เรียกสามีสอบเหตุภรรยาตกรางแอร์พอตลิ้ง ถูกรถไฟทับเสียชีวิต

วันที่ 20 มิ.ย. 2560 เวลา 07:01 น.

Views

อีกหนึ่งเหตุสลดใจช่วงเช้าวานนี้ เกิดขึ้นกับผู้โดยสารรถไฟฟ้าหญิง 2 ราย รายหนึ่งบาดเจ็บเล็กน้อย แต่อีกรายเป็นหญิงท้อง ตกลงไปบนรางรถไฟฟ้า แอร์พอร์ตเรลลิงก์ถูกรถไฟฟ้าทับเสียชีวิต

เหตุแรกที่สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ สถานีบ้านทับช้าง แขวงและเขตประเวศ เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำร่างหญิงท้อง 6 เดือน อายุ 31 ปี ซึ่งถูกรถไฟฟ้าทับเสียชีวิต ขึ้นมาจากรางรถไฟฟ้า โดยไม่มีใครทราบสาเหตุที่แท้จริงของเหตุที่เกิดขึ้น 

พนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง เล่าว่า ขณะยืนรอรถไฟฟ้าที่กำลังจะวิ่งผ่านสถานี เห็นหญิงสาวคนดังกล่าว มีอาการโศกเศร้า ร่ำไห้พร้อมตัดพ้อบางสิ่ง ตกลงไปในรางรถไฟฟ้าจึงรีบตะโกน พร้อมโบกมือส่งสัญญานให้รถไฟฟ้าชะลอและบอกให้ รปภ.ตัดสัญญานไฟ แต่ก็ไม่ทันอีกทั้งอาสาจะลงไปช่วยเหลือหญิงคนดังกล่าว เพราะเคยเป็นจิตอาสาของ สน.ประเวศ แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตเนื่องจากเกรงจะเกิดเหตุซ้ำ

จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด และสอบถามเจ้าหน้าที่ รปภ.ต่างไม่ทราบว่า เหตุใดผู้เสียชีวิต ซึ่งยืนอยู่หลังผู้โดยสารหลายคน จู่ๆจะเดินพลัดตกลงไปในราง ขณะที่รถไฟฟ้ากำลังแล่นผ่านเข้าชานชาลา ผู้บังคับรถจึงเบรกไม่ทัน โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พยายามเข้าช่วยเหลือตามขั้นตอนแล้ว แต่ก็ไม่ทันการณ์          

ด้านพลตำรวจตรีสุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ เปิดเผยหลังการสอบปากคำสามี และเพื่อนสนิทของหญิงสาวคนดังกล่าว เบื้องต้นสามีให้การว่า ภรรยาตั้งท้อง 6 เดือน มีอาการแพ้ท้องหนักและมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะบ่อยครั้ง ปกติภรรยามักจะไม่เข้าไปใกล้กับคนอื่นเพราะไม่อยากถูกเบียดกลัวถูกชนท้อง  

หลังจากนี้จะตรวจสอบกล้องวงจรปิด และเรียกสามีมาสอบปากคำอีกครั้งหลังจากเสร็จงานศพ ส่วนคนขับรถไฟฟ้ายังไม่พร้อมให้ปากคำ เนื่องจากยังอยู่ในอาการช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่เพื่อนสนิทหญิงผู้เสียชีวิต ไม่เชื่อว่าเพื่อนเธอจะคิดฆ่าตัวตายเพราะสามีภรรยาคู่นี้รักกันมาก ไม่เคยมีปัญหาใดๆ และทั้งคู่ได้วางแผนซื้อบ้าน เตรียมซื้อเสื้อผ้ารอรับลูกชายที่จะลืมตาดูโลก ซึ่งในวันเสาร์นี้ก็จะมีอายุครรภ์ครบ 7 เดือน

ด้านนายวิสุทธิ์ จันมณี กรรมการและรักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ชี้เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย เนื่องจากผู้เสียชีวิต เดินออกจากเส้นสีเหลือง ซึ่งเป็นเส้นรักษาความปลอดภัย และตกลงไปในรางที่มีความลึก 120-130 เซนติเมตร ขณะที่ขบวนรถไฟฟ้ากำลังแล่นเข้าสถานี โดยเจ้าหน้าที่ได้กดปุ่มฉุกเฉินหยุดรถแล้ว แต่ร่างผู้โดยสารที่อยู่ในรางห่างจากขบวนรถไม่ถึง 100 เมตร ไม่สามารถหยุดรถได้ทันขบวนรถจึงทับร่างดังกล่าว

เบื้องต้น บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ได้มอบเงิน 40,000 บาทเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว ระหว่างนี้ต้องรอผลการสอบสวนสาเหตุที่ชัดเจนจากตำรวจอีกครั้ง ว่าเกิดจากอุบัติเหตุ หรือเธอเป็นลมหน้ามืด หรือมีประเด็นใดแอบแฝงหรือไม่ ก่อนจะประสานบริษัทประกันภัยในการจ่ายเงินชดเชย 400,000 บาท ให้เพิ่มเติม

ทั้งนี้ได้สั่งเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ประจำชานชาลาจากเดิมมี 4 คน เป็น 6 คนต่อ 1 สถานี และจัดพื้นที่รอคอยที่ชั้นจำหน่ายตั๋ว หากบริเวณชานชาลามีผู้โดยสารหนาแน่น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการติดตั้งประตูกั้นหว่างชานชาลากับขบวนรถ เพิ่มเติมอีก 7 สถานีมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท จากเดิมที่ติดตั้งเฉพาะสถานีมักกะสัน และสถานีสุวรรณภูมิ ซึ่งมีผู้โดยสารหนาแน่น โดยในวันที่ 29 มิถุนายนนี้จะมีการยื่นเอกสารทางเทคนิค และจะมีการประกวดราคาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ คาดว่าจะทยอยติดตั้งประตูกั้นชานชาลาใน 2 สถานีแรก คือ สถานีพญาไท และสถานีลาดกระบัง ได้ในเดือนมีนาคมปีหน้า

ส่วนบรรยากาศที่บ้านเกิดของผู้เสียชีวิต ที่บ้านนาสา ตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ได้มีการจัดเตรียมสถานที่เพื่อรอรับศพ โดยมีญาติๆมาช่วยงานกันด้วยความโศกเศร้า ทั้งนี้ญาติของผู้เสียชีวิต บอกว่าหลานสาวเป็นเด็กดี มีนิสัยร่าเริง ชอบเข้าวัดทำบุญ ตั้งแต่เรียนจบก็ส่งเงินกลับมาให้ที่บ้านตลอดและจะกลับบ้านในช่วงเทศกาลวันสำคัญ หลังทราบจากข่าวว่าหลานสาวเสียชีวิต ญาติทุกคนก็ตกใจ แต่ก็เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุมากกว่าการตัดสินใจฆ่าตัวตาย

ด้านนายแพทย์ณัฐกร จำปาทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นนครินทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมของบุคคลที่มีความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย มองว่า ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์มากถึง 6 เดือนแล้วตัดสินใจฆ่าตัวตาย มีสาเหตุหลัก 2 ด้านคือความเครียดส่วนตัวที่อาจเกิดจากโรคประจำตัว ปัญหาชีวิตครอบครัว หรือเรื่องเงินทอง อีกด้านคือ ภาวะจิตใจของผู้ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ จะมีสภาพจิตใจที่เปราะบาง บางครั้งอาจจะเป็นผู้ใช้อารมณ์ตัดสินใจในบางเรื่องมากกว่าเหตุผล ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาส่วนตัวขึ้นจึงตัดสินใจทำร้ายตัวเองด้วยอารมณ์ที่เปราะบางในช่วงเวลานั้นได้

ส่วนอีกเหตุหนึ่งเกิดขึ้นกับหญิงอายุประมาณ 50 ปี ขณะกำลังก้าวเดินออกจากรถไฟฟ้า BTS ที่สถานีช่องนนทรี แต่ก้าวพลาดเท้าไปติดอยู่ในช่องระหว่างขบวนรถกับชานชาลา ซึ่งกว้างไม่ถึง 10 เซนติเมตร ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

Tag : รถไฟฟ้า รถไฟฟ้าทับคนท้อง คนท้องตกรางรถไฟ แอร์พอร์ตเรลลิงก์ แอร์พอตลิ้ง