น้ำป่าท่วม อ.หางดง จ.เชียงใหม่

วันที่ 12 ต.ค. 2560 เวลา 11:26 น.

Views

ช่วงเช้าตรู่วันนี้ มีน้ำจากลำน้ำท่าช้างไหลเข้าท่วม ในพื้นที่ตำบล น้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านนับร้อยครัวเรือนขนของหนีน้ำไม่ทันและมีน้ำท่วมถนนสายเชียงใหม่-ฮอด  รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้และยังมีน้ำท่วมในพื้นที่บางส่วนของอำเภอสันป่าตอง ซึ่งขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ในอำเภอหางดง เพื่อเร่งช่วยเหลือชาวบ้าน

ยังคงมีน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมในพื้นที่ตำบลบ้านต๊ำ   อำเภอเมืองพะเยา มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วม 300 หลังคาเรือน  เป็นอย่างมาก  ซึ่งเป็นผลจากอ่างเก็บน้ำฝายทุ่งกอง ที่ล้นสปิลเวย์  ทำให้ชาวบ้านต้องขนข้าวของขึ้นไปไว้บนที่สูง  หากไม่มีฝนตกลงมา ระดับน้ำจะลดลงและเข้าสู่ภาวะปกติในเร็วๆ นี้   

นายอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ในตำบลต่างๆ เฝ้าระวัง หลังเกิดเหตุน้ำป่าไหลจากลำห้วยโค๊ะเคะ หมู่ที่ 8 บ้านห้วยระพริ้ง ตำบลพะวอ ซึ่งมีข้าราชการกลับจากปฏิบัติราชการจำนวน 6 คน ประสบเหตุถูกกระแสน้ำพัดรถไปกับสายน้ำ  และยังเกิดพายุฝนที่บ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด  มีต้นสะเดาหักโค่น และมีเสาไฟฟ้าหักโค่น ทำให้หลังคาอาคารเรียนพังเสียหาย

ส่วนที่อำเภอเมืองตาก มีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะที่ลุ่มต่ำ สาเหตุ เพราะไม่สามารถการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำปิงได้   ส่วนถนนพหลโยธินและถนนจรดวิถีถ่อง ทางไปจังหวัดสุโขทัย มีน้ำท่วมขัง 50เซนติเมตร -1 เมตร         

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบ้านบุ่ง  ต้องนั่งรถไถนาลุยน้ำเข้าไปรักษาชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 3ตำบลบ้านบุ่ง   อำเภอเมืองพิจิตรที่เป็นโรคน้ำกัดเท้า เพราะมีน้ำท่วมขังบริเวณบ้านพักเป็นเวลานาน

ทหารจากมณฑลทหารบก ที่31  ค่ายจิรประวัติ จังหวัดนครสวรรค์ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมด้วยชาวบ้าน นำกระสอบทรายกว่า 5,000ใบ  ไป วางที่ถนนริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นแนวยาว 1 กิโลเมตร  ป้องกันไม่ให้น้ำเจ้าพระยาไหลท่วมหมู่บ้าน  ขณะที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เอ่อเข้าท่วมในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลย่านมัทรี อำเภอพยุหะคีรี สูงขึ้นเฉลี่ยวันละ 10-15 เซนติเมตร  แม่น้ำเจ้าพระยา มีน้ำไหลผ่านเพิ่มขึ้นจากวานนี้ โดยวันนี้มีน้ำไหลผ่าน  2,702 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  และชาวบ้านในชุมชนบางปรอง  เทศบาลนครนครสวรรค์  ที่น้ำท่วมเริ่มขาดแคลนน้ำดื่มแล้ว

ชลประทานอุทัยธานี ปรับลดการระบายน้ำที่ผ่านประตูระบายน้ำเขื่อนวังร่มเกล้า ลงสู่แม่น้ำตากแดดและแม่น้ำสะแกกรัง จากเดิม 180 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 140 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเป็นการป้องกันภาวะน้ำล้นตลิ่งท่วมในหลายหมู่บ้านของอำเภอเมืองอุทัยธานี  ขณะที่แม่น้ำเจ้าพระยา มีระดับสูงขึ้นและกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว  กระทบกระชังปลาที่ตำบลเกาะเทโพ  ต้องผูกมัดกระชังปลาให้แน่นหนา ป้องกันถูกน้ำพัดพังเสียหาย อีกทั้งปลาไม่ค่อยกินอาหาร