คอลัมน์หมายเลข 7 : พบยาปราบศัตรูพืชทิ้งที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตอนที่ 2

วันที่ 1 มิ.ย. 2560 เวลา 11:22 น.

Views

ต่อจากตอนที่แล้ว กรณีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดซื้อยาปราบศัตรูพืช แต่ไม่ตรวจรับและเอกชนไม่รับคืน ทิ้งไว้เกือบ 5 ปี จนหมดอายุ ผู้ว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. มีวิธีแก้ปัญหาโครงการนี้

ผู้ว่า สตง. พร้อมเจ้าหน้าที่ สตง.ภาค 12 ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการจัดซื้อสาร BT (Bacillus Thuringiensis) ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี “คอลัมน์หมายเลข 7” ร่วมขยายผล พบว่าปีงบประมาณ 2555 จังหวัดจัดซื้อสาร BT เพื่อแจกชาวบ้านที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และอำเภอทับสะแก มูลค่ารวมกว่า 57 ล้านบาท นำไปปราบศัตรูพืช หลังประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติหนอนหัวดำระบาดกัดกินต้นมะพร้าว

เมื่อเอกชนคู่สัญญาส่งมอบสาร BT แต่จังหวัดไม่ตรวจรับและไม่จ่ายเงิน ให้เหตุผลสารดังกล่าวไม่ผ่านการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร แจ้งเอกชนนำกลับคืนแต่ไม่เป็นผล จึงนำไปเก็บที่หอประชุมเมืองประจวบคีรีขันธ์ และเก็บที่ศาลาข้างเมรุวัดร้าง อำเภอทับสะแก เก็บมาร่วม 5 ปีแล้ว

ดังนั้น จังหวัดจึงบอกเลิกสัญญากับเอกชน ต่างฝ่ายต่างฟ้องดำเนินคดีกัน ขณะนี้รอการตัดสินจากศาลปกครอง

สาร BT หมดอายุใช้งานแล้ว เพราะต้องใช้ภายใน 1 ปี และต้องเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม มิเช่นนั้น เชื้อแบคทีเรียในสาร  BT จะตาย

กรณีนี้ผู้ว่า สตง. เห็นว่าสาร BT หากไม่มีคุณสมบัติตามสัญญา ราชการมีสิทธิไม่ตรวจรับและมีสิทธินำไปทำลายตามหลักวิชาการ หากเอกชนไม่รับกลับคืนไป

การตรวจสอบยังพบความเชื่อมโยงเอกชนของคู่สัญญาทั้ง 2 อำเภอ มีที่ตั้งบริษัทอยู่ที่เดียวกัน

ขณะที่ นายทวี นริสศิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตอบรับแก้ปัญหาตามข้อแนะนำของผู้ว่า สตง.

ล่าสุด สตง.ประจวบคีรีขันธ์ ส่งหนังถือให้จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แจ้งเอกชนคู่สัญญามารับคืนสาร BT โดยจังหวัดตั้งคณะทำงานเพื่อทำลายสาร BT ตามหลักวิชาการ แต่ถ้าปัญหานี้แก้ไขไม่ได้ ผู้ว่า สตง.จะเสนอให้ คสช. พิจารณา 

โครงการนี้มีความคืบหน้าอย่างไร “คอลัมน์หมายเลข 7” จะติดตามมานำเสนอ

Tag : คอลัมน์หมายเลข 7