สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพนายกิจจา วะชังเงิน และนางดวงเนตร ดุริยพันธุ์

วันที่ 14 ม.ค. 2561 เวลา 20:22 น.

Views

เวลา 17.03 น. วันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม ในการพระราชทานเพลิงศพนายกิจจา วะชังเงิน ซึ่งถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคไตวาย เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2561 สิริอายุ 77 ปีเศษ

นายกิจจา วะชังเงิน เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2483 ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นบุตรของนายแกะ และนางเจื่อน วะชังเงิน หลังสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เข้ารับราชการเป็นมหาดเล็กถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ที่ประทับในวังสวนจิตรลดา และได้ตามเสด็จขณะแปรพระราชฐานในจังหวัดต่าง ๆ ในตำแหน่งพนักงานเชิญเครื่องเสวย จากนั้น ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นพนักงานตั้งเครื่องเสวย สังกัดกองมหาดเล็ก สำนักพระราชวัง ตลอดชีวิตรับราชการนายกิจจา ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์สุจริต มีอุปนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน และตั้งมั่นอยู่ในความจงรักภักดีต่อพระราชวงศ์ โดยตั้งใจถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทด้วยชีวิตและจิตใจ จนเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยให้ได้ถวายงานใกล้ชิดพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้ง มีโอกาสถวายงานรับใช้พระราชอาคันตุกะจากต่างประเทศเสมอมา จากคุณงามความดีที่ได้สั่งสมมาตลอดชีวิตรับราชการทำให้นายกิจจาเป็นที่รักของผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน คนใกล้ชิด ด้านชีวิตครอบครัวสมรสกับหม่อมราชวงศ์ผัสพร จรูญโรจน์ คุณข้าหลวงผู้ใหญ่ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

เวลา 17.38 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมรุวัดราษฎร์บำรุง ในการพระราชทานเพลิงศพนางดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ซึ่งถึงแก่กรรมเนื่องจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 สิริอายุ 78 ปี 

นางดวงเนตร ดุริยพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2482 เป็นบุตรีของนายเหนี่ยว และนางแช่มช้อย ดุริยพันธุ์ ซึ่งเป็นครอบครัวที่มีความเชี่ยวชาญด้านคีตศิลป์มาอย่างยาวนาน โดยนางดวงเนตร เริ่มฝึกขับร้องเพลงไทยกับมารดาและญาติขณะอายุ 16 ปี เช่น เพลงเถา และเพลงสามชั้น อีกทั้ง ยังสนใจใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมด้วยการเรียนการเชิดและการร้องเพลงหุ่นกระบอก ในปี 2504 เริ่มเข้ารับราชการเป็นครูสอนขับร้องเพลงที่โรงเรียนสายปัญญา ต่อมา ได้โอนย้ายไปรับราชการที่แผนกดุริยางค์ไทยกองการสังคีต กรมศิลปากร จากความรู้ความสามารถที่หลากหลายทำให้นางดวงเนตร ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านดุริยางคศิลป์ ของกรมศิลปากร ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำฝึกสอนข้าราชการสำนักการสังคีต รวมถึงเป็นอาจารย์สอนในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ทุกภูมิภาค และเป็นอาจารย์พิเศษสอนในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วิทยาลัยเพาะช่าง, โรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัยฯ นางดวงเนตร ได้อุทิศตนเพื่อถ่ายทอดวิชาความรู้การขับร้องเพลงไทยและเพลงหุ่นกระบอกแก่ลูกศิษย์หลายรุ่น ด้วยน้ำเสียงและลีลาการขับร้องที่ไพเราะเป็นเอกลักษณ์ทำให้เป็นที่รู้จักในวงการคีตศิลป์ จนได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติหลายรางวัล อาทิ เหรียญเชิดชูเกียรติในฐานะครูผู้ถ่ายทอดเพลงหุ่นกระบอก แสดงในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, โล่พระราชทาน รางวัลชนะเลิศประพันธ์ทางขับร้องเพลงแผ่นดินทอง เถา จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้านชีวิตครอบครัวสมรสกับนายสุพจน์ โตสง่า มีบุตร-ธิดา รวม 3 คน

Tag : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเพลิงศพ นายกิจจา วะชังเงิน นางดวงเนตร ดุริยพันธุ์