Green report : สภาวะโลกร้อนกระทบเพศของสัตว์

วันที่ 6 ก.พ. 2561 เวลา 11:20 น.

Views

‘สัตว์เลื้อยคลานที่ออกลูกเป็นไข่ เช่น เต่า จระเข้ และกิ้งก่า ปกติแล้วพวกมันจะวางไข่บนหาดทราย หรือบนดิน และทำการฝังกลบ รอจนไข่ฟักเป็นตัว ซึ่งไข่ที่ถูกฝังกลบแต่ละใบ จะอยู่ในระดับความลึกต่างกัน และธรรมชาติของสัตว์ที่ฝังกลบไข่ จะมีอุณหภูมิเป็นตัวกำหนด "เพศ"
              
อย่างเช่นเต่าหากอุณหภูมิต่ำกว่า 28 องศาเซลเซียสจะกลายเป็นตัวผู้ และหากสูงกว่า 29-30 องศาเซลเซียส จะกลายเป็นตัวเมีย ดังนั้นไข่ที่อยู่ก้นหลุม จะมีโอกาสฟักเป็นตัวผู้เพราะเจออุณหภูมิที่เย็นกว่า ส่วนไข่ที่อยู่ด้านบนจะฟักเป็นตัวเมียเพราะอยู่ใกล้ปากหลุม จึงเจออุณหภูมิที่สูงกว่า ส่วนจระเข้จะตรงกันข้ามกับเต่า หากอุณหภูมิสูงจะกลายเป็นตัวผู้และอุณหภูมิต่ำจะกลายเป็นตัวเมีย
            
แต่ปัญหาโลกร้อนอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ช่วง 20 ปีที่ผ่านมาไข่ในหลุมฟักออกมาเป็นเพศใดเพศหนึ่งมากจนเกินไป
              
ส่วน "กิ้งก่า" ที่เป็นสัตว์เลื้อยคลานบนบก เช่นกิ้งก่าเทาทาร่าของนิวซีแลนด์ รวมถึงกิ้งก่าบางชนิดของไทย ก็ได้รับผลกระทบจากโลกร้อนเช่นกัน แต่ยังขาดข้อมูลงานวิจัยอีกมากที่ต้องเร่งศึกษาเพื่อหาทางช่วยเหลือ
              
นอกจากนี้ "ปลา" ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่เนื่องจากปลาสามารถเปลี่ยนเพศตัวเองได้เพื่อความอยู่รอด จึงยังไม่น่ากังวลมากนัก
              
เมื่อมีตัวผู้หรือตัวเมียมากเกิน ทำให้ขาดสมดุล จึงอาจส่งผลต่อการดำรงเผ่าพันธุ์ของชนิดพันธุ์สัตว์นั้นๆ
              
ปัจจุบันประเทศไทยใช้วิธีอนุรักษ์เต่าทะเล โดยเก็บไข่ในหลุมขึ้นไปฟักและกำหนดอุณหภูมิเพื่อให้ไข่ฟักเป็นตัวผู้และตัวเมียในสัดส่วนที่เท่ากัน แต่ขณะนี้หลายประเทศมีแนวคิดให้ไข่ฟักตามธรรมชาติ เพราะหวังว่าเมื่อพวกมันโตขึ้น จะกลับมาวางไข่ในที่เดิม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำที่กำบังให้ร่มเงา และทำฝนจำลองเพื่อลดความร้อนในหาดทราย โดยไทยกำลังจะนำแนวคิดนี้มาปรับใช้ในอนาคตเช่นกัน
              
การเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศเป็นภัยเงียบที่มองไม่เห็น เพียงเพิ่มขึ้นแค่ 1-2 องศาเซลเซียส กลับส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตหลายชนิดมากกว่าที่คิด

Facebook : Ch7greenreport

Tag : Green Report