กล้าลองกล้าลุย : วิถีคนบนดอย จ.เชียงใหม่ ตอน 2

วันที่ 6 ธ.ค. 2560 เวลา 07:09 น.

Views

กล้าลองกล้าลุยวันนี้ ยังอยู่ที่เรื่องราวของ วิถีคนบนดอยที่จังหวัดเชียงใหม่ หลากหลายอาชีพที่ต้องใช้ความอดทน และความสามารถเฉพาะตัว นอกจากลูกหาบที่เห็นแล้ว วันนี้ตามกันต่อกับอาชีพ "คนรับจ้างแบกกะหล่ำปลี" ลำบากอย่างไรบ้าง ไปติดตามชม

อีกหนึ่งอาชีพของวิถีคนบนดอย ที่วันนี้ กล้าลองกล้าลุย ขอตามต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว นี่เป็นอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านมูเซอปากทาง "อาชีพคนแบกกะหล่ำปลี"

ที่นี่ เกือบทั้งหมู่บ้านเขาปลูกกะหล่ำปลีบนดอยสูง

ถึงแม้จะสูงและชันอย่างไร คนรับจ้างแบกกะหล่ำปลีก็ต้องขึ้นไปให้ถึง ช่วงเช้าเป็นช่วงที่เหมาะกับการเก็บกะหล่ำปลีมากที่สุด เพราะนอกจากอากาศจะยังไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่แล้ว กะหล่ำปลีที่เก็บได้ยังคงความสด ก่อนส่งถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศ

กะหล่ำปลีที่เลือกเก็บ ส่วนใหญ่แล้วหน้าที่ในการตัดใส่ตะกร้าจะยกให้ผู้หญิงเป็นคนทำ ส่วนงานหนัก ๆ ก็ให้ผู้ชายรับผิดชอบ คนตัดจะต้องเลือกที่มีขนาดโตเต็มที่ จะได้น้ำหนักดี

เมื่อกะหล่ำปลีเต็มตะกร้า ได้เวลาของ "คนแบกกะหล่ำปลี" มาออกแรงแบกลงจากดอยไปที่รถ น้ำหนักโดยรวมของแต่ละตะกร้า จะเริ่มต้นที่ 30-50 กิโลกรัม จากบนดอย กว่าจะเดินลงไปด้านล่างได้ ไหนจะทั้งหนัก และต้องประคองตะกร้าให้ดี นี่ไม่ใช่งานง่าย ๆ เลย

อย่างวันนี้ที่แต่ละคนต้องแบกตะกร้าหนัก ๆ ลงไป ถ้าทิ้งน้ำหนักไม่ดี ตอนลุกขึ้นแบกอาจปวดหลังไปหลายวันได้ นับถือในความอดทนของพวกเขาเป็นอย่างมาก วันนึงไม่ได้แบกกันแค่เที่ยวเดียวหรือสองเที่ยว แต่แบกแบบนี้วันละไม่ต่ำกว่า 20-30 เที่ยวเลย ถึงจะเสร็จงาน

ที่ต้องระวังอีกอย่างคือ อย่าให้กะหล่ำปลีตกจากตะกร้า ถึงแม้มันจะช้ำยาก เพราะมีใบหุ้มอยู่หลายชั้น แต่ถ้าตกบ่อย ๆ ก็อาจจะขายไม่ได้ รถที่มารับซื้อจะตรวจสอบในเบื้องต้นก่อน ถ้าเจอก็คัดทิ้งทันที เพราะถือว่าเป็นผักไม่มีคุณภาพ

นี่แค่ทดลองตะกร้าที่ชาวบ้านบอกว่าเบาที่สุดแล้ว วันไหนที่แรงงานผู้ชายมีไม่พอ ก็จะให้ผู้หญิงเป็นคนแบกด้วยตะกร้าใบเล็กลงหน่อย น้ำหนักเริ่มต้นเบา ๆ ที่เกือบ 40 กิโลกรัมเอง

ผมเองเกือบจะถอดใจ ขอวางหลายรอบ

เมื่อลองทดสอบด่านแรกจนเริ่มได้ที่แล้ว ก็พร้อมลุยด่านยากอีกด่านต่อ

ใบนี้ที่ผมแบกอยู่หนักมากเลย น้ำหนักบนหลังเกือบ 50 กิโลกรัม เขาจะได้รับค่าแรง มีให้เลือก 2 แบบ คือแบบเหมาทั้งวัน ทำจนกว่าจะเสร็จคิดที่ 300 บาท หรือคิดตามน้ำหนักที่แบกได้ที่กิโลกรัมละ 30-40 สตางค์ อย่างที่ผมกำลังแบกแทบเป็นแทบตายนี้ จะได้ค่าแรงประมาณ 20 บาทต่อเที่ยว ต้องแบกถึง 15 เที่ยว ถึงจะได้เงิน 300 บาท แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว

งานนี้เดือดร้อนชาวบ้าน ต้องมาช่วยเก็บ ช่วยพยุงขึ้นใหม่

นี่แหละวิถีคนบนดอย ที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เล่นเอาผมปวดหลังไปหลายวัน

Tag : สนามข่าว 7 สี กล้าลองกล้าลุย วิถีคนบนดอย เชียงใหม่ ลูกหาบ อาชีพลูกหาบ คนแบกกะหล่ำปลี กะหล่ำปลี