น้ำป่าหลากภาคใต้

วันที่ 6 ธ.ค. 2560 เวลา 05:02 น.

Views

การระดมความช่วยเหลือของเหล่ากำลังพลจากค่ายฝึกรบพิเศษสิชล ที่พยายามฝืนกระแสน้ำป่าที่เชี่ยวกราก โดยนำเชือกไปผูกไว้กับรถบัสที่พลิกคว่ำและใช้แรงคนดึงรั้งไว้ เพื่อไม่ให้รถทั้งคันถูกพัดไป ในระหว่างช่วยผู้โดยสารที่ติดอยู่ภายในกว่า 50 คนออกมา แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานยืนยันจำนวนผู้รอดชีวิตหรือผู้สูญหาย
              
เหตุการณ์นี้เกิดบนทางหลวงหมายเลข  4016  นครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี ขณะที่รถบัสวิ่งผ่าน ได้ถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดจนพลิกคว่ำ
              
นอกจากนี้  ยังมีน้ำป่าหลากลงจากเทือกเขาหลวง ท่วมเส้นทางคมนาคมทั้งที่อำเภอสิชล  พรหมคีรี ขนอม ลานสกา พระพรหม และอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จนหลายจุดเข้าสู่ภาวะวิกฤตแล้ว
              
ที่จังหวัดพัทลุง  สถานการณ์ไม่ต่างกัน มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมงครอบคลุมใน  5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีนครินทร์ กงหรา ศรีบรรพต ตะโหมด และป่าบอน   จนเกิดน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดหลากลงมา  ทำให้ชาวบ้านตั้งตัวกันไม่ทัน ทรัพย์สินต่างๆ ที่อยู่ชั้นล่างของบ้านเสียหายทั้งหมด

อุทกภัยที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีวิกฤตสุด คือ อำเภอเวียงสระ เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำจากจังหวัดนครศรีธรรมราชและกระบี่ ส่งผลให้ระดับน้ำที่เข้าท่วม ขณะนี้กว่า 3 เมตรแล้ว การช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการต้องไปทางเรือเท่านั้น
              
ล่าสุดมีการแจ้งเตือนชาวบ้านให้เตรียมรับมวลน้ำจำนวนมากที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งคาดว่าจะหลากมาถึงวันนี้แล้ว          
              
สำหรับชาวอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เริ่มมีความเครียดให้เห็นแล้ว หลังปริมาณน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่เกือบ 2  สัปดาห์  ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง  ทำให้ชาวบ้านรวมตัวช่วยกันขุดเกาะกลางถนนสายระโนด-สงขลา  ช่วงบ้านรับแพรก เพื่อระบายน้ำท่วมขังให้ไหลลงสู่ทะเล
              
พลเรือโทชุมศักดิ์  นาควิจิตร ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 สงขลา ส่งกำลังพลลงไปช่วยเหลือชาวระโนดเป็นการเร่งด่วนแล้ว เนื่องจากอยู่ในน้ำทะเลสาบหนุนสูง  ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำที่ท่วมขังสูงขึ้นตามไปด้วย  ทั้งนี้ จะประสานขอสนับสนุน
เรือผลักดันน้ำไปเสริมกับเครื่องสูบน้ำเดิมของชาวระโนด เพื่อช่วยในการระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยให้เร็วขึ้น
              
ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มจิตอาสา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าไปตั้งโรงทานในอำเภอระโนดแล้ว เพื่อปรุงอาหารสดและลุยน้ำไปแจกให้ชาวบ้านใน 14 ตำบล ที่ไม่สามารถออกมาได้
              
และที่อำเภอพะโต๊ะ  จังหวัดชุมพร เกิดลมพายุหมุนบ้านในจอก หมู่ 10  ของนายสมควร ธงชัย อายุ 45 ปี แรงลมได้หอบบ้านทั้งหลังพังลงมา จนเหลือแต่โครงเสาบ้าน ขณะเกิดเหตุนายสมควรพาสมาชิกในบ้านออกมาได้ทัน
              
นอกจากบ้านจะเสียหายแล้ว  ยังมีรถกระบะ รถจักรยานยนต์ และเครื่องทำการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นผู้นำชุมชนได้รายงานเหตุการณ์ที่อำเภอแล้ว เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจและเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือ