ตำรวจนำปืนเสี่ยเปรมชัย เทียบเคียงคดียิงช้างกุยบุรี เมื่อปี 2557

วันที่ 17 ก.พ. 2561 เวลา 05:03 น.

Views

พลตำรวจเอกศรีวราห์  รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบ “รังเย็นรีสอร์ท” และที่ดินบริเวณใกล้เคียงในอำเภอภูเรือและด่านซ้าย จังหวัดเลย ซึ่งมีชื่อ นายเปรมชัย กรรณสูต CEO บริษัทอิตาเลียนไทย ร่วมเป็นกรรมการบริษัท CPK พบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่ากว่า 6,000 ไร่ ที่บริษัท CPK ขอเช่าสัมปทานทำผลประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2552 แต่ก็ยังไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง กระทั่งมาขอยกเลิกเช่าสัมปทานในปี 2556 โดยในช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2552 - 2556 ถือว่าเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกป่าแล้ว เพราะยังไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ ส่วนนายเปรมชัยเป็นเพียงกรรมการบริษัท ไม่มีอำนาจลงนามหรือมีความเกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ยังพบว่า มีการออกโฉนดที่ดินพื้นที่ใกล้เคียงอีก 600 ไร่ แต่ไปทับซ้อนกับพื้นที่ป่าแนวลาดชัน 6 ไร่ จึงอาจเข้าข่ายบุกรุกป่าอีกคดี เพราะมีการปิดกั้นทางสาธารณะ และเปลี่ยนเส้นทางน้ำด้วย ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กำลังให้คณะกรรมการตรวจสอบ คาดว่าจะมีความชัดเจนในอีก 7 วัน

ขณะที่ กลุ่มรักษ์เมืองเลย สมัชชาประชาชนอีสานเพื่อการพัฒนาประเทศไทย และตัวแทนชาวบ้านที่ถูกหน่วยงานราชการ ยึดที่ดินทำกินในอำเภอด่านซ้าย ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ในการยึดคืนที่ดินของเครือญาตินายเปรมชัย กลับมาเป็นของรัฐโดยเร็ว พร้อมกล่าวโจมตีหน่วยงานราชการที่เลือกปฏิบัติ เพิกเฉย ปล่อยให้ตระกูลกรรณสูต ข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดิน 147 แปลง เนื้อที่กว่า 6,200 ไร่ ทั้งๆ ที่ถูกกรมที่ดินสั่งเพิกถอนไปแล้วเมื่อปี 2546 แต่ชาวบ้านในตำบลโป่ง อำเภอด่านซ้าย ถูกกรมป่าไม้ และหน่วยงานราชการตรวจยึดพื้นที่เมื่อปี 2560 พร้อมกับที่ดินของนายทุนอีกหลายแปลง กลับถูกบังคับให้ออกจากพื้นที่อย่างเด็ด
ขาด ทำให้ชาวบ้านที่ไม่ใช่นายทุนต้องได้รับความเดือดร้อนไปด้วย

ด้านชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ รังเย็นรีสอร์ท และไร่วโนทยาน กลับรู้สึกเสียดาย หากพื้นที่ดังกล่าวจะถูกตรวจยึดกลับไปเป็นของหลวง เนื่องจากตั้งแต่ นายแพทย์ชัยยุทธ กรรณสูต พ่อของนายเปรมชัยเข้ามาใช้พื้นที่ ก็มีการพัฒนามาตลอด สร้างถนน สร้างสนามกีฬาในชุมชน ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพขายของให้กับนักท่องเที่ยว ที่สำคัญชาวบ้านยังเข้าไปในพื้นที่หาของป่า และจับปลาในอ่างเก็บน้ำได้ด้วย

ส่วนคดีนายเปรมชัยและพวก ร่วมกันล่าสัตว์ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ไปยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 1 ต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ ซึ่งนายเปรมชัย และพวก ยังไม่ต้องมารายงานตัว จนกว่าจะครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 4  ซึ่งมีกำหนดเวลา 48 วัน ตามโครงการลดระยะเวลาในการมารายงานตัวของศาลจังหวัดทองผาภูมิ  ในการลดภาระค่าใช้จ่าย และเวลาเดินทางของประชาชน

สำหรับการแจ้งความเพิ่มเติมข้อหาทารุณกรรมสัตว์ โดยเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ พนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และออกหมายเรียกนายเปรมชัย ให้มารับทราบข้อกล่าวหา แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้

ขณะที่ ผลการตรวจรถของกลาง ที่นายเปรมชัยและพวกใช้เดินทางไปก่อเหตุ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ไม่พบเขม่าดินปืนที่รถ   ส่วนผลตรวจซากเสือดำถูกยิงที่หัว ตำรวจมองว่า ใครเป็นคนยิงเสือดำ ไม่ใช่ประเด็นหลักในการดำเนินคดี เพราะนายเปรมชัยและพวก นำอาวุธปืนเข้าไปล่าสัตว์ในป่า ถือว่ามีความผิดแล้ว นอกจากนี้ พลตำรวจตรีธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐาน
กลาง เปิดเผยว่า ได้นำปืนไรเฟิลของนายเปรมชัย ไปตรวจเทียบเคียงกับกระสุนที่พบในซากช้างที่ถูกยิงตาย ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อปี 2557 ว่าเป็นกระสุนจากปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่ ซึ่งการตรวจสอบดังกล่าวถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องตรวจสอบอาวุธของกลางที่ยึดมาได้ ว่าเคยใช้ก่อเหตุที่อื่นหรือไม่ ยืนยันไม่ใช่การจงใจเชื่อมโยงไปยังคดีต่างๆ

สำหรับความเห็นของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  ฝ่ายกฎหมาย ต่อกรณีสังคมตั้งข้อสังเกตว่า โทษการลักลอบล่าสัตว์ยังเบาเกินไปนั้น ต้องมองว่า ผู้กระทำผิดจะไม่ได้ถูกดำเนินคดีแค่ล่าสัตว์ข้อหาเดียว ยังมีเรื่องการบุกรุก อาวุธ และอื่นๆ รวมแล้วหลายฐานความผิด โทษโดยรวมจึงไม่น้อย แต่หากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เห็นว่าโทษในปัจจุบันไม่เหมาะสมก็สามารถเสนอแก้ไขได้ตามขั้นตอน

Tag : สนามข่าว 7 สี ยิงช้างกุยบุรี เจ้าสัวเปรมชัย เปรมชัย