เจาะประเด็นเด็ด : เงื่อนงำ หนุ่มถูกอุ้มซ้อม-ยัดยาเสพติด จ.ราชบุรี

วันที่ 15 ก.พ. 2561 เวลา 17:46 น.

Views

กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวสะเทือนวงการสีกากี เมื่อมีชายหนุ่มชาว จ.ราชบุรี ออกมาร้องศูนย์ดำรงธรรม ถูกผู้ใหญ่บ้าน พร้อมตำรวจระดับสารวัตร ทำตัวเหนือกฎหมาย ใช้ศาลเตี้ยบุกอุ้มตัวขึ้นรถกระบะ ข่มขู่ ทุบตี ทำร้ายร่างกาย และพยายามจะยัดข้อหายาเสพติด เกรงจะไม่ปลอดภัย และไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะคู่กรณีล้วนเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร เราจะไปเจาะลึกจากปากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ทั้งหมดพร้อม ๆ กัน

ซึ่งเรื่องนี้แดงเป็นข่าวขึ้นมา เมื่อผู้เสียหาย คือ นายประมวล ทับตุ้ม อายุ 38 ปี ชาว ต.ชำแระ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี พร้อมมารดา คือ นางปิ๋ว ทับตุ้ม อายุ 59 ปี ได้เดินทางมาพร้อมกับ นายทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อพาเข้าพบเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดราชบุรี ขอให้ช่วยเหลือ อ้างว่าถูกผู้ใหญ่บ้านพร้อมพวก รวม 4 คน บุกเข้ามาที่บ้าน ทำร้ายร่างกาย แล้วอุ้มตัวขึ้นรถกระบะไปรุมซ้อมทุบตี และพาตัวไปพบกับตำรวจนายหนึ่ง ที่ป้อมสายตรวจตำบลบ้านสิงห์ แถมยังพยายามยัดข้อหาเสพติดให้แก่ตนเอง เพียงเพราะเครื่องสูบน้ำของผู้ใหญ่บ้านหายไป
 
เพื่อค้นหาความจริง ทีมข่าว "เจาะประเด็นเด็ด" ได้ส่ง คุณสุพรรษา ลงพื้นที่ไปเปิดใจ นายประมวล ทับตุ้ม ผู้มาร้องเรียน ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับแบบแมน ๆ ว่า เคยมีประวัติเสพยาเสพติดมาก่อน แต่ยืนยันว่าปัจจุบันได้เลิกเด็ดขาด ไม่หันกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยานรกนั้นอีกแล้ว

พร้อมกับเล่าย้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์เข้ามาหาตนที่บ้าน จำได้ว่าผู้ชาย 2 คนในกลุ่ม เป็นผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่ตนอาศัยอยู่ บอกว่าจะมาขอตรวจปัสสาวะ อ้างว่ามีหมายตรวจค้นมาด้วย ตนเองก็เอะใจว่าจะขออตรวจปัสสาวะทำไม เพราะที่ผ่านมาตนไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว พอไม่ยอมก็พากันรุมฉุดกระชากลากตัวออกจากบ้าน ต่อหน้าต่อตาแม่และญาติ ๆ เพื่อพาขึ้นรถกระบะ ตนเองพยายามขัดขืน ก็ถูกทุบตีแบบไม่ยั้ง จนที่สุดก็ต้องยอมจำนนขึ้นรถกระบะไป โดยระหว่างนั้นถูกใช้ผ้าคลุมศีรษะ และถูกมัดมือไพล่หลัง ทำให้ไม่ทราบเส้นทาง ระหว่างนั้น คนในรถก็เค้นถามตนว่า "เอาเครื่องสูบน้ำไปไว้ไหน" พอตนบอกไม่รู้ ก็ทุบตีอีกหลายครั้ง กระทั่งรถไปจอดอยู่จุด ๆ หนึ่ง เผอิญผ้าที่คลุมหน้าหลุดพอดี จึงรู้ว่าเป็นป้อมสายตรวจตำรวจบ้านสิงห์ ซึ่งอยู่คนละตำบล จากนั้น กลุ่มชายฉกรรจ์ได้กระชากตนลงจากรถ และให้เข้าไปในป้อมตำรวจ มีการนำสิ่งที่คล้ายยาเสพติดบรรจุอยู่ในหลอดดูดน้ำสีส้ม มาวางไว้ตรงหน้า แล้วจะถ่ายรูป ลักษณะคล้ายกับตนเป็นเจ้าของยาเสพติด ตนเห็นท่าไม่ดี จึงพยายามลุกขัดขืน ปฏิเสธไม่ยอมให้ถ่าย กระทั่งมีเอกสารบังคับให้ตนเองเซ็นชื่อ โดยที่ไม่ยอมให้อ่านว่าเป็นเอกสารอะไร ถ้าไม่เซ็นก็จะถูกทำร้ายทุบตี ตนจึงยอมเซ็นไปแบบไม่เต็มใจ ก่อนจะถูกพามาส่งที่บ้านในสภาพสะบักสะบอม

ขณะที่ มารดาของนายประมวล เปิดใจกับทีมข่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นถือว่าอุกอาจ สร้างความหวาดกลัวให้กับตนเองและคนในครอบครัว โดยตนเองมีลูก 4 คน นายประมวล เป็นลูกคนโต ที่เหลือก็มีแต่ลูกผู้หญิง จึงอยากฝากถามกลับไปว่า พอครอบครัวตนเองไม่มีใครให้เกรงขาม เลยคิดอยากจะรังแกอย่างไรก็ได้หรือ พร้อมบอกว่าตนเองไม่ได้จะเข้าข้างลูกชายแต่ฝ่ายเดียว แต่ตนอยู่ในเหตุการณ์ รู้เห็นทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง อ้างมีหมายค้นจาก สภ.โพธาราม แต่พอขอดูกลับไม่ให้ดู และมั่นใจว่าลูกชายเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดโดยเด็ดขาดแล้ว จึงบอกให้ตรวจปัสสาวะต่อหน้า ให้ทุกคนเป็นพยาน แต่ทางนั้นก็ไม่ยอม ฉุดกระชากลากถูลูกชายไปต่อหน้าต่อตา เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ หวั่นลูกถูกทำร้ายถึงตาย

หลังเกิดเหตุ ได้เดินทางไปที่ สภ.โพธาราม ขอดูหมายค้น แต่กลับได้ข้อมูลว่า ไม่ได้มีการออกหมายค้นแต่อย่างใด แม้จะผ่านมาหลายวันก็ยังทำใจไม่ได้ ที่ผู้นำชุมชนมีพฤติการณ์ข่มขู่ลูกบ้านโดยไม่เป็นธรรม จึงต้องออกมาเรียกร้อง และดำเนินการเอาผิดให้ถึงที่สุด

ทีมข่าวยังได้ไปพูดคุยกับญาติผู้เสียหาย ที่วันนี้มาให้กำลังใจกันเต็มบ้าน ซึ่งได้หลักฐานชิ้นสำคัญเป็นคลิปวิดีโอที่กลุ่มญาติผู้เสียหายบันทึกไว้ได้ โดยอ้างว่าเป็นช่วงเวลาขณะที่รถกระบะคันสีดำที่ก่อเหตุมาจอดหน้าบ้าน แล้วมี นายประมวล เดินลงจากรถในภาพไม่สวมเสื้อ เดินโซเซ ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของนายประมวล

กรณีที่มีการกล่าวอ้างพาดพิงไปถึงผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.ชำแระ อ.โพธาราม ว่าเป็นหนึ่งที่ร่วมก่อเหตุในคดีนี้ ทีมข่าวได้ไปยังบ้านของผู้ใหญ่บ้านเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง และเพื่อความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย แต่กลับได้รับการปฏิเสธ ไม่ให้สัมภาษณ์ใด ๆ

ทีมข่าวจึงไปสอบถามชาวบ้านใกล้เคียง บางส่วนอ้างว่าไม่รู้ ไม่เห็น และไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นในหมู่บ้าน เพิ่งมารู้วันนี้เพราะมีทีมข่าวลงพื้นที่

ขณะที่ชาวบ้านอีกกลุ่มกลับบอกว่า ได้ยินข่าวระแคะระคายในเรื่องนี้มาบ้าง แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าผู้ใหญ่บ้านจะกระทำการอุกอาจ กล้ายกพวกมาอุ้มลูกบ้าน และมีการยัดยาเสพติดเกิดขึ้น

สอดคล้องกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ให้ข้อมูลว่า บุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นผู้เสียหาย มีประวัติไม่ธรรมดา แต่เรื่องราวลึก ๆ เป็นอย่างไร ตนไม่ขอยุ่งเกี่ยว ขอให้เป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจ พร้อมให้ข้อมูลว่าช่วงปลายเดือนที่แล้ว มีโจรชุกชุมในชุมชน ของมีค่าสูญหายบ่อย ๆ ล่าสุด มีชาวบ้านมาแจ้งว่า มีเครื่องสูบน้ำประจำคลองชลประทานเข้านาของชาวบ้านได้สูญหายไป ซึ่งตนก็ได้แจ้งความไว้ที่ สภ.โพธาราม แต่ก็ยังจับกุมผู้ก่อเหตไม่ได้ ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ทั้งสองจะเป็นประเด็นเกี่ยวโยงกันหรือไม่

สำหรับผู้ใหญ่บ้านที่ถูกกล่าวหา เคยลงสมัครและได้รับเลือกตั้งเป็น นายก อบต. ในพื้นที่ กระทั่งหมดวาระ จึงได้ลงสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้าน ที่ผ่านมาชาวบ้านก็ให้การยอมรับ เคารพนับถือ เพราะเป็นคนอัธยาศัยดี ชอบช่วยเหลือยามชาวบ้านเดือดร้อน

ด้าน ผู้กำกับ สภ.โพธาราม เผย หลังผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อุ้มตัวไปจากบ้าน ล่าสุด จากการสอบสวนได้เบาะแสและรู้ตัวผู้ถูกกล่าวหาแล้ว พบมี 4 คน มีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน 1 คน และอีก 2 คน เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งอยู่หมู่บ้านเดียวกับที่ผู้เสียหาย และอีก 1 คน เป็นตำรวจระดับสารวัตรจริง แต่สังกัดนอกพื้นที่

ขณะนี้ อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายและญาติเพิ่มเติม พร้อมทั้งนำภาพถ่ายใบหน้ากลุ่มผู้ก่อเหตุมาให้ผู้เสียหายชี้ตัวว่าใช่หรือไม่ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนเพิ่ม และพาผู้เสียหายไปชี้จุดจำลองเหตุการณ์ โดยเฉพาะบริเวณป้อมตำรวจสายตรวจตำบลบ้านสิงห์ ส่วนประเด็นที่ผู้เสียหายกังวลว่าได้ถูกบังคับให้เซ็นเอกสารบางอย่าง โดยมีซองยาเสพติดวางไว้ตรงหน้า ลักษณะคล้ายจะยัดข้อหายาเสพติดให้ ต้องทำการสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง ระหว่างนี้ เตรียมออกหมายเรียกผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน มาสอบปากคำ เบื้องต้น อาจจะมีความผิดใน 3 ข้อหา ตามมาตรา 157 เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยว แต่ทั้งหมดทางตำรวจจะยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา ต้องสรุปส่งสำนวนไปที่ ปปท. เพราะทั้ง 4 คน เป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นในปกครอง

เป็นคดีที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะเมื่อผู้ถูกกล่าวหาเป็นถึงผู้นำท้องถิ่น แถมหนึ่งในนั้นยังมีตำรวจระดับสารวัตรรวมอยู่ด้วย ก็หวังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธาราม จะสอบสวนและทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา โดยให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

Tag : เจาะประเด็นสเปเชียล เจาะประเด็นเด็ด ยัดยาเสพติด ผู้ใหญ่บ้านอุ้มลูกบ้าน ผู้ใหญ่บ้านยัดยาเสพติด ข่มขู่ลูกบ้าน อุ้มลูกบ้านไปทำร้าย