รถทัวร์พลิกคว่ำเสียชีวิต 18 คน จ.นครราชสีมา

วันที่ 22 มี.ค. 2561 เวลา 16:03 น.

Views

ชายคนนี้เป็นหนึ่งในผู้โดยสารที่รอดชีวิตอย่างหวุดหวิด เล่าถึงนาทีชีวิตที่เกิดขึ้น  ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
              
รถทัวร์คันนี้ มีผู้โดยสารทั้งหมดประมาณ 50 คนจาก 14 ครอบครัว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาวบ้านจากตำบลหลุบ  อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เพิ่งกลับจากไปเที่ยวทะเลที่จันทบุรี กำลังจะกลับบ้านที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พอมาถึงเส้นทางนครราชสีมา-กบินทร์บุรี กิโลเมตรที่  74  บ้านมะกรูดหวาน ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว  จังหวัดนครราชสีมา  เป็นทางโค้งแต่รถยังใช้ความเร็วสูง จู่ๆ รถเบรกแตกเลยพุ่งข้ามเลนไปถนนฝั่งตรงข้าม พุ่งชนต้นไม้ และร้านค้าพังระเนระนาด ถ้ามีรถสวนมาคงจะสูญเสียมากกว่านี้อีก  
              
สภาพรถหลังเกิดเหตุเป็นแบบนี้เลย ตัวรถฉีกออกเป็นสองท่อนพังยับเยิน ข้าวของกระจัดกระจาย ที่ร้ายแรงสุด คือมีผู้เสียชีวิตคาที่เลย 5 คนก็แล้ว 10  คนก็แล้ว ถูกลำเลียงออกมา ท่ามกลางเสียงร้องระงมของผู้รอดชีวิต ซึ่งก็มีอาการสาหัสบ้าง  เจ็บเล็กน้อยบ้างอีกกว่า  30  คน  เมื่อคืนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจำนวนมากต้องพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง แยกย้ายกันไปทั้งโรงพยาบาลวังน้ำเขียว โรงพยาบาลปักธงชัย  โรงพยาบาลกรุงเทพ ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัส ก็ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา  แต่ก็ต้องบอกว่า  ทั้งแพทย์  พยาบาลทุกโรงพยาบาล ทำงานอย่างหนัก เพื่อยื้อชีวิต แต่ที่สุดจำนวนผู้เสียชีวิต  ณ  ขณะนี้ก็มีมากถึง 18 คน  ญาติของผู้โดยสารรถทัวร์หลังทราบข่าว  ก็เดินทางมาติดตามอาการ เมื่อคืนเรียกได้ว่าเป็นคืนวิกฤตทีเดียว
                
สำหรับคนเจ็บนั้น ถ้าเจ็บเล็กน้อยก็กลับบ้าน หรือพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล  แต่เมื่อคืนถือว่าหนักหน่วง  พิสูจน์กันยังไม่ได้เลยใครเป็นใคร เพราะว่าศพนั้นบางร่างฉีกขาด  แทบจะจำหน้าตาไม่ได้  เนื่องจากถูกกระแทกอย่างรุนแรง แต่ที่หนักสุดเห็นจะเป็นครอบครัวสุทธิชุม ที่ต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัวไปถึง 8 คน
              
ซึ่งเช้านี้  ญาติผู้ประสบอุบัติเหตุเดินทางมาจาก จ.กาฬสินธุ์ ทยอยเดินทางมารอรับศพ  บรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าสลด  มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว คอยอำนวยความสะดวก  และตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เพื่อยืนยันตัวบุคคล คาดว่าจะใช้เวลาตลอดทั้งวัน จึงจะเคลื่อนย้ายศพกลับภูมิลำเนาได้
              
นางสาวชื่นจิต  ขันธบูรณ์  อายุ 35 ปี ร้องไห้โฮด้วยความเสียใจ หลังต้องสูญเสียลูกสาว 2 คนพร้อมกัน คือ ด.ญ.ธนัญชนก หรือน้องพลอย อายุ 8 ปี และ ด.ญ.ปวีณ์สุดา  หรือน้องแพร  อายุ  14 ปี รวมถึงต้องสูญเสียมารดา คือ นางบุญชิต สุทธิชุม  อายุ 54 ปี รวมสูญเสียคนในครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่งพร้อมกันถึง 3 คน 
              
มาดูถนนบริเวณนี้กันหน่อย เช้านี้ผู้สื่อข่าวเรากลับไปดูร่องรอยการชน สภาพถนนนั้นเป็นทางโค้ง ลงเขา ลาดชัน ระยะทางยาวประมาณ 6 กิโลเมตร มีแบริเออร์เป็นตัวแบ่งทิศจราจร  ตำรวจจราจรบอกว่า  โค้งนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อย  ไม่นานมานี้ก็เพิ่งจะมีรถน้ำมันไฟไหม้ เตือนมาว่า หากต้องผ่านโค้งมะกรูดหวานนี้  จำเป็นต้องลดความเร็วลง เพื่อลดอุบัติเหตุ 
              
ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและทีมนักวิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย ได้เข้าไปตรวจสอบสภาพรถทัวร์พื้นผิวถนนเพื่อประกอบสำนวนคดี   และนำไปสู่การหาแนวทางแก้ไขเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ 
              
รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกบอกว่า จากการตรวจสอบความเร็วรถจากระบบ GPS พบว่าโชเฟอร์นั้นมีการใช้ความเร็วช่วงสุดท้ายก่อนเกิดอุบัติเหตุ 83 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบหาสาเหตุและรายละเอียดอื่นๆ  โดยเฉพาะลักษณะทางกายภาพของเส้นทาง แต่ที่โค้งลาดชันลักษณะนี้  คนขับรถไม่ควรใช้ความเร็วเกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
              
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ทำให้มีการพูดกันถึงเรื่องความปลอดภัยของรถทัวร์   โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถโดยสารสองชั้น  ที่เป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้  ว่าจะต้องควบคุมมาตรฐานทั้งคนขับ  และรถ เพราะว่าใกล้สงกรานต์ ซึ่งจะมีการเดินทางกันเป็นจำนวนมากด้วย