นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ติดตามสถานการณ์น้ำ และการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท และประตูระบายน้ำบางโฉมศรี จังหวัดสิงห์บุรี

วันที่ 9 ส.ค. 2560 เวลา 20:13 น.

Views

วันนี้ นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี พร้อมคณะฯ เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำ และการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำที่จะเกิดขึ้น ณ เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ซึ่งก่อสร้างขึ้นเพื่อที่จะฟื้นฟู และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศไทยด้านเกษตรกรรมและคมนาคมทางน้ำ สามารถเก็บกักน้ำได้ 265 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง รวม 7.5 ล้านไร่ และผลิตไฟฟ้าพลังสะอาดได้ 61.75 ล้านหน่วยต่อปี นอกจากนี้ ยังควบคุมปริมาณน้ำเสียและน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำลำคลองต่าง ๆ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมทั้ง ป้องกันอุทกภัยในแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันรับน้ำจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวม 12,791 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำใช้การได้ 6,095 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรับน้ำได้อีก 12,080 ล้านลูกบาศก์เมตร

จากนั้น เดินทางไปยังโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ บริเวณประตูระบายน้ำบางโฉมศรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี คือ ประตูระบายน้ำปลายคลองระบายใหญ่ชัยนาท-ป่าสัก 2 มีความยาว 27.810 กิโลเมตร ใช้ประโยชน์ในการกักเก็บน้ำ และระบายน้ำให้กับพื้นที่เขตชลประทาน สำหรับในฤดูน้ำหลาก น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับสูงกว่าในคลอง จำเป็นต้องปิดบานระบายน้ำประตูระบายน้ำบางโฉมศรี เพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าท่วมพื้นที่ โดยในปี 2554 ที่เกิดอุทกภัย ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี และอาคารประกอบเสียหาย จึงได้ก่อสร้างอาคารชลประทานใหม่ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ โดยขยายให้ใหญ่กว่าเดิม 2 เท่า ก่อสร้างสถานีสูบน้ำพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 4 เครื่อง สูบระบายน้ำได้สูงสุด 24 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จัดทำท่อระบายน้ำพร้อมท่อแยก เพื่อระบายน้ำลงคลองชัยนาท-อยุธยา

Tag : องคมนตรี สถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำ เขื่อนเจ้าพระยา ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี