คุณแม่โพสต์อุทาหรณ์ ลูกน้อยป่วยโรคฮีน็อค โรคที่พบได้ยาก เริ่มจากการเจ็บขา

วันที่ 23 ก.พ. 2561 เวลา 12:16 น.

Views

คุณแม่โพสต์อุทาหรณ์ เมื่อลูกน้อยต้องมาป่วยเป็นโรคฮีน็อค โรคที่พบได้ยาก จุดเริ่มต้นด้วยการปวดเจ็บขา 

เมื่อผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Tippawan Pingpittayakul ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับลูกน้อย ที่มีอาการ เจ็บขานั่งแทบไม่ได้ เมื่อแม่ของเด็กน้อยคนนี้ได้พาไปหาหมอถึง 2 ครั้งจึงรู้สาเหตุว่าเป็นโรคฮีน็อค โรคที่พบได้ยาก และต้องเฝ้าดูอาการต่อไป ข้อความจากโพสต์ระบุดังนี้

ฮีน๊อค ทำไมต้องมาเป็นกับลูก ???? แต่เมื่อเป็นแล้วต้องเข้าใจมันและอยู่กับมันให้ได้เพื่อลูก

รายละเอียดอาการเพื่อเป็นอุทาหรณ์ของคนเป็นแม่ เพราะมันไม่ใช่แค่ผื่น มันไม่ใช่แค่แมลงกัดหรือยุงกัด แต่มันร้ายแรงกว่านั้น โชคดีที่มาไว โชคดีที่มันยังไม่ถึงขั้นอาเจียนหรือทำร้ายไตของลูก โรคนี้เป็นโรคที่ไม่ค่อยจะมีคนเป็น แต่ก็มีคนเป็น โรคนี้ต้อง Follow up 1 ปี ห้ามวิ่ง ห้ามออกกำลังกาย ไม่ติดต่อ

@@@@ 15/2/61
ตอนเย็นไปรับพายอาร์กลับจากโรงเรียนแบบปกติทุกวัน แต่ที่แปลกคือตอนรับกลับ พายอาร์ไม่ยอมยืนหน้ารถอย่างที่เคย บอกเจ็บขาๆ เลยนั่งกอดด้านหลังกลับบ้าน วันนั้นถอดถุงเท้ารองเท้าดู ใต้ฝ่าเท้าบวมปูด แว่บแรกที่คิดได้คือ ลูกไปโดนอะไรกัดมา สอบถามครูไม่มีใครรู้ ถามลูกลูกบอกเจ็บตอนนั่งเขียนการบ้าน คืนนั้นเค้าไม่ได้บอกอะไรมาก แค่เจ็บ เราก็รอดูอาการ ไม่มีไข้ กะว่าถ้าอะไรกัดเช้าวันถัดไปน่าจะยุบ

@@@@ 16/2/61
เช้าวันรุ่งขึ้น ลูกบอกยังเจ็บอยู่ยืนไม่ได้ เลยให้หยุดเรียน ฝ่าเท้าด้านขวายังนูนปูด แต่ด้านซ้าย ด้านข้างๆเท้า กลายเป็นรอยช้ำ จ้ำเขียว วันนั้นเลยพาไปหาหมอโรงพยาบาลใกล้บ้าน หมอส่องรอยเขี้ยว หาร่องรอยการโดนกัดของแมลง ไม่พบ เลยได้ยาฆ่าเชื้อมา คิดว่าน่าจะเป็นแมลงเล็กๆกัดแล้วเกิดอาการแพ้ วันนั้นกลับมาลูกก็ยังบอกเจ็บขา และเริ่มมีจุดเล็กๆแดงๆขึ้นที่เท้า และขา

@@@@ 17/2/61
ลูกตื่นเช้ามาพร้อมกับอาการเจ็บหลัง รีบเปิดดูว่ามรผื่นขึ้นหลังมั้ย แต่ไม่มี ตลอดระยะอาการเจ็บขา อุ้มลูกไปไหนมาไหนเข้าห้องน้ำตลอด เดินไม่ได้ ได้เพียงนั่งอยู่กับที่ เช้านี้จุดเริ่มเยอะขึ้น พอตกบ่ายแก่ๆจากจุดกลายเป็นรอยปื้นใหญ่ และการเจ็บหลังและขามีมากขึ้น แตะตัวไม่ได้เลย อุ้มไว้บนตักพอขยับก็ร้อง เลยต้องพามาหาหมอประจำตัว หลังจากหมอพบร่องรอย หมอเจาะเลือดไปตรวจ และสันนิษฐานเลยว่า พายอาร์เป็นฮีน็อค ซึ่งรอผลเลือดยืนยันอีกรอบ

@@@@ 18/2/61
ผลเลือดออกเป็นที่แน่ชัดว่า เป็นแน่นอน หมอบอกโรคนี้ไม่ทราบสาเหตุน้อยคนที่จะเป็น แต่ก็มีคนเป็น เบื้องต้น ต้องให้สเตียรอยด์ และยาเพื่อกดเม็ดเลือดขาว ยาที่ได้รับได้ทางสายน้ำเกลือ คุณหมอแปลนไว้ว่าวันพุธที่21/2/61ถ้าอาการดีขึ้น ผื่นยุบ บวมยุบ เราจะได้กลับบ้าน

@@@@ 19/2/61
หลังจากได้ยา อาการปวดตามขาและหลังเริ่มหาย เหลือเพียงรอยผื่นและรอยช้ำ ส่วนหลังยังทิ้งรอยปูดอยู่ แต่ไม่เจ็บ ตลอดระยะการรักษา ต้องจดปริมาณเข้าออกน้ำ ฉี่กี่ครั้ง ปริมาณเท่าไหร่ กินน้ำไปเท่าไหร่ ต้องจดหมด และมีการนำฉี่ไปตรวจ

@@@@20/1/61
วันนี้ขาที่บวมเริ่มยุบลง และหลังหายปูด ยุบลงเช่นกัน เหลือเพียงรอยช้ำเล็กๆตามซอกนิ้วและฝ่าเท้า หมอบกว่าจะถอดน้ำเกลือให้และเปลี่ยนจากยาฉีดเป็นยากินเพื่อดูปฏิกิริยา ถ้ามันตอบสนองดีขึ้น จะได้กลับบ้าน

@@@@ 21/1/61
พายอาร์ตื่นมาพร้อมกับคำพูดแรก “มาม๊าวันนี้เราจะได้กลับบ้านแล้ว” ทุกคนดีใจ เก็บข้าวของเรียบร้อยเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมกลับ แต่พายอาร์บอกว่ามีปวดตรงหัวเข่า เลยบอกว่าลูกว่า เดี๋ยวคุณหมอมา บอกคุณหมอนะคะ พอหมอเข้า หมอเห็นเข่าพายอาร์ปูดมาก หมอบอกว่ากลับไม่ได้แล้วคะคุณแม่ หมอขอเพิ่มโด๊ดยา และรอดูผล ถ้าไม่ดีขึ้น ต้องเจาะน้ำเกลือให้ยาทางสายอีกรอบ ขออย่าให้เป็นเช่นนั้น...

โดย โรคฮีน็อค ชอนไลน์ เพอพูรา มักเกิดในวัยเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉลี่ยพบอายุ 6 ปี และมักเป็นในชายมากกว่าเด็กหญิง โรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อหรือโรคระบาดแต่อย่างใด แต่เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายที่มีมากกว่าปกติ ซึ่งอาจถูกกระตุ้นด้วยการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดเช่นสเตร็ปโตคอคคัส อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง ปวดตามข้อ และอาการไตอักเสบ การรักษาจะรักษาตามอาการเป็นหลัก เช่น หากมีปัญหาเลือดจาง ซีด จะให้เลือด เป็นต้น

เรียบเรียงข้อมูลโดย CH7 Social News
ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก : Tippawan Pingpittayakul


Tag : โรคฮีน็อค ป่วยฮีน็อค