Green Report : วันทะเลโลก

วันที่ 7 มิ.ย. 2560 เวลา 11:30 น.

Views

วันทะเลโลกปีนี้ ทั่วโลกยังคงตื่นตัวกับภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อท้องทะเล โดยเฉพาะปัญหาขยะในท้องทะเล
- 2 ปัญหาที่ไทยแก้ไม่ได้ คือ น้ำเสียลงทะเล และขยะ
- อีกปัญหาทั่วโลก คือ ทะเลกรด

"ทะเล" ธรรมชาติผืนใหญ่ที่เชื่อมโยงต่อกัน มีเนื้อที่ประมาณ 3 ใน 4 หรือคิดเป็น 71 เปอร์เซ็นต์ของพื้นผิวโลก มีชายหาดทอดยาวสวยงามอยู่คู่กับทะเลและท้องฟ้า ทำให้ทะเลทั่วโลกกลายเป็นเส้นทางคมนาคมและถูกดึงเข้ามาเป็น 1 ในสถานที่ท่องเที่ยวที่แต่ละปีต้อนรับผู้คนจำนวนมาก

ธรรมชาติของทะเลเป็นน้ำที่มีความเค็ม โดยน้ำทะเลทุกๆ 1 กิโลกรัม จะมีเกลืออยู่ 35 กรัม ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์และพืชทะเลที่งดงามอย่างน่าหลงใหล

แต่ในปัจจุบันกลับพบว่าน้ำทะเลมีความเป็นกรดมากขึ้น หรือเรียกว่า “ทะเลกรด” ซึ่งเกิดจากมลพิษทางอากาศที่ลงไปสะสมในน้ำทะเล ซึ่งถือเป็นภัยเงียบส่งผลกระทบต่อปะการัง สัตว์น้ำ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา เม่นทะเล ไม่สามารถสร้างเปลือกหุ้มตัวเพื่อดำรงชีวิตได้  

อีกปัญหาที่ท้องทะเลทั่วโลกกำลังเผชิญจนกลายเป็นวิกฤต คือ ขยะที่ถูกทิ้งลงสู่ทะเล ซึ่งไทยติด 1 ใน 5 ของโลก ที่มีปัญหาขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุด หรือพบราว 1,000,000 ตันต่อปี ทำให้ต้องเร่งหาทางแก้ไขปัญหาด้วยความร่วมมือกันของกลุ่มประเทศอาเซียนและจีน
ท้องทะเลทั่วโลกที่ถูกคุกคามมากขึ้น ทำให้กลุ่มประชาคมโลก ซึ่งมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 193 ประเทศ ได้ตกลงกันกำหนดให้ทุกวันที่ 8 มิถุนายนของทุกปี เป็น "วันทะเลโลก" เพื่อกระตุ้นให้ทั่วโลกและไทยเราตื่นตัวกับการอนุรักษ์ท้องทะเล โดยเฉพาะผลกระทบจากขยะและน้ำเสียที่ไทยยังแก้ ไม่คืบหน้า

ขณะที่ องค์การสหประชาชาติ ได้ออกแถลงการณ์ในวันทะเลโลกทุกปี เพื่อให้ชาวโลกเห็นความสำคัญของ "วันทะเลโลก" พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและประชาชนของทุกชาติ ช่วยกันปกป้องอนุรักษ์รักษาท้องทะเลไว้ เพราะหากวันใดที่ทรัพยากรทางทะเลลดน้อยลง ทั่วโลกจะต้องเผชิญกับสภาวะอากาศแปรปรวน ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยทางทะเล

สำหรับประเทศไทย 1 ในประเทศสมาชิกของกลุ่มประชาคมโลก มีแผนดูแลทะเลและทรัพยากรทางทะเลอย่างเข้มงวด มีการจัดตั้งคณะทำงานทางทะเลแห่งชาติขึ้น เพื่อทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการของไทย ในการดูแลท้องทะเลไทยการควบคุมการทำลายระบบนิเวศ เช่น การจับสัตว์น้ำ ให้อาหารตามแนวปะการัง และปัญหาปะการังฟอกขาว

รวมทั้งต้องเพิ่มพื้นที่คุ้มครองทางทะเลให้มากขึ้น ตามเป้าหมายที่องค์การสหประชาชาติ กำหนดไว้ 10 เปอร์เซ็นต์ จากปัจจุบันไทยมีอยู่เพียง 5.8 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น

หากเปรียบเทียบท้องทะเล คงเปรียบได้กับถังขยะขนาดใหญ่ ที่ไม่ว่าจะมลพิษทั้งหลาย ตะกอนดิน ขยะ จากผืนดินก็จะไหลลงสู่ท้องทะเล ซึ่งปัญหาที่กล่าวมานี้ไม่ได้หมายความว่าจะเลวร้ายในทันทีทันใด เพียงแต่จะเห็นผลชัดเจน หรือเปลี่ยนแปลงในทางดีขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับทุกคนที่จะช่วยกันดูแล