เร่งหารถอีก 2 คันพา "ยิ่งลักษณ์" หลบหนี

วันที่ 25 ก.ย. 2560 เวลา 16:30 น.

Views

พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าทีมสืบสวนสอบสวนติดตามตัว นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีไม่ไปฟังคำพิพากษาคดีทุจริตรับจำนำข้าว เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว เพื่อเร่งติดตามหาเบาะแสรถกระบะ 4 ประตูสีทึบ และรถเบนซ์ที่ พันตำรวจเอกชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ที่ขับรถพานางสาวยิ่งลักษณ์หลบหนีว่า เป็นรถที่มาส่ง และรถที่มารับนางสาวยิ่งลักษณ์ อีกทอดหนึ่ง

พลตำรวจเอกศรีวราห์ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่า นางสาวยิ่งลักษณ์อยู่ในประเทศหรือนอกประเทศ เพราะจากการสอบถามผ่านช่องทางตำรวจสากล จนถึงขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดยืนยันเลยว่าไปอยู่ที่ใด การสอบสวนตำรวจทั้ง 3 นาย ก็บอกเพียงว่ามีการไปส่งนางสาวยิ่งลักษณ์ที่จังหวัดสระแก้วเท่านั้น ไม่เคยบอกเลยว่าออกนอกประเทศแล้ว ขณะนี้กำลังสืบสวนหาตัวชายที่มีข้อมูลว่ามารับนางสาวยิ่งลักษณ์ที่ชายแดน และสืบหารถกระบะและรถเบนซ์ที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่ไม่ได้ดำเนินคดีกับตำรวจ 3 นาย เพราะไม่สามารถเอาผิดทางกฎหมายได้ ยืนยันไม่ใช่เรื่องปาหี่

ส่วนกรณีมีข้อมูลพาดพิงไปถึงนายตำรวจยศ พลตำรวจเอก 3 นาย และพลตำรวจโท 1 นาย อยู่เบื้องหลังให้การช่วยเหลือนั้น พลตำรวจเอกศรีวราห์ กล่าวว่า ต้องรอให้การดำเนินคดีทางอาญาเสร็จสิ้นก่อน จึงจะขยายผลไปส่วนนี้ หากพาดพิงถึงใครก็ต้องเชิญมาสอบสวน

ขณะที่ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งเปลี่ยนตัวประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเป็น พลตำรวจตรีภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล โดย พลตำรวจตรีภาณุรัตน์ ระบุว่า สาเหตุที่เปลี่ยนตัว เนื่องจากประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงมีตำแหน่งและยศเท่ากัน จึงไม่เหมาะสม และจะเรียกประชุมคณะกรรมการในวันพรุ่งนี้  โดยจะยังไม่เรียกพันตำรวจเอกชัยฤทธิ์ มาสอบปากคำ เพราะจะเน้นการสืบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อนว่า พันตำรวจเอกชัยฤทธิ์จะมีความผิดทางอาญา ทางวินัย หรือความผิดใดหรือไม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 7 วัน

ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยในวันอ่านคำพิพากษาในคดีรับจำนำข้าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 27 กันยายนนี้ พลตำรวจตรีภาณุรัตน์ ระบุว่า หน่วยข่าวกรองทุกหน่วยประเมินว่า จะมีมวลชนเดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาประมาณ 300-400 คน และได้แจ้งให้ทางศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทราบแล้ว ซึ่งศาลได้ให้ตำรวจใช้แนวทางปฏิบัติเดิมเหมือนในวันนัดไต่สวน  โดยกำหนดพื้นที่วางแผงกั้นเหล็กบริเวณหน้าประตูทางเข้าศาลฎีกาฯ ในระยะ 20-30 เมตร และอนุญาตให้เข้าร่วมฟังคำพิพากษาในห้องพิจารณาได้ไม่เกิน 100 คน ส่วนที่เหลือขอให้ไปให้กำลังใจอยู่บริเวณนอกแนวกั้นของศาล ส่วนตำรวจได้วางกำลัง 2 กองร้อย ดูแลความปลอดภัย และอำนวยการจราจรโดยรอบศาลฎีกา