เจาะประเด็น Special : ภัยคนเร่ร่อน ก่อเหตุทำอนาจาร-ข่มขืน

วันที่ 4 ส.ค. 2560 เวลา 17:49 น.

Views

ประเด็นที่เป็นภัยสังคม และเกิดขึ้นบ่อยครั้งกลางกรุง ที่ล่าสุดมีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อคนร้ายที่เป็นทาสยาเสพติด ใช้อาวุธมีดจี้หญิงสาวจากบริเวณป้ายรถประจำทาง หลังจากนั้นพาตัวเข้าไป หวังจะข่มขืนที่บริเวณป่ารกทึบข้างทาง เคราะห์ดีมีแท็กซี่พลเมืองดีผ่านมาเห็นเหตุการณ์ โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะใช้ไหวพริบ พูดถ่วงเวลากับคนร้าย รอจนกระทั่งเจ้าหน้าที่มาถึง ขณะที่คนร้ายกรรมตามทัน ระหว่างจะวิ่งหลบหนีตำรวจ ถูกรถชนจนได้รับบาดเจ็บ ไปไม่รอด ถูกตำรวจรวบตัวในที่สุด

ชาวบ้านเผยว่า บริเวณดังกล่าวเกิดเหตุอาชญากรรมบ่อย ทั้งฉกชิง วิ่งราว และมีหญิงสาวถูกลวนลามแทบทุกเดือน เราจะไปเจาะลึกเรื่องนี้กัน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ย่านตลิ่งชัน เหยื่อสาวเปิดใจ ราว 20.00 น. เดินข้ามสะพานลอย มารอรถที่ป้ายรถเมล์ แถบซอยบรมราชชนนี 69 เห็นชายคล้ายคนเมาเดินมาจากสะพานลอยฝั่งตรงข้าม แล้วจู่ๆ ก็มาล็อกคอ ใช้มีดจี้ที่เอว ลากเธอไปพุ่มไม้ที่มืดๆ เธอตกใจจึงยื่นโทรศัพท์มือถือและเงินสดที่มีให้คนร้าย แต่ปรากฏว่าคนร้ายกลับไม่หยุด กระชากชุดชั้นในของเธอมามัดแขนและขา ตอนนั้นหวาดกลัวมาก คนร้ายชกต่อย และข่มขู่ว่าถ้าร้องจะฆ่าให้ตาย ตนจึงได้แต่ภาวนา ขอให้มีคนผ่านมาช่วย

ทีมข่าวไปเปิดใจแท็กซี่พลเมืองดี เผยขณะจอดพักนั่งเล่นไลน์อยู่ในรถ เห็นชายคนร้ายพุ่งดิ่งเข้าล็อกคอหญิงสาว แรกเลยคิดว่าเป็นสามี-ภรรยากัน แต่พอเห็นอาการผู้หญิงที่ไม่ได้ต่อสู้ขัดขืน แต่หวาดกลัว และเห็นคนร้ายชักมีดจี้บังคับให้เหยื่อเดินไปในจุดมืด ตนจึงค่อยๆ ขยับรถตาม แล้วโทรแจ้งตำรวจ

คนร้ายเริ่มรู้ตัว จึงเดินมาทำทีขอบุหรี่ และไฟแช๊ค อ้างว่าจะเอาไปเสพยากับแฟนสาว ตนก็บอกว่าไม่มี คนร้ายจึงเดินกลับไปที่พุ่มไม้ ไม่นานเดินออกมาอีก ตนจึงพยายามชวนคุยยื้อเวลา ไม่กี่นาทีที่สายตรวจ สน.ตลิ่งชัน มาถึง คนร้ายตกใจรีบวิ่งหลบหนี ข้ามถนน เวรกรรมติดจรวดชนิดไม่ต้องรอเวลา คนร้ายถูกรถกระบะที่ขับมาอย่างเร็ว เฉี่ยวชนจนบาดเจ็บ จึงถูกรวบตัวทันควัน

แท็กซี่พลเมืองดี เล่าอีกว่า ขับแท็กซี่มากว่า 8 ปี ไม่เคยประสบเหตุ แต่เคยเป็นอาสาช่วยงานตำรวจ จึงพอจะรู้ถึงวิธีการจดจำรูปพรรณสันฐาน การแจ้งเบาะแสให้กับตำรวจว่าทำอย่างไร รู้สึกภาคภูมิใจที่ช่วยให้เหยื่อสาวรอดจากการถูกข่มขืน หากวันนั้นตนไม่ตัดสินใจช่วยเหลือ อาจมีข่าวร้ายเกิดขึ้นให้ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง รู้สึกดีใจที่อย่างน้อยก็ช่วยกอบกู้ชื่อเสียงให้คนขับแท็กซี่

ทีมข่าวลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ พบว่ามีหญิงสาวถูกลวนลามอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งผู้ที่ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนเร่ร่อนที่ใช้สะพานลอย ป้ายรถเมล์ เป็นที่พักอาศัย ขณะที่คนร้ายที่ถูกจับพบว่ามีคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด 

ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจบริเวณสะพานลอย พบว่าฝั่งตรงข้ามเป็นหอพักพยาบาล หญิงสาวเล่าว่า หลัง 18.00 น. เป็นต้นไป บริเวณนี้จะค่อนข้างเปลี่ยว สะพานลอยไม่มีการติดตั้งกล้องวงรปิด ที่ป้ายรอรถเมล์ไฟส่องสว่างไม่ทั่วถึง เพราะต้นไม้ขึ้นรกทึบ ที่สำคัญจะมีคนเร่ร่อน จรจัดจะใช้สะพานลอย ป้ายรถเมล์ เป็นที่อาศัยหลับนอน ที่ผ่านมา มีหญิงสาวที่เดินเพียงลำพัง ถูกคนจรจัดเดินตาม อาศัยจังหวะเผลอ ลงมือลวนลาม ทั้งจับหน้าอก บีบก้น เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่ไม่กล้าแจ้งความ เพราะอับอาย จึงอยากให้เร่งปรับปรุงสถานที่ให้มีไฟส่องสว่างเพิ่มมากขึ้น ติดตั้งกล้องวงจรปิด และอยากให้มีเจ้าหน้าที่สายตรวจหมั่นมาตรวจตราบ่อยๆ

เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บอกว่า เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทเอกชนได้นำรถแบคโฮมารื้อป่าบริเวณนี้ออก และจะมีการก่อสร้าง ก่อนหน้านี้มักเกิดเหตุบ่อยทั้งฉกชิง วิ่งราว และมีหญิงสาวถูกลวนลาม ขอความช่วยเหลือบ่อยครั้ง กลายเป็นภัยเสี่ยงของหญิงสาวย่านนี้ 

หลังตำรวจควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ คือนาย ไพโรจน์ หรือ อาลี อับดุลเลาะ ผู้ต้องหาให้การว่า ก่อนหน้านี้ทำการเกษตรย่านคลอง 14 ปทุมธานี แต่หลังจากขาดรายได้ ตระเวนขอเงินผู้คนย่านห้างสรรพสินค้าย่านรังสิต ก่อนจะขึ้นรถเมล์ฟรี เดินทางปักหลักอาศัยอยู่ที่สนามหลวง ขอข้าวโรงทานประทังชีวิต

วันเกิดเหตุได้นั่งรถเมล์ฟรีจากย่านห้วยขวาง และไปลงป้ายรถเมล์บริเวณซอยบรมราชนนี 69 ก่อนจะเดินข้ามสะพานลอยมาฝั่งตรงข้าม เห็นเหยื่อมาเพียงลำพัง จึงหวังที่จะจี้ชิงทรัพย์ เพราะไม่มีเงินติดตัว แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะผู้ต้องหาพกอาวุธติดตัวมาด้วย และพบถุงยางอนามัยติดตัว สืบประวัติย้อนหลังพบว่าเคยต้องโทษคดียาเสพติด เพิ่งพ้นโทษออกมา หากหญิงสาวรายใดเคยถูกนายไพโรจน์กระทำอนาจาร สามารถแจ้งความเอาผิดได้ทันที

เจ้าหน้าที่เผยว่า จากการจัดระเบียบคนเร่รอน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2560 ถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2560 พบสถิติมีคนเร่ร่อนทั่วประเทศรวมทั้งหมดกว่า 2,000 ราย แบ่งเป็นขอทาน 804 ราย และคนไร้ที่พึ่งจำนวนกว่า 1,200 ราย แต่ก็ไม่พบว่าไปก่อเหตุอาชญากรรม หลังจากนี้ จะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบให้แน่ชัดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ มีญาติพี่น้องหรือไม่ ที่ผ่านมาจะมีมาตรการดูแลคนเร่ร่อน ขอทาน และคนไร้ที่พึ่ง โดยสอบถามความสมัครใจเพื่อจัดให้ไปอยู่ในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ที่มีอยู่ 11 จุดทั่วประเทศ จัดหางานหาอาชีพ เพื่อช่วยให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

ล่าสุดกรมทางหลวง ได้นำไฟส่องสว่างไปติดตั้งเพิ่ม ทั้งบนสะพานลอยคนข้าม และป้ายรถเมล์ และจะมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปรับภูมิทัศน์ ตัดกิ่งไม้ และป่ารกทึบ ให้มีความสว่างและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

Tag : คนเร่ร่อน ข่มขืน ภัยคนเร่ร่อน คนเร่ร่อนทำอนาจาร แท็กซี่พลเมืองดี เจาะประเด็นสเปเชียล