ภาคใต้ตอนบนฝนตกหนักน้ำหลาก

วันที่ 6 ธ.ค. 2560 เวลา 11:20 น.

Views

เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน 2 วัน ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาหลวง พัดพารถบัสโดยสารพลิกคว่ำ บนถนนสายนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี ต่อมาเจ้าหน้าที่ทหารจากค่ายฝึกรบพิเศษสิชล ได้ฝ่ากระแสน้ำป่าที่เชี่ยวกราก นำเชือกไปผูกไว้กับรถบัสที่พลิกคว่ำและใช้แรงคนดึงไว้ พร้อมช่วยเหลือผู้โดยสารที่ติดอยู่ภายใน 50 คน ออกมาได้ แต่ในจำนวนนี้มีผู้สูญหาย 2 คน  เช้าวันนี้พบร่างผู้สูญหายเสียชีวิตทั้ง 2 คน คือนางมณี คำแก้ว อายุ 63 ปี และนางจันทร์ คำแก้ว อายุ 68 ปี ส่วนรถบัสยังไม่สามารถกู้ขึ้นมาได้ เนื่องจากน้ำยังคงไหลเชี่ยว

ส่วนเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีน้ำหลากเข้าท่วมชุมชนพื้นที่ลุ่มต่ำ และตามตรอกซอกซอยต่างๆ เป็นรอบที่ 2 โดยฝนยังคงตกต่อเนื่อง โรงเรียนได้ปิดการเรียนการสอน 2 วัน น้ำท่วมถนน รถผ่านไม่ได้ รวมทั้งรางรถไฟต้องหยุดเดินรถวันนี้

ที่จังหวัดชุมพร เกิดฝนตกหนัก ทำให้น้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมถนนสายเอเชีย 41 และถนนเพชรเกษม ที่ต้องผ่านสี่แยกปฐมพร ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ระดับน้ำสูงราว 80 เซนติเมตร ทำให้ผู้ที่ต้องผ่านเส้นทางขาล่องใต้ต้องจอดรอ แต่มีบางคันที่ขับฝ่ากระแสน้ำ ถูกกระแสน้ำพัดตกร่องกลางถนน และจอดเสียหลายคัน จนถึงขณะนี้ยังมีน้ำไหลบ่าท่วมถนน เพราะยังมีฝนตกต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ลงพื้นที่เร่งอำนวยความสะดวกแจ้งต่อผู้ใช้เส้นทาง

ส่วนน้ำป่าที่ไหลหลากท่วมพื้นที่อำเภอกงหรา, ศรีนครินทร์, ศรีบรรพต และอำเภอตะโหมด ของจังหวัดพัทลุง เช้าวันนี้น้ำป่าได้ไหลบ่าลงคลองธรรมชาติเอ่อท้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน ในพื้นที่อำเภอควนขนุน, เขาชัยสน และอำเภอเมืองพัทลุง อีกระลอก เจ้าหน้าที่ต้องนำป้ายสัญลักษณ์ไปวางตามแนวน้ำท่วมบนผิวถนน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ  ขณะที่พื้นที่ปลายน้ำยังวิกฤตหลายอำเภอ เนื่องจากการระบายน้ำได้ล่าช้าจากภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ยังได้รับความเดือดร้อนหนัก

น้ำท่วมในพื้นที่ 9 อำเภอ ของจังหวัดตรัง เริ่มคลี่คลายลงแล้วในหลายพื้นที่ หลังฝนหยุดตก แต่ยังมีน้ำท่วมสูง 3 - 4 เมตร ในพื้นที่อำเภอเมืองตรังและอำเภอกันตัง ที่ได้รับผลกระทบจากพนังกั้นน้ำแตกเสียหาย 2 แห่ง ทำให้น้ำไหลไปสมทบเพิ่มขึ้น แต่ต้องเผชิญกับสภาวะน้ำทะเลหนุน ทำให้การระบายได้ล่าช้า บ้านบางหลังถูกน้ำท่วมมิดหลังคา ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก

ส่วนที่จังหวัดปัตตานี หลายพื้นที่น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายแล้ว แต่ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำปัตตานี นายไชยพร นิยมแก้ว นายอำเภอเมืองปัตตานี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ หลายคนมีโรคประจำตัวและไม่สามารถเดินได้ และอาจเกิดความเครียดเพิ่มขึ้น จึงจัดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจรักษาโรค รวมถึงเยียวยาสภาพจิตใจของผู้ป่วย

ส่วนที่จังหวัดชลบุรี เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ดันเข้าท่อระบายน้ำเอ่อท่วมถนนในเขตเทศบาลเมืองชลบุรี บริเวณถนนศาลารวมใจชล ระดับน้ำสูง 20 - 50 เซนติเมตร ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องขับฝ่าน้ำท่วมส่งลูกไปโรงเรียน ในชั่วโมงเร่งด่วนราว 2 ชั่วโมง น้ำได้ลดลงสู่ภาวะปกติแล้ว