8 ชาติขอให้ UN ประชุมเรื่องเยรูซาเล็ม หลัง ทรัมป์ รับรองเยรูซาเล็มเป็นหนึ่งในรากเหง้าแห่งความขัดแย้ง

วันที่ 7 ธ.ค. 2560 เวลา 14:16 น.

Views

หลายชาติซึ่งประกอบด้วย โบลิเวีย, อียิปต์,ฝรั่งเศส, อิตาลี, เซเนกัล, สวีเดน, สหราชอาณาจักรอังกฤษ และอุรุกวัย ได้ออกมาเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เปิดประชุมฉุกเฉินเพื่ออภิปรายเกี่ยวกับปัญหาเรื่องนครเยรูซาเล็ม หลัง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศรับรองนครเยรูซาเล็มที่เป็นหนึ่งในรากเหง้าแห่งความขัดแย้ง ระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ให้เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ซึ่งในเรื่องนี้ คณะมนตรีความมั่นคงฯ มีกำหนดจะเปิดประชุมฉุกเฉินในวันศุกร์นี้

ทั้งนี้ การประกาศของผู้นำสหรัฐฯ ครั้งนี้ นอกจากจะสร้างความไม่พอใจแก่ประเทศที่เป็นศัตรูของสหรัฐฯ แล้ว ยังสร้างความไม่พอใจแก่ประเทศที่เป็นมิตรของสหรัฐฯ ด้วย

ขณะที่ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้ออกมาแสดงความชื่นชมในการตัดสินใจของผู้นำสหรัฐฯ ว่า เป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ แต่ ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ ออกมาโจมตีสหรัฐฯ ว่า ได้ละทิ้งบทบาทของตนในฐานะเป็นสื่อกลาง ในการเจรจากระบวนการสันติภาพในตะวันออกกลาง และชาวปาเลสไตน์ จะออกมาชุมประท้วงครั้งใหญ่ในวันนี้ด้วย อิสราเอลถือว่ากรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงตลอดกาล และไม่อาจแบ่งแยกได้ โดยต้องการให้สถานทูตต่างชาติ ไปตั้งประจำการอยู่ในนครแห่งนี้ ในขณะที่ฝ่ายปาเลสไตน์ก็ต้องการให้ฝั่งตะวันออกของนครนี้ ที่อิสราเอลผนวกเป็นของตนในสงครามตะวันออกกลางเมื่อปี 2510 เป็นเมืองหลวงของตนเช่นกัน

นายแอนโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่า สถานะภาพของนครเยรูซาเล็ม สมควรที่จะได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจาโดยตรงระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์เท่านั้น และเขาไม่เห็นด้วยกับมาตรการใด ๆ ในเรื่องนี้ที่ดำเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียว ในขณะที่ทูตโบลิเวียประจำสหประชาชาติกล่าวว่า การตัดสินใจของผู้นำสหรัฐฯ ถือเป็นเรื่องบ้าระห่ำและเป็นอันตราย เพราะเป็นการขัดต่อกฏหมายระหว่างประเทศ ที่นอกจากจะเป็นภัยคุกคามต่อกระบวนการสันติภาพในตะวันออกกลางแล้ว ยังถือเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพ และความมั่นคงของโลกด้วย

Tag : รอบรั้วรอบโลก เยรูซาเล็ม ทรัมป์ โดนัลด์ ทรัมป์ นครเยรูซาเล็ม