เจาะประเด็น Special : สลดซ้ำซาก ลืมนักเรียนในรถ

วันที่ 2 ส.ค. 2560 เวลา 17:49 น.

Views

เหตุการณ์ที่เป็นคดีสลดใจ และซ้ำซากที่เกิดขึ้นกับสังคมไทย กรณีลืมเด็กนักเรียนไว้บนรถรับส่งนักเรียน ล่าสุดก็มีกรณีของคนขับรถรับส่งนักเรียนที่ไปลืมหนูน้อย วัยกำลังน่ารัก อายุเพียง 6 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.1 ติดอยู่ภายในรถนานหลายชั่วโมง จนที่สุดน้องขาดอากาศหายใจ ได้รับบาดเจ็บสาหัส หมดสติอยู่ภายในรถ พ่อแม่นั้นหัวใจแหลกสลายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องมาสูญเสียเพียงเพราะความประมาทของคนขับรถรับส่งนักเรียน เราจะไปติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้ เพื่อถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทีมข่าวลงพื้นที่เปิดใจครอบครัวเด็กชายผู้เคราะห์ร้าย พบกับคุณขวัญตา ผู้เป็นแม่ ซึ่งอยู่ในอาการเศร้าโศกและหัวใจแทบสลาย เล่าว่าตนและสามีเป็นคนอยุธยา มีลูกด้วยกัน 2 คน คือน้องกาย (นามสมมุติ) อายุ 11 ขวบ และน้องกาก้า (นามสมมุติ) อายุ 6 ขวบ ตนและสามีทำอาชีพค้าวัตถุมงคล อยู่ที่ย่านท่าพระจันทร์ แต่จะกลับมาหาลูกทุกวันเสาร์ จึงจำเป็นต้องให้ลูกทั้ง 2 คน อาศัยอยู่ที่ จ.อยุธยา กับตาและยายที่ค่อนข้างชรา แต่จะมีป้าเป็นผู้ปกครองคอยดูแลอีกคน

ลูกชายคนโตจะเดินทางไปโรงเรียนด้วยรถรับส่ง ซึ่งมีลุงบุญเลิศคอยดูแลตั้งแต่อยู่ชั้น ป.3 โดยเสียค่าใช้จ่ายเดือนละ 300 บาท ส่วนน้องกาก้า ก่อนหน้านี้อยู่ชั้นอนุบาล เห็นว่ายังเล็ก อีกทั้งยังเป็นโรคหอบ จึงให้ป้าหรือญาติคนอื่นๆ คอยไปรับไปส่งอยู่เป็นประจำ ซึ่งจะค่อนข้างลำบาก เพราะที่บ้านไม่มีรถส่วนตัว ต้องอาศัยรถประจำทางที่ปากซอย ต้องเดินออกไปไกลกว่า 1-2 กิโลเมตร ระยะทางจากบ้านไปถึงโรงเรียนก็ค่อนข้างไกล

ตนเห็นว่าปีนี้น้องกาก้าเลื่อนชั้นขึ้น ป.1 เห็นว่าลูกชายเริ่มช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ไม่อยากรบกวนญาติๆ อีกทั้งเห็นว่าที่ผ่านมาลุงบุญเลิศไม่เคยบกพร่องเรื่องรับส่งลูกคนโต จึงตัดสินใจให้น้องกาก้าไปรถรับส่งด้วยอีกคน ไม่คาดคิดว่าจู่ๆ จะได้รับข่าวร้าย

ทีมข่าวได้เดินทางไปพูดคุยกับคุณครู ที่โรงเรียนวัดเชิงเลน ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าที่ผ่านมาน้องกาก้าเป็นเด็กอารมณ์ดี พูดเพราะ แต่ค่อนข้างพูดน้อย น้องมีโรคประจำตัวคือโรคหอบ จะขาดเรียนบ่อย วันเกิดเหตุคุณครูประจำชั้นเห็นว่าน้องไม่มาโรงเรียน จึงสอบถามไปยังผู้ปกครองและได้ทราบว่าน้องติดอยู่ในรถรับ-ส่ง จนขาดอากาศหายใจ ก็รู้สึกตกใจ และเสียใจมาก เพราะที่ผ่านถึงแม้ทางโรงเรียนไม่มีตู้รถรับ-ส่ง คอยให้บริการ แต่จะพยายามประสานให้ผู้ประกอบการเอกชนมาจัดทำ อีกทั้งยังคอยเรียกผู้ประกอบการเอกชนมาพูดคุย กำชับให้ระวังอันตรายจากการเดินทางบนท้องถนน รวมถึงการตรวจสอบดูแลเด็กนักเรียนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังให้คุณครูคอยเช็คชื่อเด็กทุกเช้าเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยซ้ำ

ล่าสุด อาการของน้องกาก้าโคม่า สมองไม่มีการตอบสนองใดๆ อวัยวะต่างๆ เริ่มเข้าสู่ภาวะล้มเหลว ใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา คุณหมอเลยขอให้คุณพ่อคุณแม่ทำใจ
              
หัวอกคนเป็นพ่อแม่แทบใจสลาย เด็กชายวัยน่ารัก หัวแก้วหัวแหวนของครอบครัวอาการหนัก ไม่ทันให้ได้ทำใจ หลังจากนี้หากน้องสิ้นลมจริงๆ ก็จะบริจาคร่างกายให้กับทางโรงพยาบาล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ให้กับผู้ป่วยเด็กรายอื่นๆ ต่อไป

ด้านยายและพี่ชายของน้องยังทำใจไม่ได้ อยู่ในอาการช็อค เอาแต่ร้องไห้ รับไม่ได้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

หลังเกิดเหตุ ลุงบุญเลิศ คนขับได้มาเยี่ยมน้อง ซึ่งทางครอบครัวก็ไม่ได้คิดโกรธแค้นลุงบุญเลิศ หลังจากนี้ ก็คงให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมบอกอีกว่า อยากให้เหตุร้ายที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์กับทุกฝ่าย

เหตุครั้งนี้สร้างความสูญเสีย และเป็นอีกบทเรียนให้ผู้ปกครอง รวมไปถึงคนขับรถรับส่งนักเรียน และคุณครู ต้องเพิ่มความระมัดระวัง ดูแลเอาใจใส่เด็กๆ ให้มากกว่านี้ ตั้งแต่รับจากบ้านขึ้นรถ กระทั่งเด็กลงรถเดินเข้าสู่รั้วโรงเรียน เพราะหากเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ เด็กจะไม่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้

นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ในฐานะหัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี เผยในบ้านเรามักพบมีเด็กเล็กถูกลืมทิ้งไว้ในรถ แล้วเสียชีวิตบ่อยครั้ง ที่คิดกันว่าเด็กเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ ไม่ใช่ จริงแล้วเมื่อเด็กถูกขังอยู่ในรถ ความร้อนภายในรถจะสูงเกินกว่าที่เด็กจะรับไหว 5-10 นาที แรกอาจจะยังไม่อันตราย แต่ถ้าเลย 30 นาทีขึ้นไปเป็นชั่วโมง หลายชั่วโมง ร่างกายก็จะขับเหงื่อออกมาระบายความร้อน ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด สมองบวม อวัยวะทุกอย่างหยุดการทำงาน นำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด

ที่ผ่านมา ได้พยายามรณรงค์ให้ผู้ปกครอง รถโรงเรียนต่างๆ ติดสติกเกอร์กันลืมเด็กไว้ในรถ เหตุส่วนใหญ่เกิดกับเด็กวัยอนุบาล อายุ 3-6 ขวบ การสอนวิธีเอาตัวรอดให้กับเด็ก เช่น รู้จักบีบแตร เปิดกระจกหรือประตูรถ หรือทุบกระจก ร้องตะโกนให้คนช่วย แต่เอาเข้าจริงพอเจอเหตุคาดไม่ถึง หนูน้อยมักจะตกใจ ไม่ทันฉุกคิดถึงสิ่งที่ผู้ใหญ่เคยสอนไว้

จึงอยากฝากสะท้อนปัญหานี้ไปถึงครู แม้รถรับส่งนักเรียนจะเป็นของบุคคลภายนอก ไม่ใช่ความรับผิดชอบของโรงเรียนโดยตรง แต่ถ้าหากครูช่วยสอดส่องดูแลอีกลำดับ แนะนำเด็กนักเรียนให้รู้จักช่วยตัวเองหากถูกลืมไว้ในรถ ย้ำซ้ำแล้วซ้ำอีก รวมไปถึงช่วยตรวจภายในรถซ้ำ จนแน่ใจว่าไม่มีเด็กหลงอยู่ในรถ เช็กชื่อนักเรียนที่ขึ้น-ลงรถ และเดินเข้าห้องเรียน ก็อาจจะช่วยไม่ให้เกิดเหตุสลดกับลูกศิษย์วัยไร้เดียงสา  

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเผย รถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ มีกระจกเป็นระบบไฟฟ้า ติดฟิล์มสีดำ ประตูล็อกด้วยระบบรีโมท ด้านหลังดัดแปลงต่อหลังคา มีเบาะนั่ง 3 แถว เป็นรถ 4 ประตู ล่าสุดได้ควบคุมตัวนายบุญเลิศ วัฒกี วัย 57 ปีคนขับรถไปส่งศาลฝากขัง และได้ส่งหนังสือไปยังขนส่งจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ให้ทำการตรวจสอบรถคันนี้ ส่วนข้อหาอยู่ระหว่างการสอบพยานเพิ่มเติม และรอดูอาการของน้องผู้เสียหาย

ล่าสุด ช่วงราว 16.20 นาที ทีมข่าวได้เช็คไปยังโรงพยาบาล พบว่า น้องกาก้า หนูน้อยผู้เคราะห์ร้ายได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ ทีมเจาะประเด็นสเปเชียล ขอแสดงความเสียใจและส่งกำลังใจให้ครอบครัวน้องกาก้า ก้าวข้ามเหตุความเศร้าสลดครั้งนี้ไปได้ด้วยความเข้มแข็ง

ความสูญเสียครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นซ้ำอีกกับสังคมไทยครั้งนี้ จะเป็นบทเรียนและอุทาหรณ์สำคัญ ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตั้งแต่พ่อแม่ ผู้ปกครอง โรงเรียน ไปจนถึงผู้รับผิดชอบโดยตรง คือ ผู้ที่ขับรถนักเรียน ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยของเด็กมาเป็นลำดับแรก เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียซ้ำรอยอีก

Tag : ลืมเด็กในรถ ลืมเด็กในรถนักเรียน ลืมเด็กไว้บนรถรับส่งนักเรียน