จดหมายเหตุสนามหลวง : ต้นไม้ทรงปลูก..ของขวัญจากพ่อ

วันที่ 7 ต.ค. 2560 เวลา 17:54 น.

Views

ต้นไม้ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกไว้ ณ สถานที่ต่าง ๆ ถือเป็นที่พักพิง และให้ร่มเงา เปรียบประดุจคนไทยที่อยู่ใต้ร่มพระบารมี และเมื่อเวลาผ่านไปต้นไม้ทรงปลูก ยังเปรียบเสมือน "อนุสรณ์แห่งการทรงงาน" เป็นหนึ่งในของขวัญล้ำค่าจากพ่อที่ฝากไว้ในแผ่นดิน ให้คนไทยได้ช่วยกันพิทักษ์รักษาปัจจุบันต้นไม้มงคลเหล่านี้ อยู่ที่ไหน เป็นอย่างไรบ้าง ติดตามในจดหมายเหตุสนามหลวง

ตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกต้นไม้ไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ ทรงปลูกพรรณไม้นานาชนิดที่เหมาะสมและมีความหมายกับพื้นที่ เช่น ต้นไม้ประจำถิ่น ต้นไม้ประจำจังหวัด ถือเป็นต้นไม้มงคล ซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างคุณประโยชน์ และเป็นสัญลักษณ์ทางจิตใจให้ประชาชนได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้    

กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำรวจต้นไม้ทรงปลูกตามเส้นทางพระราชกรณียกิจทั่วประเทศ พบว่ามีมากกว่า 200 ต้น ได้จัดทำบัญชี ต้นไม้ทรงปลูกที่สมบูรณ์ มีหลักฐานภาพถ่ายขณะทรงปลูก และปัจจุบันยังเติบโตสมบูรณ์ดี ไว้ทั้งหมด 89 ต้น ในสถาบันการศึกษา วัด ศูนย์ศึกษาการพัฒนา รวมถึงสถานที่เอกชน    

เช่น ต้นกัลปพฤกษ์ ทรงปลูกไว้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2510 ขณะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดมหาวิทยาลัยขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2505 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกต้นจามจุรี จำนวน 5 ต้นบริเวณด้านหน้าหอประชุม และมีพระราชดำรัสถึงความผูกพันระหว่างชาวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับต้นจามจุรี

วันที่ 16 กันยายน 2527 ทรงปลูกต้นพิกุล ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส

วันที่  18  กันยายน 2514 ทรงปลูกต้นจันทน์ 1 คู่ กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร         

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2506 ทรงปลูกต้นนนทรี 9 ต้น ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต้นนนทรี กิ่งใบให้ร่มเงา ทนแล้งทนแดด ปลูกได้ทั่วทุกภูมิภาค

ในบรรดาต้นไม้ทรงปลูก ที่เก็บหลักฐานรวบรวมมาได้นั้น พบว่าต้นไม้ที่เก่าแก่และยังสมบูรณ์ คือ ต้นสัก ในวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร ทรงปลูกเพื่อเป็นที่ระลึกในวันทรงลาผนวช

ผ่านมา 60 ปี นับจากวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกต้นสัก หน้าพระตำหนักใหญ่ ในวันทรงลาผนวช เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2499 ปัจจุบันนี้ ต้นสักทรงปลูกต้นนี้ ยังสมบูรณ์ แข็งแรง แผ่กิ่งก้านสาขาโดยวัดบวรนิเวศวิหาร ได้ดูแลอย่างดี ใส่ปุ๋ย ตัดแต่งกิ่ง และให้น้ำโดยใช้ระบบหยดน้ำ

สำหรับต้นสัก เป็นไม้ยืนต้นอันมีค่า มีความสำคัญยิ่งต่อทรัพยากรธรรมชาติ ตามความเชื่อโบราณ ไม้สักเป็นไม้มงคล เชื่อว่าการปลูกต้นสัก จะสร้างศักดิ์ศรี และเพื่อให้ต้นสักที่วัดบวรนิเวศวิหาร สืบทอดสายพันธุ์อยู่นั้น ทางวัดยังได้มอบเนื้อเยื่อ นำไปขยายพันธุ์เพื่อการอนุรักษ์ต่ออีกด้วย

ต้นไม้ทรงปลูก เป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมุ่งหวังให้เป็นแบบอย่างแก่คนไทย ให้ทุกคนช่วยกันดูแลรักษาและเห็นคุณค่าของต้นไม้

การรวบรวมต้นไม้ทรงปลูก ที่มีการสำรวจลักษณะอย่างละเอียดนั้น ก็เพื่อการดูแลที่ง่ายขึ้นด้วย โดยส่งทีมรุกขกรเข้าไปบำรุง ฟื้นฟูโรค ยืดอายุให้ยืนยาว และที่สำคัญเพื่อเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ป่าและน้ำ ผ่านเรื่องราวความเป็นมาของต้นไม้ทรงปลูก ที่เปรียบเสมือน "อนุสรณ์แห่งการทรงงาน"

ทีมข่าวยังลงพื้นที่ไปที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ จังหวัดเชียงใหม่ ติดตามขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อขยายพันธุ์ในห้องปฏิบัติการ เช่น ต้นนนทรี ปีบ สัก พิกุล จำปา ที่มีพ่อแม่พันธุ์จากต้นไม้ทรงปลูกที่เก่าแก่ ซึ่งกรมป่าไม้มุ่งหวังเอาไว้แจกจ่ายแก่ประชาชน 

แต่ละขั้นตอนเจ้าหน้าที่ ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อให้ "ต้นไม้ของพ่อ" เมื่อไปถึงมือประชาชนแล้ว งอกงามเติบโต สมดั่งตั้งใจ  

ป่าไม้นั้น มีความสำคัญกับธรรมชาติ และเชื่อมโยงไปถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรแหล่งน้ำ ให้คงความอุดมสมบูรณ์ใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

ต้นไม้ของพ่อ จึงทรงคุณค่า และควรค่าที่คนไทยต้องช่วยกันรักษาไว้ให้เป็นต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านร่มเงา แทนดวงใจของคนไทย ที่คิดถึงพ่อของแผ่นดิน

และร่วมสืบสานพระราชปณิธาน "ปลูกป่าในใจคน" ดังพระราชดำรัส ความหนึ่งที่ว่า "ควรจะปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง"

Tag : เจาะประเด็นสเปเชียล จดหมายเหตุสนามหลวง ต้นไม้ทรงปลูกของขวัญจากพ่อ ต้นไม้พระราชทาน ต้นไม้ของพ่อ