สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดเชียงราย ดังนี้

วันที่ 15 ก.พ. 2561 เวลา 19:49 น.

Views

เวลา 08.14 น. วันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโครงการเลี้ยงแพะพันธุ์แบล็คเบงกอล ในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง พื้นที่ทรงงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ทรงติดตามการดำเนินงานรักษาแพะสายพันธุ์แท้ และผลิตแพะสายพันธุ์ผสม ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา ได้สนองพระราชดำริในการผลิตแพะเพื่อขยายพันธุ์ให้แก่ราษฎร โดยในปี 2560 สามารถผลิตลูกแพะสายพันธุ์แบล็คเบงกอล ได้ 106 ตัว สายพันธุ์ผสม 139 ตัว ซึ่งได้พระราชทานแพะสายพันธุ์แบล็คเบงกอล 77 ตัว และสายพันธุ์ผสม 90 ตัว ให้แก่ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก, ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดชุมพร รวมถึงราษฎรในจังหวัดเชียงราย ลพบุรี และบึงกาฬ เพื่อนำไปเลี้ยงและขยายพันธุ์ โดยได้ศึกษาการใช้ใบและเมล็ดปาล์มน้ำมันเป็นอาหารแพะในพื้นที่อากาศร้อนชื้น พบว่าสามารถใช้ได้โดยเสริมด้วยอาหารเหลวเพื่อให้แพะแข็งแรง และมีอัตราการเจริญเติบโตดี นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการเกิดโรคในแพะที่นำไปเลี้ยงนอกพื้นที่โครงการฯ ซึ่งได้ดำเนินการตรวจสอบชนิดของเชื้อที่ก่อโรคและโรยปูนขาวเพื่อฆ่าเชื้อโรคในแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ พร้อมทั้งติดตามเฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้เกิดโรคระบาดในพื้นที่โครงการเลี้ยงแพะพันธุ์แบล็คเบงกอลฯ รวมถึงนำแพะออกไปเลี้ยงในพื้นที่ภายนอก เพื่อควบคุมปริมาณการเลี้ยงในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ไม่ให้มากเกินไป โดยกำหนดเป้าหมายการผลิตแพะในปี 2561 รวม 135 ตัว เป็นสายพันธุ์แบล็คเบงกอล 90 ตัว และสายพันธุ์ผสม 45 ตัว ปัจจุบันมีแพะรวม 507 ตัว เป็นพันธุ์แบล็คเบงกอล 282 ตัว พันธุ์ซาแนน 9 ตัว แพะลูกผสม 214 ตัว และแพะบาร์บารี 2 ตัว ในจำนวนนี้มีแพะที่พร้อมพระราชทาน เป็นพันธุ์แบล็คเบงกอลแท้ และแพะลูกผสม ทั้งเพศผู้และเพศเมีย รวม 122 ตัว เพื่อนำไปเลี้ยงและขยายพันธุ์ ส่งเสริมอาชีพให้ราษฎรช่วยให้มีรายได้ที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

เวลา 09.58 น. เสด็จพระราชดำเนินไปโรงบรรจุผักปลอดภัยชุมชนบ้านด้าย อำเภอแม่สาย ทอดพระเนตรการดำเนินงานโรงคัดและบรรจุผักปลอดภัยของชุมชน ซึ่งศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง, มูลนิธิชัยพัฒนา และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านด้าย ร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อปี 2558 เพื่อส่งเสริมการปลูกผักพื้นบ้าน สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกผักให้ได้มาตรฐาน GAP กว่า 60 ชนิด อาทิ คะน้าเห็ดหอม, กระหล่ำปลี, ผักบุ้ง, ข้าวโพดอ่อน และกวางตุ้ง โดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปส่งเสริม ควบคุมคุณภาพตลอดการเพาะปลูก จากนั้น จึงรับซื้อผักจากสมาชิก ซึ่งปัจจุบันมี 110 ราย บรรจุและส่งไปจำหน่ายที่ร้านจันกะผัก ห้างสรรพสินค้าภายในจังหวัด รวมถึงห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพมหานคร โดยแต่ละวันสามารถตัดแต่งและบรรจุถุงได้ประมาณ 900-1,000 ถุง ส่งไปจำหน่ายสัปดาห์ละ 4 วัน เพื่อให้ผู้บริโภคได้บริโภคผักสด สะอาด และปลอดภัย สร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค

เวลา 10.50 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์พระราชทานหนองโคม ตำบลบ้านด้าย ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณะที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านด้าย น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย เพื่อให้ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ปลูกพืชเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์พระราชทานบนพื้นที่ 5 ไร่ 1 งาน เริ่มดำเนินการเมื่อเดือนตุลาคม 2560 ผลิตเมล็ดพันธุ์ 5 ชนิด ได้แก่ คะน้า, พริกขี้หนูปู่เมธ, ฟักทอง, คราม และถั่วอัลฟัลฟ่า รวมถึงพืชสมุนไพรเพื่อขับไล่แมลง ในการนี้ ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับสมาชิกโครงการปลูกผักปลอดภัย ที่มาเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

เวลา 11.30 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ อำเภอแม่สาย ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนา สนองพระราชดำริจัดตั้งขึ้นในปี 2552 เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ผักสำรองไว้แจกจ่ายแก่ราษฎรที่ประสบภัยพิบัติ และร่วมวิจัยปรับปรุงพัฒนาพันธุ์พืช โดยในปี 2560 ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ยื่นขอขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชที่ปรับปรุงและพัฒนา 1 สายพันธุ์ และได้รับพระราชทานชื่อว่า "พริกขี้หนูพัฒนฉันท์" โอกาสนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายใบประกาศรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติ 2548

จากนั้น ทรงเยี่ยมร้านจันกะผัก ที่มีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่อจำหน่ายผักปลอดภัย และผักของศูนย์ฯ ที่เป็นส่วนเกินจากการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ ด้วยมีพระราชประสงค์ส่งเสริมการบริโภคผักสด และจำหน่ายอาหารที่ประกอบจากผักสดที่ปลูกภายในศูนย์ฯ และชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีกาแฟและไอศกรีมด้วย

ภายในศูนย์ฯ มีแปลงผลิตผักจากเมล็ดพันธุ์พระราชทานจากต่างประเทศที่นำมาทดลองปลูก และทดสอบความเสถียรของเมล็ดพันธุ์ โดยปลูกเป็นผักปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน GAP และนำมาจำหน่ายและใช้ประกอบอาหารที่ร้านจันกะผัก

สำหรับการปรับปรุงพันธุ์ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อาทิ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทาน และขึ้นทะเบียนแล้ว 6 สายพันธุ์ ซึ่งได้พระราชทานชื่อ อาทิ ถั่วฝักยาวสีม่วงสิรินธร เบอร์ 1, มะเขือเปราะพวงหยกจักรพันธ์ และพริกขี้หนูปู่เมธ โอกาสนี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแตงไทยเพื่อยื่นขอขึ้นทะเบียนพันธุ์ใหม่ จึงได้พระราชทานชื่อว่า "หอมละมุน" รวมถึงจัดทำโครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวขาวมะลิ 105 ให้ทนแล้ง ไม่ไวต่อแสง และต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง แมลงระบาด โดยนำเทคโนโลยีการตรวจดีเอ็นเอ มาช่วยคัดเลือกลักษณะที่ดีเพราะมีความแม่นยำ และช่วยลดระยะเวลาในการคัดเลือกสายพันธุ์ ปัจจุบันกำลังทดสอบสายพันธุ์

ขณะเดียวกัน ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จัดทำโครงการพัฒนาพันธุ์และรักษาพันธุ์พืชผักและพืชอาหาร 11 ชนิด, การผลิตเมล็ดผักประจำปี 2560, การบริหารจัดการควบคุมศัตรูพืชอย่างปลอดภัย โดยสนับสนุนการใช้สารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช ส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรที่จะเป็นแหล่งวัตถุดิบการผลิตสารชีวภัณฑ์ อาทิ หางไหล ไพล แก่ตัวแทนเกษตรกรใน 10 หมู่บ้าน 75 ครัวเรือน และโครงการผลิตแตงกวาผลสั้น แตงกวาผลยาว มะเขือเทศ เบอร์ 2 และเบอร์ 4 ผลสดทั้งปี โอกาสนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายมะเขือเทศพันธุ์ใหม่ 2 พันธุ์ และถั่วฝักยาว 1 พันธุ์ ซึ่งได้พระราชทานชื่อว่า "มะเขือเทศจักรพันธ์ 1, มะเขือเทศจักรพันธ์ 2 และล้านนาชวนอร่อย"

ทางศูนย์ฯ สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกผักปลอดภัยให้ได้มาตรฐาน GAP เพื่อได้ผลผลิตที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ เนื่องจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีพื้นที่ปลูกเป็นแปลงเล็กภายในบ้าน จึงประสบปัญหาในการขอ GAP ที่การตรวจสอบแปลงพืชของกรมวิชาการเกษตร ต้องตรวจเป็นแปลงใหญ่ จึงได้รวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อให้มีพื้นที่ปลูกมากพอ ทำให้เกษตรกรต้องมีความสามัคคี ดูแลกันและกัน เพราะหากบ้านใดไม่ผ่านการตรวจสอบ จะทำให้ทุกบ้านในกลุ่มไม่ผ่านมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 จัดทำโครงการทหารพันธุ์ดีขึ้น เพื่อฝึกกำลังพลให้มีความรู้ในการปลูกผักปลอดภัย เมื่อปลดประจำการจะสามารถนำกลับไปใช้และเผยแพร่แก่ชุมชนของตน สร้างความมั่นคงด้านอาหารแก่ชุมชนบ้านเกิดต่อไป

เวลา 16.08 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย โอกาสนี้ นายวรชัย พิมพ์เจริญ น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายรถเกี่ยวนวดข้าว "พรกินรี" เพื่อพระราชทานแก่กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" ตำบลเกาะช้าง เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ด้วยเป็นพื้นที่สำรองพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพในพื้นที่ภาคเหนืออีกแห่งหนึ่ง สำหรับนำไปช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยธรรมชาติ หรือยามที่ประเทศชาติอยู่ในภาวะคับขัน ปี 2560 สมาชิก 28 ราย ได้ปลูกทั้งนาปรังและนาปี ในพื้นที่ 359 ไร่เศษ นาปรังผ่านเกณฑ์การตรวจ 138 ไร่ ส่วนนาปีผ่านเกณฑ์กว่า 208 ไร่ สำหรับผลผลิตในปี 2560 จำนวน 279.65 ตัน สามารถนำไปพระราชทานได้ 18,643 ไร่  ปีที่ผ่านมาได้พระราชทานให้ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในอำเภอแม่สาย 9 แห่ง 561 ราย จำนวน 79.80 ตัน คงเหลือเมล็ดพันธุ์ข้าวที่พร้อมพระราชทาน 199.85 ตัน เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพช่วยเหลือฟื้นฟูราษฎรให้มีข้าวบริโภค ส่วนผลการดำเนินงานของกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" จังหวัดเชียงราย การทำนาปรังในช่วงแรก มีคณะกรรมการจากโครงการรวมกันสู้อยู่อย่างพร้อม จังหวัดลพบุรี มาเป็นพี่เลี้ยง ทำให้ผ่านเกณฑ์ 19 ราย ส่วนการทำนาปี ชาวบ้านได้เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ ในรอบนาปรัง ทำให้มีความชำนาญเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผ่านเกณฑ์การตรวจได้ถึง 24 ราย

โอกาสนี้ มีพระราชปฏิสันถารกับสมาชิกกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" ตำบลเกาะช้าง เกี่ยวกับความคืบหน้าการแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน พร้อมกับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผัก ไก่กระดูกดำ และพันธุ์ปลาแก่สมาชิก เพื่อนำไปปลูกและเลี้ยงสำหรับบริโภคในครัวเรือน

เวลา 17.27 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามความก้าวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริฯ ในการเป็นโรงงานต้นแบบ มีขั้นตอนการผลิตเข้าใจง่าย ถูกสุขอนามัย และรักษาสิ่งแวดล้อม ในปี 2560 ได้รับผลผลิตเมล็ดชาจากแปลงปลูกกว่า 150,000 กิโลกรัม หีบน้ำมันเมล็ดชาได้กว่า 36,000 ลิตร และยังผลิตน้ำมันเมล็ดไนเจอร์ น้ำมันเมล็ดงาม้อน น้ำมันเมล็ดมะรุม และมีกิจกรรมร่วมกับชุมชน อาทิ "โครงการสร้างสรรค์เครื่องสำอางธรรมชาติ จากน้ำมันเมล็ดชาตราภัทรพัฒน์ ด้วยตัวเอง" เพื่อสร้างความรู้ด้านวิชาชีพแก่ประชาชน ให้สามารถผลิตเครื่องสำอางจากธรรมชาติใช้เอง หรือต่อยอดเป็นอาชีพเสริม และโครงการรักษ์สมุนไพร เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมอนุรักษ์พันธุ์สมุนไพร และผลิตผลผลิตเพื่อสร้างรายได้

ในส่วนของโรงงานสามารถบรรจุน้ำมันได้ 6.67 ขวดต่อนาที ในปี 2560 ได้ส่งเสริมการปลูกพืชน้ำมัน อาทิ งาม้อน และไนเจอร์ แก่ประชาชนในพื้นที่ และศูนย์ฯ ได้รับซื้อเพื่อนำมาผลิตน้ำมัน คณะนักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ยังดำเนินการวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่าเปลือกชาน้ำมันในรูปแบบถ่านคาร์บอน งานวิจัยสารสกัดสีธรรมชาติจากเปลือกผลชาน้ำมัน ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงเส้นผมจากน้ำมันเมล็ดชา โดยเมื่อปี 2560 ทางศูนย์ฯ มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าในร้านค้าโครงการพระราชดำริทั่วประเทศ ร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารเมล็ดชา กว่า 23 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน จังหวัดเชียงราย ยังมีภารกิจหลักในการอนุรักษ์และเพิ่มพื้นที่ป่า โดยการปลูกต้นชาน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกกว่า 3,417 ไร่ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 694 คน ถือเป็นการเกื้อกูลกันระหว่างคนอยู่กับป่าอย่างแท้จริง

โอกาสนี้ ทรงประกอบอาหารลาบหมูคั่วน้ำมันเมล็ดชา เพื่อเป็นเมนูพระราชทานแก่ร้านเมล็ดชา ทั้งนี้น้ำมันเมล็ดชามีองค์ประกอบของไขมันที่ดีต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินเอ ดี อี และเค ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดตีบตัน อัมพาต ความดัน การอักเสบของเนื้อเยื่อ จึงดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ

Tag : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เชียงราย