เจาะประเด็น Special : ผวา! เลี้ยงนกพิราบนับพัน เสี่ยงโรค

วันที่ 12 ก.ค. 2560 เวลา 18:13 น.

Views

ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในฝั่งคนรักสัตว์และคนที่ได้รับความเดือดร้อน หลังมีชายวัย 60 ปีคอยให้อาหารนกพิราบภายในบ้านทาวน์เฮาส์ของตัวเอง จนทำให้นกพิราบมาอยู่อาศัยและเพิ่มจำนวนมากขึ้นนับพันตัว สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านข้างเคียง ไม่ว่าจะกลิ่นขี้นก ขนนกที่ฟุ้งกระจาย หลายคนเป็นโรคภูมิแพ้ กลัวว่าจะติดโรคจากนกด้วย

แม้จะถูกปรับไปหลายครั้ง แต่ชายคนนี้ยังคงให้อาหารนกต่อ โดยยืนยันว่าไม่ได้ทำผิด และไม่ได้เป็นเจ้าของนก นกมาอาศัยอยู่บ้านเอง

ที่สุดจะมีการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร รวมถึงข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญที่ระบุว่าการเลี้ยงนกพิราบจำนวนมากในชุมชน ผู้คนมีโอกาสเสี่ยงต่อหลายโรคอันตรายที่ต้องระวัง

ทีมข่าวเจาะประเด็นสเปเชียล ลงพื้นที่ไปยังทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ใกล้แยกสุทธิสาร เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ คุณลุงวีระศักดิ์ เจ้าของบ้าน ในวัย 60 ปี ก่อนหน้านี้ทำงานรับราชการเป็นคุณครูสอนภาษาที่โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่มีเหตุจำเป็นต้องลาออก จึงหันมายึดอาชีพเก็บของเก่าขาย ส่วนตัวเป็นคนรักสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว รวมถึงนก ก็จะซื้ออาหารไปให้ กระทั่งประมาณที่ผ่านมา 10 ปี ย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้ เมื่อเห็นนกพิราบบินโฉบมาจะให้อาหาร ตอนแรกมีไม่กี่สิบตัว ตอนนี้นับรวมๆได้กว่า 400 ตัว ไม่นับรวมนกพิราบที่บินไปอาศัยที่บ้านใกล้เคียง ซึ่งอาหารที่โปรยให้นกจะเป็นข้าวสารที่ซื้อมาเอง บางครั้งมีผู้ใจบุญซื้อมาบริจาคให้

ช่วงหลังมีชาวบ้านไปร้องเรียน เรื่องการให้อาหารนก จนสร้างความเดือดร้อน ทั้งกลิ่นและขี้นก ส่วนตัวยอมรับว่าเรื่องกลิ่นอาจจะมีบ้าง แต่ยืนยันว่าการให้อาหารของตนไม่ได้มีเจตนาจะแกล้งใคร หลายคนถามว่าทำไมไม่ย้ายนกไปที่อื่น แล้วจะมีใครเสียสละพื้นที่ให้นกเหล่านี้หรือไม่ ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความสะอาดหรือโรคที่อาจจะตามมา ยืนยันว่ากว่า 10 ปี ที่ให้อาหารนกมา ตนมีสุขภาพแข็งแรงไม่เคยเจ็บป่วย 

นายวีระศักดิ์ ยังพาทีมข่าว เดินเข้าไปสำรวจภายในตัวบ้าน พบว่าเต็มไปด้วยเศษของเก่าที่เก็บสะสมเอาไว้ขาย เหล่าแมลงสาบไต่ไปมาจำนวนมาก และในบ้านก็ยังมีลูกแมววิ่งเล่นไปมานับ 12 ตัว รวมถึงสุนัขนอนซมอยู่ในบ้านอีก 1 ตัว ซึ่งภายในบ้านส่งกลิ่นเหม็นอับคละคลุ้ง
              
นายวีระศักดิ์ ยืนยันหากเจ้าหน้าที่จะมาจับนกพิราบ ห้ามให้เจ้าหน้าที่เข้ามาจับในบ้านเด็ดขาด อ้างเข้าค่ายทารุณกรรมสัตว์ และยืนยันจะเดินหน้าให้อาหารนกพิราบเหล่านี้ต่อไป และต้องการเป็นตัวอย่างการให้ความช่วยเหลือสัตว์ที่อยู่ในเมือง

ขณะที่ชาวบ้านใกล้เคียง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่ผ่านมาร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไร้หนทางแก้ไข จนชาวบ้านเริ่มมีอาการป่วย เป็นโรคภูมิแพ้ เพราะต้องสูดดมกลิ่นและฝุ่นที่มากับนก บางคนหากต้องเดินผ่านต้องใส่หน้ากากอนามัยปิดบัง บางครั้งเดินผ่านจุดนั้นหากไม่ระวัง ก็จะมีขี้นกตกมาใส่ศีรษะ เสื้อผ้า เปรอะเปื้อน หากไม่เร่งกำจัด ปัญหาที่ตามมาในอนาคต อาจเป็นพาหะนำโรคติดต่อร้ายแรงเข้ามาติดกับคน

นอกจากนี้กรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดส่งเจ้าหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุขห้วยขวาง ในการตรวจสุขภาพกายและจิต รวมถึงจะมีการประสานกับญาติของคุณลุง เพื่อรับทราบถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ด้านรองผู้อำนวยการสำนักอนามัยและสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร บอกว่า คนที่อยู่กับนกพิราบจำนวนมากจะมีสิทธิได้รับเชื้อโรคมาจากขี้นก เช่น จะมีแบคทีเรียปนอยู่หลายชนิด ถ้าหากคนที่มีปัญหาสุขภาพไม่แข็งแรง หรือมีภูมิต้านทานต่ำ ก็จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน อย่างโรคปอดอักเสบ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือแม้กระทั้งไข้หวัดนก และหากขี้นกพิราบแห้งสะสมอยู่ในพื้นที่ในจำนวนมากจะฟุ้งกระจายในอากาศ ก็จะส่งผลกระทบไปถึงคนในชุมชนเมื่อสูดดมเข้าไปก็จะได้รับเชื้อโรคไปด้วย

ทั้งนี้อยากฝากเตือนไปยังประชาชน ถ้าต้องไปอยู่ในพื้นที่ที่มีนกพิราบรวมถึงสัตว์ชนิดอื่นๆจำนวนมาก ควรจะป้องกันเชื้อโรคด้วยการใส่หน้ากากอนามัย และควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสร่างกายและอาหาร

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมานานหลายปี หน่วยงานในพื้นที่เข้าไปพูดคุยเจรจา หาทางออกให้โดยการใช้ข้อกฎหมายสั่งปรับในความผิด "สร้างเหตุเดือดร้อนรำคาญ" แต่ก็ไม่เป็นผล ทางกรุงเทพมหานครได้ส่งเจ้าหน้าที่พูดคุยเจรจาอีกครั้ง หากยังไม่ยอมแก้ไขปัญหาอีก ก็ใช้มาตราการขั้นเด็ดขาด ควบคุมเคลื่อนย้ายนกพิราบทั้งหมดออกจากพื้นที่ รวมถึงการใช้ พรบ.สาธารณสุขเข้าไปจัดการดูแล แก้ไขปัญหาภายในบ้านของคุณลุงด้วย โดยย้ำว่าสิทธิมนุษยชนทุกคนมีเท่าเทียมกัน การมีความเมตตา หรือชอบเลี้ยงสัตว์ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิด แต่ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับตัวเอง และคนรอบข้างด้วยเช่นกัน                

ด้านตำรวจ เปิดเผยว่า เบื้องต้นมีการเรียกคุณลุงวีระศักดิ์ มาแจ้งข้อหา ฐานฝ่าฝืนคำสั่งผู้อำนวยการเขต กรณีให้มีการปรับปรุงสิ่งสกปรกให้ดีขึ้น แต่ยังไม่มีการปฏิบัติตาม วันพรุ่งนี้จึงประสานกับสำนักงานเขตห้วยขวาง เพื่อนำเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญในการจับนกพิราบ นำอุปกรณ์เข้ามาจับไปปล่อยในที่ที่เหมาะสม แม้ลุงวีระศักดิ์ ให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงนกพิราบแข่ง ระบุว่าการดูแลนกพิราบไม่ใช่เรื่องง่าย เสี่ยงติดเชื้อโรคเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพที่อาจส่งผลเสียถึงขั้นเสียชีวิตได้ วิธีการแก้ปัญหาคือให้เจ้าของบ้านหยุดให้อาหารนก ก็จะเป็นการไล่นกออกจากชุมชนทางอ้อม 

ด้านสมาคมสหพันธ์นกพิราบแข่งในประเทศไทย เผย นกพิราบเป็นสัตว์ปีกที่ฉลาด จำถิ่นที่อาศัย และ อายุยืน อดีตจึงใช้นกพิราบส่งสาร และได้มีการเลี้ยงเพื่อแข่งขัน ซึ่งแต่ละตัวต้องผ่านการดูแลเอาใจใส่อย่างดี ทุกเช้าเย็นจะต้องฉีดน้ำล้างมูลนกในกรง และเช็ดกรงทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรคทุก 2-3 วัน และอีก 60 วัน จะต้องฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไข้หวัดนกอย่างเคร่งครัด    

ผิดกับ นกพิราบเร่ร่อน ที่อยู่ตามธรรมชาติเสี่ยงเป็นพาหะนำเชื้อโรคโดยเฉพาะไข้หวัดนก และเชื้อโรคอื่นที่แฝงมาเป็นอันตรายสู่คนได้ แน่นอนสำหรับคนบางกลุ่มที่ใจบุญ รักนก ชอบแบ่งปันให้อาหารเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรเลือกสถานที่ออกไปให้ไกลๆบ้าน ห่างชุมชน ไม่เช่นนั้นนกจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนยากควบคุม

อย่างไรก็ตาม แม้นกพิราบจะเป็นนกที่จดจำถิ่นฐานที่อยู่เดิมได้ดี แต่ถ้าเราหยุดให้อาหาร นกพิราบจะอพยพย้ายถิ่นหายไปเอง

Tag : นกพิราบ เลี้ยงนกพิราบ ให้อาหารนกพิราบในทาวน์เฮาส์ ลุงให้อาหารนกพิราบ เจาะประเด็นสเปเชียล