังสวนบ้านแก้ว จังหวัดจันทบุรี หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต ทรงดำเนินพระราชจริยวัตรเรียบง่ายเยี่ยงสามัญชน อยู่ที่จังหวัดจันทบุรีนานกว่า 20 ปี เพื่อพัฒนาให้จังหวัดจันทบุรีมีความเจริญก้าวหน้าทั้งด้านสาธารณสุขการศึกษา และการฝึกอาชีพ  โอกาสนี้ ทรงปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 9 ชนิด ลงในคลองภักดีรำไพ และทอดพระเนตรนิทรรศการของดีเมืองจันทบุรี เมืองผลไม้ มีทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านที่อนุรักษ์ เช่น ชมพูสี นกหยิบ ทั้งยังมีธุรกิจค้าอัญมณี ซึ่งพลอยที่มีชื่อเสียง คือ พลอยบาง-กะจะ จากนั้น ทรงเยี่ยมราษฎรที่ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ ปัจจุบันคลองภักดีรำไพ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาอุทกภัยในเขตเมืองจันทบุรีโดยสมบูรณ์ มีถนนตลอดคันคลองทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งส่งผลดีต่อการเดินทางของชุมชน เป็นการอำนวยประโยชน์แก่ราษฎรได้เต็มศักยภาพตามแนวพระราชดำริ

Tag : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ป่าชายเลน คลองภักดีรำไพ