พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเข้าร่วมการอภิปรายระดับสูงของสมัชชาสหประชาชาติ ว่าด้วยอาชญากรรมที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ณ สำนักงานสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

วันที่ 20 มิ.ย. 2560 เวลา 20:03 น.

Views

วันที่ 19 มิถุนายน 2560 เวลา 09.55 น. ตามเวลาท้องถิ่นของนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปยังห้องทรัสตีชิพ เคาน์ซิล (Trusteeship Council Chamber) ชั้น 2 สำนักงานสหประชาชาติ ทรงเข้าร่วมการอภิปรายระดับสูงของสมัชชาสหประชาชาติ ว่าด้วยอาชญากรรมที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร และกิจกรรมคู่ขนานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสมัชชาสหประชาชาติ ร่วมกับสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานต่างๆของประเทศไทย อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย องค์การมหาชน เข้าร่วมด้วย โดยเป็นการประชุมระดับสูงที่จัดขึ้นเพื่อรำลึกในโอกาสครบรอบ 25 ปีของเหตุการณ์ที่ นายจีโอวานนี ฟาลคอนี (Mr. Giovanni Falcone) ผู้พิพากษาชาวอิตาลี ถูกลอบสังหารโดยกลุ่มองค์กรอาชญากรรม โดยมุ่งเน้นประเด็นการอนุวัติอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร และพิธีสารแนบท้าย เพื่อให้ประเทศสมาชิกได้หารือเกี่ยวกับแนวโน้มและความท้าทายในการรับมือกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตลอดจนผลกระทบต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในการนี้ นายปีเตอร์ ทอมป์สัน ประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ, นายมิทซูรุ คิตาโน ประธานการประชุมคณะกรรมาธิการแห่งสหประชาชาติ ว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 26, นางพิลา ซาโบริโอ เดอ โรคาฟอร์ท  ประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร สมัยที่ 8 และนายยูริ เฟโดทอฟ ผู้อำนวยการบริหารสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในช่วงเปิดการประชุม พร้อมกันนี้ ทรงร่วมพิธีไว้อาลัยเพื่อรำลึกถึงผู้พิพากษาจิโอวานี ฟาลคอนี และเจ้าหน้าที่รัฐที่เสียชีวิตจากการลงมือของอาชญากรรมที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร

จากนั้น ทรงกล่าวถ้อยแถลงในฐานะทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรม สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของสำนักงาน UNODC ทรงมีพระดำรัสถึงความเสียสละของผู้พิพากษาจิโอวานี ฟาลคอนี ที่อุทิศชีวิตต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร จากการเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1992 ซึ่ง 1 เดือนต่อมา ผู้พิพากษาจิโอวานีถูกลอบสังหารโดยการลอบวางระเบิด พร้อมกับภรรยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย โดยการประชุมครั้งนั้นได้สร้างความตระหนักครั้งสำคัญในเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติแก่ประเทศสมาชิก และเป็นส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิด "อนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร" หรือ อนุสัญญา UNTOC ซึ่งเป็นหนึ่งในอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ได้รับการให้สัตยาบันอย่างกว้างขวางมากที่สุด ปัจจุบันมีสมาชิก 187 ประเทศ โดยอนุสัญญาดังกล่าวเป็นการสร้างนิยามร่วมกัน ในการกำหนดฐานความผิด มาตรฐานการบังคับใช้กฎหมาย และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม จึงถือได้ว่ามีบทบาทสำคัญในการกำหนดกรอบการทำงานระหว่างประเทศสำหรับประชาคมโลก ซึ่งตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ได้มีความก้าวหน้าในการดำเนินมาตรการต่างๆในหลายสาขาทั่วโลก ทั้งในด้านการพัฒนาและแก้ไขกฎหมาย การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ การพัฒนานโยบาย และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของระบบยุติธรรมทางอาญาเพื่อให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลง

(Mr. President, UNTOC was opened for signature in the autumn of 2000, three months after the adoption of the Millennium Development Goals or MDGs. Importantly, UNTOC itself recognizes "the negative effects of organized crime on society in general, in particular on sustainable development". That said, the MDGs did not address crime or challenges to state security and stability.)

"ท่านประธาน อนุสัญญา UNTOC ได้มีพิธีลงนามเมื่อปี 2543 เพียงสามเดือนภายหลังจากที่สหประชาชาติได้รับรองเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ หรือ MDGs อนุสัญญาฉบับนี้ได้ตระหนักถึง "ผลกระทบเชิงลบของอาชญากรรมในลักษณะองค์กรที่มีต่อสังคมโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" แต่อย่างไรก็ตาม MDGs ไม่ได้กำหนดเป้าหมายที่ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม หรือความท้าทายต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของรัฐ"

(It is therefore fundamental for the success of our work against transnational organized crime that the recently adopted 2030 Sustainable Development Agenda contains Goal 16, with its emphasis on the rule of law and security. Organized crime impairs our ability to meet the other goals, whether related to our youth, education, community development, gender equality, or the protection of the environment. In the ASEAN region, my country  Thailand and UNODC regional team are working with this in mind.)

"ด้วยเหตุนี้ การที่ในวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ได้บรรจุเป้าหมายที่ 16 ซึ่งเน้นความสำคัญของหลักนิติธรรมและความมั่นคงไว้ จึงมีความสำคัญยิ่งต่อความพยายามที่จะปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กรให้ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากอาชญากรรมที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาเป้าหมายอื่น ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน การศึกษา การพัฒนาชุมชน ความเท่าเทียมทางเพศ หรือการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สำหรับภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยและทีมงานสำนักงาน UNODC ประจำภูมิภาค ต่างตระหนักดีถึงความเชื่อมโยงกันดังกล่าว"

ต่อจากนั้น ผู้แทนระดับสูงจากรัฐสมาชิกต่างๆได้กล่าวถ้อยแถลง โอกาสนี้ ทรงฟังการอภิปรายหัวข้อที่ 1 เรื่อง "15 ปีของการอนุวัติอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร" ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับความสำคัญและพัฒนาการในการนำเครื่องมือและกลไกต่างๆมาใช้ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงแนวปฏิบัติที่ดีในการอนุวัติอนุสัญญาดังกล่าว และความเชื่อมโยงกับมาตรการต่อต้านการก่อการร้ายซึ่งเป็นภัยคุกคามในโลกยุคปัจจุบันด้วย

Tag : พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา สมัชชาสหประชาชาติ ว่าด้วยอาชญากรรมที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร สำนักงานสหประชาชาติ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา อนุสัญญา UNTOC