เอกชนขานรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่

วันที่ 19 ม.ค. 2561 เวลา 04:59 น.

Views

นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่งปลีกไทย กล่าวว่าโดยส่วนตัวยอมรับได้กับอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ที่จะปรับเพิ่มขึ้นวันละ 5-22 บาท ซึ่งร้านค้าปลีกขนาดเล็กและขนาดกลางจะได้รับผลกระทบต้นทุนสูงขึ้นไม่มากนัก และถือเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับไว้เอง แต่จะกระทบมาก ต่อต้นทุนของผู้ค้าปลีกรายใหญ่ ที่มีพนักงาน 1,000 คน ขึ้นไป จะทำให้การแข่งขันลด แลก แจก แถม ของผู้ค้าปลีกรายใหญ่ลดลง

ทั้งนี้ จะส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับเพิ่มขึ้นเพียงใด ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่แต่ละราย ว่าจะบริหารจัดการอย่างไร ถ้าผู้ผลิตไม่มีการปรับขึ้นราคา ผู้ค้าปลีกก็จะไม่ปรับขึ้นราคาสินค้า ซึ่งหน่วยงานภาครัฐไม่ควรเข้ามาควบคุมสินค้า ควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด เพราะการค้าเสรีในปัจจุบัน ผู้บริโภคมีทางเลือกในการซื้อสินค้ามากขึ้น

ด้าน นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ก็ยอมรับการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ โดยระบุว่า กระทบต่อต้นทุนการส่งออกข้าวไม่มากนัก อาจส่งผลให้ราคาส่งออกข้าวปรับเพิ่มขึ้นไม่ถึงตันละ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯเพราะค่าแรงงานไม่ได้ปรับขึ้นอัตราเดียวกันทั่วประเทศ และเป็นอัตราที่ไม่สูงมาก แต่ถ้าปรับสูงขึ้นกว่านี้ จะกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของการส่งออกข้าวไทยเพราะอุตสาหกรรมข้าวใช้แรงงานมาก ตั้งแต่การเกี่ยวข้าว การขนส่ง การบรรจุ ไปจนถึงการลำเลียงข้าวเพื่อการส่งออก ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าอยู่ขณะนี้ ก็ทำให้ต้นทุนการส่งออกข้าวไทยสูงอยู่แล้ว

ขณะที่ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่จะปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบให้สินค้าอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมาก มีต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่ถึง 1 % ดังนั้นจึงไม่ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้น ถ้าผู้ประกอบการจะปรับขึ้นราคาสินค้า จะต้องยื่นขอมายังกรมการค้าภายใน และชี้แจงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างละเอียด เช่นเดียวกับร้านขายข้าวแกง อาหารปรุงสำเร็จ ได้รับผลกระทบไม่มาก จึงไม่มีเหตุผลให้ผู้ค้าอ้างต้นทุนปรับขึ้นราคา
                                      
ด้าน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่จะปรับขึ้นทั่วประเทศ ถือว่าเหมาะสม เพราะภาคแรงงานไม่ได้ปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำมา 3 ปีแล้ว และเมื่อค่าแรงงานสูงขึ้น จะทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น โดยกระทรวงการคลังมีมาตรการทางภาษีช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ส่วนกระทรวงพาณิชย์จะดูแลราคาสินค้าให้เหมาะสม