หนุ่มนักธุรกิจร้อยล้าน ร้องถูกสาว 18 มงกุฎอดีตภรรยายึดธุรกิจ-แถมไล่ออกจากบ้าน

วันที่ 7 ธ.ค. 2560 เวลา 07:07 น.

Views

หนุ่มนักธุรกิจร้อยล้าน ร้องรายการสนามข่าว 7 สี หลังถูกหญิงสาว 18 มงกุฎ เข้ามาตีสนิทจนหลงเชื่อ แต่งงานอยู่กินมาเกือบ 6 ปี สุดท้ายถูกยึดธุรกิจไปทั้งหมด

นายศรีสิงห์ สว่างทรัพย์ นักธุรกิจเครื่องฟอกอากาศ นำหลักฐานเอกสารที่ถูกอดีตภรรยาฟ้องร้องในข้อหายักยอกทรัพย์ ออกมาแฉพฤติกรรมของอดีตภรรยา หลังก่อนหน้านี้แต่งงานอยู่กันมาเกือบ 6 ปี แต่สุดท้ายได้พูดจาโน้มน้าวให้โอนชื่อของเธอเข้ามาเป็นประธานกรรมการในบริษัทแทนแม่ของตนเอง ก่อนจะยึดทรัพย์สินและหุ้นในบริษัทไปทั้งหมด มิหนำซ้ำยังถูกไล่ออกจากบ้าน

นายศรีสิงห์ ยังเล่าอีกว่า แม้จะเลิกรากันไปแล้ว แต่อดีตภรรยาคนดังกล่าวยังพยายามพูดจาใส่ร้ายตนเอง ให้คนที่รู้จักเกลียดชังว่าเป็นคนชอบทำร้ายร่างกาย อีกทั้งยังฟ้องร้องตนเองในข้อหายักยอกทรัพย์รถยนต์ 2 คัน ทั้งที่ตนเองจ่ายเงินซื้อมาอย่างถูกต้อง โดยมีหลักฐานทั้งใบเสร็จการชำระเงิน และสัญญาการหักชำระเงินกับสินค้า ที่ทำไว้กับอดีตภรรยาอย่างถูกต้อง

จังหวัดชลบุรี นายอนันต์ แซ่พ่าน อายุ 27 ปี  ผู้จัดการร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้ เข้าร้องเรียนกับทหาร และตำรวจ สภ.เมืองพัทยา หลังถูก นางสาวแองจีรีน่า ไรส อายุ 42 ปี อ้างเป็นอัยการ และหลานพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกเก็บเงินจำนวน 25,000 บาท อ้างว่าจะนำไปให้ทหาร เพื่อแลกกับทางร้านไม่ถูกจับกุม

ต่อมา ทหาร และตำรวจ ได้ซ้อนแผนหลอกให้นางสาวแองจีรีน่ามารับเงินที่ร้าน เมื่อถึงเวลานัดหมาย นางสาวแองจีรีน่า มาพร้อมกับแฟนหนุ่ม และสาวประเภท 2 เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม เบื้องต้นจากการสอบสวน นางสาวแองจีรีน่า ให้การปฏิเสธอ้างว่ามาเก็บเงินที่ทางร้านได้ยืมไปก่อนหน้านี้ แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เพราะมีหลักฐานสำคัญเป็นคลิปโทรศัพท์มือถือที่อัดไว้ก่อนหน้านี้ จึงนำตัวไปดำเนินคดี ส่วนแฟนหนุ่มและเพื่อนสาวประเภท 2 สอบสวนแล้วไม่มีส่วนรู้เห็น จึงได้ปล่อยตัวไป              

จังหวัดมหาสารคราม มีมิจฉาชีพออกตระเวนไปซื้อสินค้าสินเชื่อประเภทเครื่องดื่ม กับร้านค้าส่งหลายร้านในอำเภอนาดูน อ้างว่าจะนำไปเลี้ยงแขกในงานแต่ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้นำเงินมาจ่ายให้กับร้านค้า มีผู้หลงเชื่อเสียเงินไปตั้งแต่ 30,000-80,000 บาท

เจ้าของร้านขายสินค้าส่งรายหนึ่งเล่าว่า มิจฉาชีพรายนี้คือ นายสมเกียรติ เรืองศรี อายุ 60 ปี ทำทีเข้ามาตีสนิท ก่อนจะขอซื้อสินค้าเงินเชื่อ และจะขอชำระเงินหลังเสร็จงาน 1 วัน โดยมีการสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการให้บัตรประจำตัวประชาชนไว้ แต่เมื่อถึงครบกำหนดจ่ายเงินกลับบ่ายเบี่ยง

ต่อมาผู้เสียหายได้เดินทางไปหา นายสมเกียรติ ที่บ้านพักตามบัตรประชาชน ได้ไปพบกับภรรยา แต่ได้รับคำตอบเพียงว่าที่นี่ไม่เคยจัดงานแต่งงาน ทางร้านน่าจะถูกหลอกเหมือนร้านอื่น ๆ ที่เพิ่งมาทวงถามเหมือนกัน อีกทั้งยังอ้างว่าไม่ทราบว่าสามีหายไปไหน ก่อนผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.นาดูน ขณะที่ตำรวจจึงฝากเตือนให้ระวังมิจฉาชีพรายนี้ด้วย

Tag : สนามข่าว 7 สี อดีตภรรยายึดธุรกิจ หลอกแต่งงาน ยึดธุรกิจ หลอกเก็บเงินร้านคาราโอเกะ หลอกร้านขายส่ง ซื้อสินค้าเงินเชื่อ