จับผู้ต้องหาขโมยบัตรประชาชนเปิดบัญชีปลอมลวงเหยื่อ

วันที่ 14 ม.ค. 2561 เวลา 05:03 น.

Views

ช่วงค่ำเมื่อวานนี้ ตำรวจควบคุมตัว นางสาวปวีณา สิงหวิบูลย์ อายุ 31 ปี มาสอบสวนที่ สน.หลักสอง หลังจากมีข้อมูลว่า นางสาวปวีณา เป็นบุคคลเดียวกับที่ปรากฏอยู่ในภาพจากกล้องวงจรปิดของ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา เดอะ มอลล์ ที่เธอไปเปิดบัญชีธนาคาร โดยพาเด็กเล็กไปด้วย

โดยตำรวจเค้นสอบอยู่นาน จนเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นผู้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนของ นางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ไปเปิดบัญชีธนาคารจริง โดยมีนายไซม่อน หนุ่มชาวไนจีเรีย เป็นผู้นำบัตรประชาชนของนางสาวณิชามา จ้างให้ไปเปิดบัญชี 5 บัญชี ในราคา 10,000 บาท แต่ได้เงินมาเพียงแค่ 4,000 บาทเท่านั้น

นางสาวปวีณายังให้การอีกว่า เธอไม่เคยรู้จักกับนางสาวณิชามาก่อน แต่มีเพื่อนสาว ซึ่งเป็นแฟนกับนายไซม่อนติดต่อให้ไปเปิดบัญชีธนาคาร ช่วงนั้นต้องการใช้เงินพอดี เห็นว่างานง่ายๆ ค่าจ้างสูง จึงตัดสินใจรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร โดยจะแฝงตัวเข้าไปเป็นลูกค้าธนาคาร แล้วขอเปิดบัญชีใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ธนาคารเองก็ไม่ได้ตรวจสอบเอกสารละเอียด ไม่ได้ตรวจสอบรูปถ่ายและใบหน้า ของผู้ถือบัตรประชาชนมาด้วย จึงเปิดบัญชีมาได้ง่ายๆ

ขณะที่ตำรวจเปิดเผยว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่ตอนนี้ยังมีหลายประเด็นที่ขัดแย้งกันอยู่ จึงต้องพยายามหาหลักฐานมาให้รอบด้านมากที่สุด เพื่อไขข้อกระจ่างให้สังคมรับรู้

เบื้องต้น ตำรวจตั้งข้อหานางสาวปวีณา นำเอกสารผู้อื่นไปใช้ในทางมิชอบ และนำบัตรอิเลกทรอนิกของผู้อื่นไปใช้โดยผิดกฎหมาย ขณะเดียวกัน ก็เร่งติดตามตัว นางสาวแอน หญิงสาวอีกคนหนึ่ง ที่สวมหน้ากากอนามัยไปเปิดบัญชีธนาคารอีก 4 บัญชี คาดว่าจะได้ตัวในเร็ววันนี้

ขณะที่ผู้สื่อข่าวไปสอบถามกับครอบครัวของนางสาวณิชา ต่างบอกว่ารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายได้แล้ว 1 คน ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยถึงบัญชีเงินฝากของธนาคารแห่งหนึ่งที่มีเงินหมุนเวียนประมาณ 6,000,000 บาทนั้น นางสาวณิชาบอกว่า เป็นบัญชีการทำธุรกิจของครอบครัว ที่ได้ร่วมกับเพื่อนของบิดา เมื่อราว 5 ปีที่แล้ว สมัยที่ยังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 (เนื่องจากบิดาเป็นบุคคลล้มละลาย) แต่ได้เลิกใช้บัญชีนั้นแล้วเมื่อราว 2 ปีที่ผ่านมา โดยยังคงมีเงินติดบัญชีเล็กน้อย แทบไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร ซึ่งในส่วนของการทำธุรกิจ มีการจดทะเบียนการค้าถูกต้อง และมีเส้นทางการเงินที่ชัดเจน สามารถพิสูจน์ได้ และหากจะให้ตนเองเข้าเครื่องจับเท็จเพื่อพิสูจน์ความจริงตามที่หน่วยงานต่างๆ สงสัย ก็ยินดี เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ ความจริงคือความจริง

และในวันที่ 23 มกราคมนี้ จะเดินทางไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยจะนำหลักฐานทุกอย่างที่ได้รวบรวมไว้ตั้งแต่รู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ มั่นใจว่า กระบวนการต่างๆ จะสามารถปกป้องสิทธิ์ของตนเองที่ถูกมิจฉาชีพขโมยบัตรประจำตัวประชาชนไปเปิดบัญชีเพื่อหลอกลวงเหยื่อ

ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองตาก ได้ออกหมายเรียก นายขวัญ ทองน้อย ชาวจังหวัดลพบุรี และ นายธีรภัทร์นนท์ งามวงษ์ ชาวจังหวัดหนองคาย ซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีที่ นางการต์สินี ยะเมา ผู้เสียหายจากการถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีรวมกว่า 1,000,000 บาท โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ไปแล้ว แต่ยังไม่มาพบ และจะออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2

Tag : สนามข่าว 7 สี