สรุปข่าวเด่น 7x5 35 : ปรากฏการณ์เพื่อพ่อ

วันที่ 31 ธ.ค. 2560 เวลา 18:07 น.

Views

ปี 2560 เป็นปีแห่งการจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทยเป็นปีที่หัวใจคนไทยทุกดวง ร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แม้จะเป็นสิ่งที่ยากจะทำใจยอมรับความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ได้ แต่ทุกคนก็ได้หล่อหลอมดวงใจเป็นหนึ่งเดียว ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช/ทีมข่าวรายงานพิเศษได้คัดเลือกภาพข่าวประวัติศาสตร์มานำเสนอไว้ในสรุปข่าวสิ้นปี เจ็ดห้า 35 ติดตามกับคุณศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ

การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของคนไทยทั้งชาติที่ยากจะทำใจยอมรับได้ แต่ตลอดห้วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความอาลัยนี้ เรากลับได้เห็นหลากหลายปรากฎการณ์ที่พสกนิกรชาวไทย ทุกหมู่เหล่า ทุกระดับชั้น ร่วมปาดน้ำตาแห่งความเศร้า มาเป็นพลังของการทำความดีในทุกมิติ เพื่อถวายแด่ "พ่อของแผ่นดิน"

ภาพแห่งความประทับใจที่ไม่มีวันลืม เมื่อประชาชนหลากหลายอาชีพ ได้ผันตัวมาเป็นจิตอาสา สละเวลา แบ่งปันน้ำใจให้แก่กัน

ที่สำคัญยังได้ร่วมแรงร่วมใจ มุ่งมั่นช่วยเหลือให้การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติสูงสุด

เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับรู้ถึงพลังแห่งความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่ามีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงได้พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดตั้ง "จิตอาสาเฉพาะกิจ" งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 

เราจึงได้เห็นพลังของจิตอาสา สวมผ้าพันคอสีเหลืองและหมวกแก็ปสีฟ้ามากกว่า 4 ล้านคน ทำหน้าที่อย่างพร้อมเพรียงกระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงในต่างประเทศ ด้วยหัวใจดวงเดียวกัน เพื่อแสดงความอาลัย และถวายงานพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย และนับจากนี้จิตอาสาทุกคน ยืนยันจะยังคงมุ่งมั่นสานต่อ"ทำความดี-ตามรอยพ่อ"

ปรากฎการณ์คลื่นมหาชน แห่จับจองของสะสม-ของที่ระลึกมงคลที่สื่อความหมายถึงพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่ง ทั้งเหรียญกษาปณ์-ธนบัตรหมุนเวียนที่ระลึกชุดพิเศษ ซึ่งอัญเชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ มาไว้ด้านหลังธนบัตร เป็นการออกแบบอย่างอลังการ สมพระเกียรติ

แสตมป์พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นอีกสิ่งล้ำค่าของนักสะสม โดยเฉพาะแสตมป์ชุด"พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถือเป็นแสตมป์ชุดสุดท้ายในรัชกาล

ห้วงเวลานี้ ยังเป็นห้วงเวลาแห่งภาพประวัติศาสตร์ ทำให้เห็นคนไทยจำนวนมาก แห่เข้าคิวซื้อหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และหนังสือ ที่ต่างประมวลภาพเหตุการณ์สำคัญๆเพื่อแสดงความอาลัย สิ่งพิมพ์เหล่านี้ จึงกลายเป็นอีกสิ่งล้ำค่าของสะสมหายาก ที่ต้องเก็บรักษาไว้เล่าขานสู่คนรุ่นหลัง

เพลง 13 ตุลา หนึ่งทุ่มตรง นี่เป็นเพียง 1 ในหลายบทเพลงที่ระลึก ซึ่งสื่อความหมายลึกซึ้ง กินใจ ที่เหล่าบรรดาศิลปิน/นักแต่งเพลง ได้เรียงร้อยขึ้นใหม่ ด้วยจุดหมายเดียวกันเพิ่อถ่ายทอดพลังความรัก ความอาลัย และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพสกนิกรชาวไทย ใต้ร่มพระบารมี

"แก้วตาในดวงใจ" อีกบทเพลงพิเศษขับร้องโดยนักแสดงของช่อง 7 สี ถูกแต่งขึ้นในห้วงเวลาแห่งความโศกเศร้าอาลัย เพื่อส่งกำลังใจให้คนไทยเข้มแข็ง สามัคคี เดินหน้าทำความดีตามรอยพ่อ ซึ่งบทเพลงเหล่านี้จะยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวใจคนไทยทุกคน

ด้วยความเป็นอัครศิลปินของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ยังได้ปลุกพลังให้พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า รวมถึงนิสิตนักศึกษาจากทุกสถาบันการศึกษาชั้นนำ ร่วมรังสรรค์งานศาสตร์และศิลป์ เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความอาลัย อีกปรากฎการณ์ที่ถูกเผยแพร่ สู่สายตาผู้คนทั่วทั้งแผ่นดินและทั่วโลก              

เป็นครั้งแรกที่ภาพแปรอักษรสวยงาม อลังการ สื่อความหมายเกิดขึ้นพร้อมเพรียง ทั่วผืนแผ่นดินไทย

ล้วนรังสรรค์ขึ้นจากหัวใจของคนไทยทุกหมู่เหล่า เพื่อแสดงความจงรักภักดี

คณาจารย์ นิสิตนักศึกษา จากหลากหลายสถาบันทั่วประเทศรวมพลังสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแทบทุกแขนง ถ่ายทอดภาพแห่งความทรงจำ ความประทับใจและภาพพระราชกรณียกิจ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาล ที่ 9
 
ไม่เฉพาะผลงานนิสิตนักศึกษา กำแพงยาวกว่า 240 เมตรกลางเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังถูกเนรมิตจากปลายพู่กันของกลุ่มจิตอาสานับร้อยชีวิตถ่ายทอดโครงการพระราชดำริ  ให้นักท่องเที่ยวและเยาวชนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ อนุสรณ์ที่จะคงอยู่คู่สถานที่ ที่เรียกกันว่า"บ้านของพ่อ"

"ดอกดาวเรือง" ชูช่อบานสะพรั่งทั่วทั้งแผ่นดิน เป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์เพื่อรำลึกถึงพ่อของแผ่นดิน

ดอกไม้ประจำพระองค์สีเหลืองอร่าม ซ่อนความหมายลึกซึ้งเปรียบเสมือนพระองค์ทรงนำความชื่นบานและความเจริญมาสู่ชาติบ้านเมือง อีกทั้งมีความเรียบง่าย พอเพียง ช่วงเวลาที่ผ่านมาใครได้เห็นดอกดาวเรือง ถึงกับน้ำตาซึมด้วยคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 
 
ความวิจิตรงดงามของพระเมรุมาศ สร้างขึ้นตามแบบโบราณราชประเพณี ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถือเป็นการรวมสรรพวิชาช่างของไทย ทั้งด้านสถาปัตยกรรมวิศวกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม งานประณีตศิลป์ และภูมิสถาปัตยกรรม ผนวกรวมศาสตร์ด้านคติธรรมความเชื่อ 

รายล้อมด้วยสระอโนดาต ที่มุมทั้งสี่ของฐานพระเมรุมาศ และติดตั้งสัตว์ประจำทิศ ได้แก่ ช้าง ม้า โค และสิงห์ รวมถึงสัตว์หิมพานต์หลากหลายชนิดวิจิตรตระการตา ดั่งสรวงสวรรค์

ความยิ่งใหญ่งดงามสมพระเกียรติของพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเกิดจากความตั้งใจ และทุ่มเทสรรพกำลังจากทุกภาคส่วน เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติสูงสุด และแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

หลังการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตลอดห้วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา พสกนิกรชาวไทย ต่างหลั่งไหลเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างไม่ขาดสาย
   
ไม่ว่าจะต้องรอคอยนานสักเพียงใดก็ไม่หวั่น เพราะทุกคนขอมีโอกาสสักครั้งในชีวิต ที่ได้พนมสองมือก้มลงกราบถวายบังคม เบื้องหน้าพระบรมโกศแสดงความอาลัยด้วยใจจงรักภักดี แม้จะเป็นเวลาเพียงแค่เสี้ยวนาทีก็ตาม

รวมเวลา 337 วัน กระทั่งถึงวันสุดท้าย มีประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพทั้งสิ้น 12,739,531 คน   

และแล้ววันสำคัญก็มาถึง วันที่ 25-29 ตุลาคม พ.ศ.2560 วันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พสกนิกรชาวไทยจากทุกสารทิศ ต่างมุ่งหน้าเดินทางไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวงเพื่อขอเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธียิ่งใหญ่ พร้อมริ้วขบวนพระราชอิสริยยศที่สง่างามสมพระเกียรติ ตามแบบโบราณราชประเพณี
 
ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำสลับกับแสงแดดที่ร้อนระอุ ก็ไม่สามารถขวางกั้นพลังแห่งความจงรักภักดีของพสกนิกรไทยทุกหมู่เหล่าได้ ต่างรู้สึกว่าความอดทนนี้ยังน้อยนิด เทียบไม่ได้กับความอดทนที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงงานหนัก-เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศเพื่อนำพาประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทยให้เจริญและอยู่เย็นเป็นสุข ตลอด 70 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ  

26 ตุลาคม พ.ศ.2560 วันแห่งประวัติศาสตร์ต้องจารึกเมื่อผองไทยทุกหมู่เหล่าร้อยใจเป็นหนึ่งเดียว ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้คนเนืองแน่นมืดฟ้ามัวดิน ทั้งบริเวณพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และพระเมรุมาศจำลอง 85 แห่งทั่วประเทศ เพื่อแสดงความอาลัย และแสดงความจงรักภักดี แด่พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

เชื่อเหลือเกินว่า สิ่งที่จะอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทยนับจากนี้ คือปรากฎการณ์ที่คนไทยทุกคน ต่างช่วยกันน้อมนำ สืบสาน หลากหลายโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้เป็นหลักชัย ในการนำพาชีวิตและประเทศชาติให้ผาสุข-มั่งคง-แข็งแรง สมดั่งพระราชปณิธานของพระองค์ท่านตลอดไป

Tag : สรุปข่าวเด่น 7x5 35 สรุปข่าวเด่น เจาะประเด็นสเปเชียล ปรากฏการณ์เพื่อพ่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง รัชกาลที่ 9