เจาะประเด็น Special : แฉ! ขบวนการทุจริตเงิน ช.พ.ค. สูงกว่า 2 พันล้านบาท

วันที่ 16 มิ.ย. 2560 เวลา 18:06 น.

Views

ในที่สุดความไม่ชอบมาพากลที่ถูกปกปิดไว้ ด้วยการกระทำมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ และนักธุรกิจภาคเอกชน ก็ปรากฎสู่สังคม

กับข่าวใหญ่ที่ ป.ป.ช.สั่งชี้มูลความผิด คณะกรรมการบริหารกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษ และส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. กับพวกร่วมขบวนการจำนวนมากถึง 20 ราย

ต้องบอกว่า จุดเริ่มต้นของมหากาพย์การทุจริตเงิน ช.พ.ค.ของครูทั่วประเทศจำนวน 2,500 ล้านบาทนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากคอลัมน์หมายเลข 7 ของช่อง 7 สีได้รับแจ้งเบาะแสจากครูท่านหนึ่ง จึงลงพื้นที่ไปขุดคุ้ย พบพิรุธการทุจริตโยกเงิน ช.พ.ค.ให้บริษัทเอกชนไปใช้ประโยชน์โดยมิชอบ

หลังจากนั้น คอลัมน์หมายเลข 7 ได้มีการประสานส่งต่อข้อมูลให้กับสำนักข่าวอิศรา รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ ผู้รับผิดชอบตรวจสอบในหลายภาคส่วน จนนำไปสู่การชี้มูลความผิดรอบแรก เส้นทางทุจริตเงิน ช.พ.ค. 2,500 ล้านบาท มีที่มา-ที่ไปอย่างไร เราจะไปเปิดใจผู้เกี่ยวข้อง
                
ต้นปี 2558 มีครู ซึ่งสมัครเป็นสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ สมาชิก ช.พ.ค. ได้มาร้องกับคอลัมน์หมายเลข 7 ต้านทุจริต ตามติดกลโกงว่า อยากจะให้ทีมข่าวช่วยไปตรวจสอบกรณีที่คณะกรรมการ สก.สค.ได้อนุมัติให้บริษัทเอกชน คือ บริษัทบิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด กู้เงิน ช.พ.ค. 2,500 ล้านบาท โดยที่ไม่มีการตรวจสอบสถานะ และทุนจดทะเบียน ทั้งที่ บริษัทนี้ เป็นบริษัทเปิดใหม่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่ถึง 2 ปี หวั่นเกรงว่าเงินก้อนโตจะอันตรธาน ตั้งคำถามเหตุใดคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ จึงโอนเงินให้บริษัทอย่างรวดเร็ว หลังเซ็นอนุมัติ ภายในเวลาแค่ 2 วัน เงินก้อนแรก 2,100 ล้านบาท ถูกโอนให้บริษัทบิลเลี่ยน ทันที

ข้อมูลเชิงลึกระบุ แท้จริงแล้วคณะกรรมการอาจอาศัยช่องโหว่ ที่เปิดโอกาสให้คณะกรรมการ 20 คน สามารถพิจารณานำเงิน ช.พ.ค.อีกก้อนราว 6 พันล้านบาท ซึ่งที่ไม่ใช่เงินณาปนกิจ ไปลงทุนให้เกิดดอกออกผล เพื่อนำผลประโยชน์กลับคืนสู่เพื่อนครู จุดนี้เองเงิน 2,500 ล้านบาท จึงถูกนำไปให้บริษัท บิลเลี่ยน ซึ่งมีนักธุรกิจหนุ่มที่เรียกกันว่า "เดอะบิ๊ก" กู้ยืม แลกกับผลประโยชน์ได้ดอกเบี้ยร้อยละ 7 กลับคืน แบ่งเป็นกู้ยืม 2 ก้อน ครั้งแรก 2,100 ล้านบาท ตามมาด้วยก้อนที่สอง 400 ล้านบาท ที่น่าตกใจ บริษัทบิลเลี่ยน ได้มีการใช้เอกสารปลอมของธนาคารหลายแห่ง, ใบหุ้นปลอม, ดร๊าฟต์ปลอม ส่วนหลักทรัพย์ค้ำประกันที่อ้างว่า มีมูลค่า 3,200 ล้านบาท พอตรวจสอบแล้วกลับมีมูลค่าเพียง 37 ล้านบาทเท่านั้น         

ช่วงแรกที่กู้เงินไป บริษัทบิลเลี่ยน ส่งผลประโยชน์คืนกลับกองทุน ช.พ.ค.ครบถ้วน ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย แต่หลังจากนั้น ส่อแวว บิดพลิ้ว

ขณะเดียวกัน ก็มีการตั้งข้อสังเกตุ เหตุใดนักธุรกิจหนุ่มอายุน้อยอย่างเดอะบิ๊ก จึงร่ำรวยเกินคนรุ่นเดียวกัน แถมยังมีหน้ามีตาในสังคม ได้เป็นประธานสโมสรเพื่อนตำรวจ มีบ้านหรูอยู่ในต่างประเทศหลายแห่ง รู้จักผู้ใหญ่ในวงการสีกากี โยงใยมาถึงข้าราชการครู ซึ่งเป็นคณะกรรมการ ช.พ.ค.ต่างร่ำรวยผิดปรกติไปตามๆกัน 

ทีมข่าวเจาะประเด็นลงพื้นที่ไปพบกับ อดีตผู้อำนวยการ สกสค.จังหวัดสมุทรสาคร และเป็นสมาชิกกองทุน ช.พ.ค. ต้นเรื่องซึ่งพบความผิดปกติของกองทุนตั้งแต่ปี 2556 จึงนำเรื่องมาขอให้สื่อมวลชนตรวจสอบ เผย ช่วงนั้นในกลุ่มครูด้วยกัน ตั้งข้อสังเกตว่า ประธานกองทุน ช.พ.ค.ที่เคยมีฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยมาก เหตุใดช่วงหลัง จึงมีฐานะร่ำรวยผิดปกติ จากครูระดับผู้บริหารเงินเดือนราวแสนกว่าบาท แต่กลับใช้รถหรูราคาแพง มีเงินไปสร้างรีสอร์ทหลายแห่งมูลค่าหลายล้านบาท

ต้นปี 2559 ปปง.มีมติอายัดทรัพย์สินของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ไม่ต่ำกว่า 800 ล้านบาท มีการเพิ่มชื่อผู้ถูกกล่าวหาอีกรวมเป็น 28 ราย ส่วนใหญ่เป็นบอร์ดบริหารในกองทุน ช.พ.ค.และเป็นผู้บริหารระดับสูงใน สกสค.

ไม่นาน ผู้บริหาร 3 ราย ถูกตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน หลังมีข้อร้องเรียนว่า ร่ำรวยผิดปรกติ มีทรัพย์สินเป็นรีสอร์ทหลายแห่งใน จ.เพชรบุรี มีคอนโดอยู่ใจกลางกรุงเทพ เงินสดในบัญชีหลายร้อยล้านบาท บ้านราคาหลายสิบล้าน               

ไม่เท่านั้น ต่อมาผลการตรวจสอบยังพบว่า กรณีที่บริษัทบิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด อ้างว่า กู้เงิน ช.พ.ค.ไปลงทุนสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าแสงอาทิตย์ขนาด 90 เมกะวัตต์ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี พบว่า ไม่มีเอกสารตั๋วสัญญาใช้เงินจากธนาคารหรืออาวัล มาเป็นเงื่อนไขในการทำสัญญาร่วมลงทุน ระหว่าง สกสค.กับบริษัท บิลเลี่ยนแต่อย่างใด

ด้าน ผู้อำนวยการ ช.พ.ค.จังหวัดนครปฐม ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาชิกกองทุน เผย หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียน ก็มีการตรวจสอบบรัษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด พบมีความผิดปกติหลายอย่าง ทั้งผลการประกอบธุรกิจขาดทุนเรื่อยมา ไม่ได้ระบุชี้ชัดว่าประกอบธุรกิจอะไร ยิ่งไปกว่านั้น ในการกู้เงินกลับไม่มีหลักฐานค้ำประกัน มีแต่หลักทรัพย์ ซึ่งเจ้าของกล่าวอ้างลอยๆ และเอกสารบางอย่างเป็นเอกสารปลอม และเมื่อตรวจสอบพื้นที่ ซึ่งบริษัทอ้างว่าจะกู้เงินไปสร้างโรงไฟฟ้า กลับพบเพียงที่ดินว่างเปล่า พอตรวจสอบไปยังจังหวัด ไม่พบว่ามีการออกใบอนุญาต ให้ก่อสร้างกิจการใดๆ รวมถึงไม่มีการทำประชาพิจารณ์ในพื้นที่

ยิ่งไปกว่านั้น หลังครบกำหนดต้องชำระหนี้ กลับพบว่า คณะกรรมการกองทุนได้ยินยอม ยืดระยะเวลาชำระหนี้ให้กับบริษัทบิลเลี่ยนออกไปอีก   

ล่าสุด ทาง ปปช.ได้ส่งเรื่องทุจริตทั้งหมด ให้กับทาง ปปง. เพื่อตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน และการอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิด ซึ่งตอนนี้ได้อายัดทรัพย์สินของเสี่ยบิ๊ก หรือนายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา เจ้าของบริษัทบิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กว่า 100 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ เจ้าตัวถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำ ถูกแจ้ง 4  ข้อหา คือ ร่วมกันปลอมตั๋วเงิน ใช้ตั๋วเงินปลอม ร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันออกเช็คในขณะที่เช็คนั้นไม่มีเงินในบัญชี และจะขยายผลไปถึงสโมสรฟุตบอลแห่งหนึ่งที่เสียบิ๊กเป็นเจ้าของด้วย หากเกี่ยวข้องก็อาจจะถูกอายัด

ครูคนหนึ่งที่เป็นสมาชิก สกสค.เป็นหนี้อยู่ ชดใช้หนี้ผ่านธนาครออมสิน เดือนละ 4,000 ตั้งแต่ปี 2551 ตอนนั้นยังไม่รับราชการ มีการตั้ง สกสค.ขึ้นเหมือนเป็นการช่วยเหลือครูให้มีชีวิตดีขึ้น แต่ปรากฏว่าไม่แตกต่าง ช.พ.ค.แล้วกลับกลายเป็นว่าพอตั้งกองทุนก็จะมีการโกงกินมหาศาล แล้วไม่คิดว่าคณะกรรมการทั้งหมดจะมาโกงกินกันเอง มาหาผลประโยชน์ส่วนตัว

ด้าน ดร.พิษณุ ตุลสุข ซึ่งปฎิบัติหน้าที่ เลขา สกสค.เผย หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด คณะกรรมการของกองทุน ช.พ.ค. ทาง สกสค.ในฐานนะหน่วยงานต้นสังกัด ผู้ดูแล ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่ผ่านมาพยายามดำเนินขบวนการกฏหมายมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่ง ป.ป.ง. สามารถยัดทรัยพ์คืนกองทุน ช.พ.ค.ได้บางส่วน 123 ล้านบาท จากที่หายไปทั้งหมด 2,500 ล้านบาท ซึ่ง สกสค.ต้องติดตามนำกลับมาคืนให้ครบถ้วน อาจต้องใช้เวลานาน  

ทันที ที่เรื่องนี้ถูกตีแผ่สมาชิก ครู จำนวนไม่น้อยหวั่นวิตกถ้าเกิดสมาชิกเกิดเสียชีวิตจะส่งผลกระทบไปถึงบุตร ไม่ได้รับเงินฌาปณกิจ สกสค. ยืนยัน ว่า สมาชิก 930,000 รายทั่วประเทศ ถ้าเสียชีวิต ทายาทยังคงมีสิทธิตามเดิม เพราะเงิน ช.พ.ค.ที่มีปัญหาฉ้อโกงกันอยู่นี้ คนละก้อนกับเงินฌาปนกิจ
           
นอกจากนี้ทาง ปปช.ยังคงเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป เพราะเชื่อว่าผู้ร่วมกระทำความผิด ใน สกสค. น่าจะมีมากกว่า 20 คน นอกจากนี้ ทาง ปปช. เองยังได้ส่งเจ้าหน้าที่คอยคุ้มกันดูแลครู ผู้ที่เข้ามาแจ้งเรื่องดังกล่าว ซึ่งถือเป็นพยานปากสำคัญ ที่ทำให้เรื่องทุกอย่างถูกเปิดเผยและต่อจิ๊กซอจนนำไปสู่เรื่องทุจริตหลายพันล้าน แม้ก่อนหน้านี้จะถูกคุกคามจากคนบางกลุ่ม แต่ล่าสุดอยู่ในความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่แล้ว

Tag : เจาะประเด็น Special เงิน ชพค ทุจริตเงิน ชพค เงินกู้ ชพค เจาะประเด็นสเปเชียล