ราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญ 13 พ.ย. 2560

วันที่ 13 พ.ย. 2560 เวลา 05:01 น.

Views

ช่วงนี้ราคาเนื้อสัตว์ยังคงที่ อย่างเนื้อหมู ยังขายที่กิโลกรัมละ 110-115 บาท เนื้อวัว ก็ยังขายกิโลกรัมละ 240-260 บาท เช่นเคย เช่นเดียวกับไก่สดทั้งตัว แบบไม่รวมเครื่องใน ขายตัวละ 65-70  บาท  ไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนใครชอบรับประทานปลาช่อน วันนี้ซื้อได้ในราคากิโลกรัมละ 120-170 บาท

ใครกำลังหากับข้าวรับประทานกับข้าวต้ม ซื้อไข่เค็มไปรับประทานได้เลย เพราะวันนี้ราคาไข่เป็ดเค็ม ขนาดกลาง ราคาฟองละ 6-6.50 บาท เท่าเดิม ส่วนใครจะทำอาหารเมนูไข่อื่นๆ หาซื้อไข่ไก่ได้ในราคาเดิมเช่นกัน เพราะวันนี้ ราคาไข่ไก่เบอร์ 2 ยังขายฟองละ 2.80-2.90 บาทเช่นเดิม

ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นลง ผลผลิตผักเริ่มออกสู่ตลาดเพียงพอ ทำให้ราคาผักหลายๆ รายการยังไม่มีการปรับเปลี่ยนราคา ถั่วฝักยาว ขายกิโลกรัมละ 42-45 บาท กะหล่ำปลี ขายกิโลกรัมละ 18-20 บาท ต้นหอม ขายขีดละ 9-10 บาท ส่วนหน่อไม้ฝรั่ง หาซื้อได้ในราคากิโลกรัมละ 160-162 บาท เท่าเดิม
              
ส่วนผลไม้วันนี้ ทุกรายการราคายังเท่าเดิมเช่นกัน ส้มเขียวหวานเบอร์ 5 ขายกิโลกรัมละ 70-80 บาท ส่วนกล้วยน้ำว้า ขาย หวีละ 30-35 บาท

ราคาเนื้อสัตว์
เนื้อหมู (สะโพก/ไหล่)         กก.ละ            110-115  บาท
เนื้อวัว                    กก.ละ            240-260  บาท
ไก่สดทั้งตัว (ไม่รวมเครื่องใน)   ตัวละ            65-70    บาท
ปลาช่อนสด (ขนาดกลาง)       กก.ละ            120-170  บาท

ราคาไข่
ไข่เป็ดเค็ม             ฟองละ                 6 - 6.50   บาท
ไข่ไก่ เบอร์ 2          ฟองละ                 2.80-2.90  บาท
ไข่ไก่ เบอร์ 3          ฟองละ                 2.70-2.80  บาท

ราคาผัก
ถั่วฝักยาว                  กก.ละ             42-45     บาท
กะหล่ำปลี                  กก.ละ             18-20     บาท
มะระจีน                   กก.ละ             22-25     บาท
ต้นหอม                    ขีดละ              9-10     บาท
หน่อไม้ฝรั่ง                 กก.ละ            160-162   บาท

ราคาผลไม้
ลำไยพันธุ์อีดอ                กก.ละ           70-80      บาท
ฝรั่งพันธุ์กิมจู                 กก.ละ           30-35      บาท
ส้มเขียวหวาน (เบอร์ 5)        กก.ละ           70-80      บาท
กล้วยน้ำว้า                  หวีละ           30-35      บาท
                                        
ที่มา : กรมการค้าภายใน