ประเมินสถานการณ์สงครามซีเรียกระทบเศรษฐกิจไทยระยะสั้น

วันที่ 17 เม.ย. 2561 เวลา 16:00 น.

Views

นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ เชื่อว่าปัจจัยต่างประเทศจากกรณี สหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธโจมตีซีเรีย อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในช่วงนี้บ้าง แต่จะเกิดในระยะสั้น เนื่องจากเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นในวงจำกัดเฉพาะพื้นที่ และภูมิภาคตะวันออกกลาง ก็เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นบ่อยครั้ง 

โดยมองว่า ปัจจัยที่น่าจะมีน้ำหนักต่อการลงทุนมากกว่า คือ นโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่อาจปรับขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากปัจจัยกดดันด้านอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอีก โดยเฟดอาจจะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้น 4 ครั้งในปีนี้ จากที่คาดว่า จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 3 ครั้ง รวมทั้งแนวโน้มที่อาจจะเกิดสงครามการค้าของโลก โดยเฉพาะในจีนและสหรัฐฯ ที่มีการตอบโต้กันไปมา

ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยที่น่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จากปีก่อนที่ขยายตัวได้ 3.9 % สะท้อนได้จากสัญญาณจากการลงทุนภาคเอกชนที่ฟื้นตัวดีขึ้น ขณะที่การใช้จ่ายอุปโภค-บริโภค ยังแข็งแกร่งต่อเนื่องจากปีก่อน โดยเศรษฐกิจทั่วโลกน่าจะขยายตัว 3.9 % ซึ่งจะช่วยหนุนภาคส่งออกของไทยควบคู่ไปด้วย

ด้านกระทรวงพลังงาน ประเมินเบื้องต้นว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบต่อผู้ผลิตน้ำมัน ที่สำคัญตลาดรับรู้แล้วว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันของซีเรียลดลงมาก จึงไม่น่ามีผลต่อราคาในตลาดโลกมากนัก