เจาะประเด็นเด็ด : สมุนไพรไทย ความหวังผู้ป่วยมะเร็ง

วันที่ 26 เม.ย. 2561 เวลา 17:32 น.

Views

ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงถึงสูตร "ยาหมอแสง" ที่ชาวบ้านไปต่อคิวรับยาฟรีเนืองแน่นยาวเหยียด ร่ำลือกันถึงสรรพคุณดีเยี่ยมในการรักษาโรคมะเร็งร้าย หลายคนที่กินอ้างว่าอาการดีขึ้น

กระทั่งล่าสุด กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ออกมายืนยันชี้ชัดถึงผลวิจัยว่า ไม่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้

แม้ไม่ได้ห้ามแจกจ่ายยาสูตรหมอแสง แต่ก็กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าและสับสน เพราะจริงแล้วในไทย ไม่เฉพาะ หมอแสง ยังมีการใช้สมุนไพรในการบำบัดรักษาเยียวยาผู้ป่วยโรคมะเร็งจำนวนมากในหลายพื้นที่ แต่จะใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยได้อย่างไร ทีมข่าวเจาะประเด็นเด็ด ลงพื้นที่เปิดใจทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความกระจ่าง แต่ก่อนอื่นต้องขอบอกคุณผู้ชมก่อนว่า เรื่องนี้ต้องใช้วิจารณญาณในการรับชม

หลังมีการถกเถียงกันถึงประสิทธิภาพสมุนไพรสูตรหมอแสง ของ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล ว่าสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้จริงหรือไม่ จนนำไปสู่การวิจัยในห้องทดลอง

ในที่สุด รองอธิบดีกรมการแพทย์ ก็ออกมาแถลงผลวิจัยว่า หลังนำสมุนไพรสูตรหมอแสง แยกเป็นที่อยู่ในสารน้ำในเลือด และปริมาณที่มีความเข้มข้นสูง ก่อนทดสอบกับเซลล์มะเร็ง 7 แบบ คือ มะเร็งเต้านม 3 ชนิด, มะเร็งตับ, มะเร็งปอด, มะเร็งลำไส้ และมะเร็งกระเพาะอาหาร ยืนยันชี้ชัดว่าตัวฤทธิ์ของสมุนไพรไม่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ แต่ตัวยาสมุนไพรยังมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย จึงสามารถรับประทานต่อได้

ส่วนเรื่องของการทดลองในคนหรือสัตว์ คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ยืนยันว่าสูตรยาสมุนไพรที่ นายแสงชัย ผลิตขึ้นมา ทานเข้าไปไม่มีพิษต่อร่างกาย แต่ก็อยากให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาแบบคู่ขนาน

ขณะที่ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือ หมอแสง ได้เปิดใจ ยอมรับกับผลการวิจัยที่ออกมา แต่ก็มองว่าเป็นเพียงการวิจัยเบื้องต้น โดยนำตัวยาไปทดลองกับสารเคมีภายในหลอดทดลองเท่านั้น แต่ไม่ได้นำตัวยาไปทดลองในคน ฉะนั้นอาจยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ ซึ่งก็รู้สึกท้อและเหนื่อยใจเหมือนกัน เพราะไม่รู้จะทำไปทำไม หากยังไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควรจากภาครัฐ และมองว่าไม่ได้มีแค่ยาสมุนไพรของตนเท่านั้น แต่ยังมีสมุนไพรที่ผลิตมาขายมากมายและอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง แบบนี้ทำไมถึงไม่มีการตรวจสอบหรือออกมายับยั้งการผลิต

ย้ำว่าหากเป็นแบบนี้ ก็อาจจะยกเลิกการแจกจ่ายยาให้กับผู้ป่วย โดยล็อตสุดท้ายอาจจะเป็นต้นเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้

แน่นอนว่าผลวิจัยที่ออกมา ทำให้หลายคนสับสนและกังวลใจ เพราะส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าสมุนไพรหมอแสงช่วยให้สุขภาพดีขึ้นจริง และอยากจะได้รับยาต่อไป เพราะนี่คือทางเลือกสุดท้ายของชีวิต

ทีมข่าวเจาะประเด็นเด็ด ลงพื้นที่ไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรี จุดที่มีชาวบ้านมาลงบันทึกประจำวัน เพื่อลงทะเบียนขอรับยาสูตรหมอแสง ปกติช่วงเวลาปลายเดือน คนจะยังมาไม่มาก แต่วันนี้พบทั้งญาติและผู้ป่วยทยอยมาอย่างต่อเนื่องมากขึ้นกว่าปกติ ยอดรวมล่าสุด 17,656 คน เป็นผู้ป่วยเก่า 16,700 คน และผู้ป่วยใหม่ 956 คน

ลูกชายของผู้ป่วยมะเร็งรายนี้ เปิดใจว่า เดินทางมาจากจังหวัดสมุทรสาคร ลงทะเบียนรับยาให้พ่อกับแม่เป็นครั้งที่ 5 แล้ว โดยพ่อป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วนแม่ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก ระยะสุดท้ายทั้งคู่ ผ่านการรักษาโดยการฉายแสงและให้เคมีบำบัดมาแล้ว ก่อนครอบครัวจะตัดสินใจมารับยากับหมอแสง อ้างที่ผ่านมาพบทั้งคู่อาการเริ่มดีขึ้น ตรวจเลือดค่ามะเร็งลดลงเหลือเพียง 0.22 หรือเทียบเท่ากับคนปกติ ดูแข็งแรง น้ำหนักเพิ่ม ทานอาหารได้เยอะขึ้น ยอมรับว่าแม้จะมีกระแสทั้งฝั่งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ส่วนตัวในครอบครัวก็มีคนที่ทำอาชีพเป็นหมอ เมื่อถึงทางตันก็จำเป็นต้องหาทางเลือกสุดท้ายที่ดีที่สุด เพื่อให้คนที่เรารักอยู่กับเราให้นานที่สุด

จากการพูดคุยกับคนที่เดินทางมา ไม่ได้มีแค่คนที่มารับยาเป็นประจำ อย่างบางคนเดินทางมาครั้งแรก มีทั้งป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือดขาว บางคนลูกเป็นมะเร็งก้านสมอง ยอมรับว่าพอทราบข่าวผลการแถลงถึงประสิทธิภาพสูตรยาหมอแสง ว่าไม่มีผลยับยั้งเซลล์มะเร็ง ยอมรับว่ารู้สึกตกใจ และกลัวว่าหมอแสงจะไม่จ่ายยาอีก เลยรีบมาเร็วขึ้น และพร้อมให้กำลังใจหมอแสง แจกยาสมุนไพรต่อไป เพราะอย่างน้อยก็เป็นยารักษาใจให้กับผู้ป่วยมะเร็ง

ขณะที่บางคนยืนยันว่า ก็คงจะรับยาสมุนไพร และรักษาควบคู่กับแพทย์แผนปัจจุบันไปด้วย เพราะถึงอย่างไรก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้เรารู้สึกมีความหวังเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุข ก็ระบุแล้วว่า ไม่ได้มีการห้ามแจกจ่ายสมุนไพรสูตรหมอแสง เพราะผู้ป่วยยังได้อาศัยคุณประโยชน์จากสมุนไพร ในการบำรุงสุขภาพร่างกายอยู่ ที่สำคัญควรรักษาแบบคู่ขนานกับแผนปัจจุบัน หรือรักษาแบบองค์รวม จะให้ประโยชน์สูงสุด

ทีมข่าวได้เปิดใจผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายรายหนึ่ง ที่ป่วยมานานกว่า 7 ปี เคยให้คีโม หรือเคมีบำบัดมาก่อน แพทย์เคยระบุเธอจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ 1 ปีเท่านั้น กระทั่งตัดสินใจไปรับยาสมุนไพรของหมอแสงมารับประทานควบคู่กันไป ประมาณ 3 เดือน ปรากฏว่าอาการดีขึ้น จากที่ปวดแสบปวดร้อนเต้านม อาการก็ทุเลา ใช้ชีวิตประจำวันช่วยลูกสาวเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวได้ปกติเหมือนเช่นเคย และรับประทานอาหารได้มากขึ้น แต่เธอย้ำว่าทุกวันนี้เธอรับประทานยาหมอแสง ควบคู่ไปกับการดูแลของแพทย์ประจำตัวที่รักษาโรคมะเร็ง

ขณะที่ พี่สาวของผู้ป่วยอีกรายที่ป่วยด้วยโรงมะเร็งลำไส้มากว่า 3 ปี เคยฉายแสง และเคมีบำบัดมาแล้วเช่นกัน แต่ภายหลังเชื้อมะเร็งลุกลามไปที่ขากรรไกร และปอดระยะสุดท้าย แม้ครอบครัวจะสิ้นหวังในการรักษา แต่ก็อยากยื้อชีวิตน้องสาวเอาไว้ให้ได้นานที่สุด จึงตัดสินใจไปรับยาสมุนไพรหมอแสงมาให้น้องสาวรับประทาน แม้อาการดีขึ้น แต่ก็อยู่ต่อได้ประมาณ 3 เดือน ที่สุดก็สิ้นใจไปเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ยอมรับว่าแม้สูตรยาหมอแสงจะไม่สามารถทำให้โรคร้ายของน้องสาวหายขาดได้ แต่ครอบครัวก็พอใจแล้ว

หากย้อนกลับไปดูสูตรสมุนไพรหมอแสง ในแต่ละตัว ก็พบว่าจริงแล้วมีสรรพคุณและมีประโยชน์ต่อร่างกายตามหลักวิชาการ อย่าง ข้าวเย็นเหนือ และข้าวเย็นใต้ ช่วยเรื่องบำรุงเลือด แก้เบาหวาน ต้านเซลล์มะเร็งเต้านม, ดอกพิลังกาสา ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองอุดตัน มีสารต้านอนุมูลอิสระ ไม่ให้ไปทำลายเซลล์ในร่างกาย

ส่วนเห็ดกระถินพิมาน รักษาโรคเบาหวาน, ไขข้ออักเสบ, ยับยั้งการโตของเซลล์มะเร็ง และก็รำข้าวนาปี ช่วยต้านการอักเสบ, ลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์, ลดการตีบตันของหลอดเลือด ซึ่งสมุนไพรเหล่านี้ต้องนำไปอบแห้งและบ่มจนแห้ง ก่อนนำมาผสมให้เข้าจนเป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนนำไปบ่มนานกว่า 6 เดือน แล้วนำมาอัดใส่แคปซูล

ซึ่งเรื่องนี้ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย ชี้ว่ามีการนำสมุนไพรไทยมาใช้ดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งในไทยหลายพื้นที่มานานแล้ว เพราะสมุนไพรอย่างข้าวเย็นเหนือ, ข้าวเย็นใต้, ดอกพิลังกาสา ล้วนมีประโยชน์ ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ แม้ไม่สามารถยับยั้งหรือฆ่าเซลล์มะเร็งได้ อย่างที่ วัดคำประมง จ.สกลนคร ก็นำสมุนไพรเหล่านี้มาปรุงเพื่อดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง แต่จะเน้นการรักษาแบบองค์รวม คือไม่ได้ให้แค่ทานยาสมุนไพรเพียงอย่างเดียว แต่ดูแลในเรื่องของอาหารที่ถูกหลักอนามัย รวมถึงสภาพจิตใจ ซึ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

ชี้ให้เห็นว่าสมุนไพรไทยของเรามีคุณค่าและมีประโยชน์ แต่ต้องใช้ให้ถูกต้องและเหมาะสม การรักษาผู้ป่วยมะเร็งนั้นต้องรักษาแบบองค์รวม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่สำคัญสมุนไพรอาจจะเป็นยาทางใจ แต่ผู้ป่วยต้องใจสู้ และญาติ ๆ ต้องเป็นกำลังใจที่ดีเช่นกัน

ขอบคุณภาพจาก Youtube วัดคำประมง

Tag : เจาะประเด็นเด็ด เจาะประเด็นสเปเชียล ยาหมอแสง หมอแสง สมุนไพรไทย รักษามะเร็ง