น้ำท่วมภาคใต้พื้นที่ปลายน้ำยังวิกฤต

วันที่ 5 ธ.ค. 2560 เวลา 16:30 น.

Views

น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา พื้นที่ปลายน้ำยังถูกน้ำท่วมเฉลี่ยประมาณ 1 เมตร เนื่องจากมวลน้ำจากลุ่มน้ำสาขาในพื้นที่จังหวัดสงขลา ได้หลากมารวมกัน ก่อนจะระบายออกสู่ทะเล ประกอบกับน้ำทะเลหนุน โรงเรียนได้รับผลกระทบแล้วกว่า 80 โรงเรียน ในจำนวนนี้ ได้หยุดการเรียนการสอน 62 แห่ง น้ำท่วมในพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาในครั้งนี้ ถือว่าหนักสุดในรอบ 12 ปี นับตั้งแต่เหตุน้ำท่วมใหญ่ เมื่อปี 2548

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ริมสองฝั่งแม่น้ำตรัง ยังคงวิกฤต โดยเฉพาะพื้นที่ 11 ตำบล ของอำเภอเมืองตรัง และอำเภอกันตัง ซึ่งเป็นจุดรับน้ำก่อนระบายลงสู่ทะเล เป็นผลจากพนังกั้นน้ำชั่วคราวแตกเสียหาย ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหนักต้องใช้เรือในการเข้า-ออกหมู่บ้าน บางส่วนต้องอพยพไปอาศัยตามเต็นท์ชั่วคราว ส่วนที่ไม่ออกจากบ้าน เพราะห่วงทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ได้นำเสบียงอาหารไปส่งให้ คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาเพิ่ม และไม่มีน้ำทะเลหนุน ราว 1 สัปดาห์ น่าจะคลี่คลายได้

ในพื้นที่หลายอำเภอ ของจังหวัดพัทลุง วันนี้ไม่มีฝนตก ทำให้น้ำท่วมในพื้นที่ 3 ตำบล ของอำเภอกงหรา และอีก 1 ตำบลของอำเภอควนขนุน รวมทั้งย่านธุรกิจเทศบาลตำบลควนขนุน ระดับน้ำลดลงต่อเนื่องจนเกือบกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ส่วนพื้นที่ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง เฉลี่ยสูง 80 เซนติเมตร  ขณะที่พื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา อาทิ อำเภอปากพะยูน และบางแก้ว ระดับน้ำยังทรงตัวเนื่องจากระบายน้ำลงสู่ทะเลได้ล่าช้า เพราะน้ำทะเลหนุน แต่ก็มีแนวโน้มที่จะลดลงเนื่องจากฝนทิ้งช่วง หลายหน่วยงานเร่งช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว

น้ำท่วมย่านเศรษฐกิจ ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี เริ่มคลี่คลายแล้ว ตามชุมชน ถนนสายต่างๆ รวมถึงร้านค้าหลายจุด ระดับน้ำเริ่มลดลงกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร กลับมาเปิดร้านแล้ว ส่วนพื้นที่ 2 ตำบลในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ยังคงมีน้ำท่วมขัง เพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำปัตตานี คาดว่า 2 วันนี้ หากไม่มีฝนตกซ้ำอีกจะกลับเข้าสู่ปกติ


น้ำท่วมในพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังทรงตัว เพราะยังมีฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง 7 อำเภอ ยังคงมีน้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้าน เนื่องจากการระบายน้ำลงสู่ทะเลล่าช้าจากภาวะน้ำทะเลหนุน ต้องนำวัวไปไว้ริมถนน และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหาซื้อฟางไปเลี้ยงวัว

ส่วนน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เริ่มคลี่คลายแล้วหลังฝนหยุดตก ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก 3 สาย คือ สุไหงโก-ลก, บางนรา และสายบุรี มีปริมาณน้ำเอ่อท้นตลิ่ง ได้ลดระดับลงต่อเนื่อง เหลือเพียง 3 ชุมชน คือ ชุมชนหัวสะพาน ชุมชนท่าเจ๊ะกาเซ็ง และชุมชนท่าโรงเลื่อย อำเภอสุไหงโก-ลก คาดว่าพรุ่งนี้น้ำท่วมขังจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ