“พระเมรุมาศ” ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.๙

วันที่ 11 ต.ค. 2560 เวลา 18:16 น.

Views

"พระเมรุมาศ" ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9)
พระเมรุมาศขนาดสูงใหญ่ ลักษณะผังอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีความกว้างด้านละ ๖๐ เมตร สูง ๕๐.๔๙ เมตร ตามระยะในแบบก่อสร้างที่ออกแบบโดยกรมศิลปากร   ซึ่งการออกแบบ ได้ยึดถือคติตามโบราณราชประเพณี รูปแบบเฉพาะสำหรับพระมหากษัตริย์ มีรูปแบบเป็นพระเมรุมาศทรงบุษบก ประกอบด้วยชั้นเชิงกลอน ๗ ชั้น ภายในตั้งพระจิตกาธานสำหรับประดิษฐานพระโกศจันทน์ ผังพื้นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีบันไดทางขึ้นทั้งสี่ด้าน ยกพื้นสูงเป็นฐาน ๓ ชั้น ชั้นบนสุดมีมุมทั้งสี่มี "ซ่าง"ทรงบุษบกยอดมณฑปชั้นเชิงกลอน ๕ ชั้น เป็นที่สำหรับพระพิธีธรรม ๔ สำรับ และมีมุมฐานชั้นที่ ๒ ประกอบด้วย "หอเปลื้อง"ทรงบุษบกรูปแบบเดียวกัน รวมได้ ๙ ยอด

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2017/10/11/68_MG_2950.jpg
ภาพพระเมรุมาศ "พระบาทสมเด็็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" ขณะกำลังก่อสร้าง ปี ๒๕๖o

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2017/10/11/6_MG_2935.jpg
ภาพพระเมรุมาศ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" ขณะกำลังก่อสร้าง ปี ๒๕๖o

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2017/10/11/14_MG_2934.jpg
ภาพพระเมรุมาศ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" ขณะกำลังก่อสร้าง ปี ๒๕๖o

รูปแบบจำลอง พระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยกรมศิลปากร
 

รูปแบบพระเมรุมาศในอดีต
"พระเมรุมาศ" เป็นอาคารชั่วคราวที่มีขนาดใหญ่โต มีบันทึกไว้ว่าพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในปีพุทธศักราช ๒๑๔๘ เป็นพระเมรุมาศสีทองทั้งองค์  มีความสูงประมาณ ๗๔ เมตร และพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีความสูงถึง ๑o๒ เมตร ซึ่งรูปแบบพระเมรุใหญ่ในครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยานี้ ได้สืบทอดยืดถือเป็นราชประเพณีมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2017/10/11/60พระเมรมาศรัชกาลที่_4.jpg
ภาพพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) และพระเมรุมาศสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (รัชกาลที่๑ - ๓)


 

"พระเมรุมาศ" สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔)


พระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น คือช่วงรัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 3  และพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้รูปแบบอย่างไทยประเพณี ที่สืบทอดมาจากสมัยกรุงศรีอยุธยา คือ พระเมรุมาศ ๒ ชั้น สูงประมาณ ๘o เมตร ชั้นนอกเป็นอาคารจัตุรมุขยอดปรางค์ โครงสร้างไม้ ตกแต่งด้วยไม้ไผ่และกระดาษ  ฐานประทักษิณปูพื้นด้วยไม้ไผ่สาน ผนังทำจากไม้ไผ่สาน ตกแต่งด้วยกระดาษทอง  โดยเลือกใช้วัสดุงานชั่วคราวทั้งสิ้น ด้านในพระเมรุใหญ่มีพระเมรุทอง เป็นที่ประดิษฐานพระเบญจาทองคำจำหลัก ๗ ชั้น เบื้องบนกางกั้นพระมหาเศวตฉัตร ด้านในมีฉากบังเพลิงประดับกระจกสี ผังบริเวณโดยรอบมีเมรุทิศ เมรุประตู รวม ๖ องค์  ล้อมด้วยรั้วราชวัติ  ฉัตรทอง ฉัตรเงิน ฉัตรนาค พระที่นั่งทรงธรรมอยู่ด้่านทิศใต้   ซึ่งพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นับว่าเป็นรูปแบบของพระเมรุมาศขนาดใหญ่องค์สุดท้ายที่ถูกสร้างขึ้น

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2017/10/11/99ฐานประทักาิณ.jpg
ฐานประทักษิณรอบพระเมรุมาศ ประดับตกแต่งด้วยวัสดุที่ใช้อย่างชั่วคราวเช่น ไม้ไผ่สาน เสื่อ

พระเมรุมาศหรือพระเมรุ เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อใช้งานเฉพาะกิจ  ดังนั้นโครงสร้างและงานสถาปัตยกรรม จึงใช้วัสดุและวิธีการก่อสร้างแบบชั่วคราว คำนึงถึงระยะเวลาการก่อสร้างที่สั้นและรวดเร็ว พระเมรุมาศและพระเมรุในอดีต นิยมสร้างด้วยโครงสร้างไม้ อาจใช้ไม้ไผ่และไม้เนื้อแข็งประกอบกัน ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนใช้วัสดุในการก่อสร้างแตกต่างกันตามความเหมาะสม เช่น ในครั้งพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นไม้เนื้อแข็งและเหล็กรูปพรรณประกอบกัน เมื่อเลิกใช้งานแล้ว สามารถรื้อถอนหรือนำไปใช้สอยเพื่อสาธารณประโยชน์อื่นๆได้  และจากการก่อสร้างองค์ประกอบพระเมรุมาศ แต่เดิมใช้ศิลปะการซ้อนไม้ ซึ่งต้องสิ้นเปลืองไม้เป็นจำนวนมาก  ปัจจุบันจึงกำหนดเทคนิคการก่อสร้างองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ต้องทำซ้ำกันหลายชั้น เช่น เสาหัวเม็ด รวยระกา  หน้าบัน ให้ใช้วิธีหล่อเรซิ่นจากต้นแบบโดยไม่ต้องใช้ไม้่ทั้งหมด

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2017/10/11/94พระเมรุมาศ_ร.5.jpg
ภาพพระเมรุมาศ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" (รัชกาลที่ ๕)
 
/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2017/10/11/68พระเมรุมาศ_ร.6.jpg
ภาพพระเมรุมาศ "พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว" (รัชกาลที่ ๖)
 
/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2017/10/11/78พระเมรุมาศ_ร.8.jpg
ภาพพระเมรุมาศ "พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล "(รัชกาลที่ ๘)


พระเมรุมาศทรงบุษบก

พระเมรุมาศในครั้งเก่าก่อน มีลักษณะเป็นอาคารชั่วคราวที่ใหญ่โต ภายในมีพระเมรุทองอีกชั้นหนึ่ง แต่เมื่อครั้งพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ออกแบบให้มีขนาดย่อมลง ตามกระแสพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บันทึกไว้ตอนหนึ่งว่า

                   “…แต่ก่อนมา ถ้าพระเจ้าแผ่นดินสวรรคตลง ก็ต้องปลูกเมรุใหญ่ซึ่งคนไม่เคยเห็น แล้วจะนึกเดาไม่ถูกว่าใหญ่โตเพียงใด เปลืองทั้งแรงคน เปลืองทั้งพระราชทรัพย์ ถ้าจะทำในเวลานี้ก็ดูไม่สมควรกับการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง ไม่เป็นเกียรติยืนยาวไปได้เท่าใด ไม่เป็นประโยชน์แก่คนทั้งปวง กลับเป็นความเดือดร้อน ถ้าเป็นการศพของผู้มีพระคุณ หรือผู้มีบรรดาศักดิ์อันควรจะได้เป็นเกียรติยศ  ฉันก็ไม่อาจจะลดทอนด้วยเกรงว่าคนจะไม่เข้าใจว่า เพราะผู้นั้นประพฤติไม่ดีอย่างหนึ่งอย่างใด จึงไม่ทำการศพให้สมเกียรติยศซึ่งสมควรจะได้ เมื่อถึงตัวฉันเองแล้ว  เห็นว่าไม่มีข้อขัดข้องอันใด เป็นข้อคำที่จะได้พูดได้ถนัด จึงขอให้ยกเลิกงานพระเมรุใหญ่นั้นเสีย ปลูกแต่ที่เผาพอควร ในท้องสนามหลวง แล้วแต่จะเห็นสมควรกันต่อไป…” 

ในครั้งนั้น จึงได้ออกแบบพระเมรุมาศให้มีขนาดย่อมลง  ยกเลิกการก่อสร้างพระเมรุใหญ่ เหลือไว้แต่พระเมรุทอง ซึ่งเรียกกันว่าพระเมรุทรงบุษบก แต่ยังคงลายละเอียดวิจิตร ทรวดทรงสง่างามสมพระเกียรติ จากนั้นมา พระเมรุมาศทรงบุษบกนี้ จึงเป็นต้นแบบพระเมรุมาศของพระมหากษัตริย์ในรัชกาลต่อๆมา และพัฒนาตามยุคสมัย


ข้อมูลจาก : คลังวิชาการ กรมศิลปากร
 อัญชนา  โตซาวา ทีมข่าว 7สีออนไลน์ : เรียบเรียง

Tag : อัญชนา โตซาวา