เจาะประเด็นเด็ด : แฉ! สวมรอยรายการข่าวขายสินค้า

วันที่ 3 พ.ค. 2561 เวลา 17:31 น.

Views

ไม่อาจปฏิเสธ ทุกวันนี้สื่อโซเชียลเข้าถึงผู้บริโภคได้รวดเร็ว ง่ายดาย ซื้อง่ายเพียงปลายนิ้ว ยิ่งถ้าสินค้ามีดารา หรือผู้มีชื่อเสียงเป็นพรีเซนเตอร์ด้วยแล้ว ยิ่งตอกย้ำความน่าเชื่อถือ ยอดขายพุ่ง

เจ้าของเพจบางรายหัวหมอ เบนเข็มมาที่สื่อมวลชน โฆษณาชวนเชื่อ โดยอาศัยภาพลักษณ์ขององค์กร ฉกรูปไปตัดต่อ สวมรอยขายสินค้ากันหน้าตาเฉย                         

งานนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการเข้ม สกัดกั้นมิจฉาชีพออนไลน์นี้ได้อย่างไร ไปเจาะลึกกับคุณณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด ใน "เจาะประเด็นเด็ด"

ยุคดิจิทัล-สังคมการสื่อสารก้าวล้ำ ผู้คนเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หันไปซื้อสินค้าผ่านโซเชียลกันมากขึ้น อีกด้านกลายเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพสวมรอยนำภาพดารา บุคคลที่มีชื่อเสียงไปแอบอ้าง เพิ่มยอดขาย

ล่าสุด รายการข่าวของสถานีโทรทัศน์หลายช่องกลายเป็นเป้าหมายมิจฉาชีพ นำภาพขณะที่ผู้ประกาศข่าวอ่านข่าวไปตัดต่อ แล้วโฆษณาขายสินค้าในเว็บไซต์ มีประชาชนหลงเชื่อโอนเงินซื้อสินค้าไปเป็นจำนวนมาก ผู้ประกาศข่าวช่อง 7HD ก็ตกเป็นเหยื่อด้วยเช่นกัน เราจะไปเจาะลึกแฉกลลวงกัน
    
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตลาดสินค้าออนไลน์ ทุกวันนี้ มาแรงแซงโค้ง ผู้คนเลือกซื้อสินค้าได้ตามใจชอบ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปซื้อสินค้าให้ยุ่งยาก ก่อนหน้านี้ มิจฉาชีพจะลักลอบนำภาพดารา นักร้อง เน็ตไอดอล ผู้มีชื่อเสียงหลาย ๆ ท่าน นำภาพไปตัดต่อ ขึ้นข้อความโปรโมทสินค้า โดยที่เจ้าของภาพไม่รู้ตัว เป็นเรื่องฟ้องร้องกันมาก็มาก

ล่าสุด เบนเข็มมาที่องค์กรด้านสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะรายการข่าว ผู้ประกาศข่าวที่มีชื่อเสียงหลายสถานีโทรทัศน์ ถูกมือดีนำภาพไปตัดต่อแอบอ้างขายสินค้าตามหน้าเพจต่าง ๆ

ล่าสุด 1 ในผู้ดำเนินรายการ "เจาะประเด็นเด็ด" ช่อง 7HD คุณศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ ก็ตกเป็นเหยื่อ ได้ออกมาเผยเรื่องนี้ว่า ครั้งแรกที่ทีมงานนำภาพขณะนั่งอ่านข่าวมาให้ดู วินาทีนั้นตกใจมาก ไม่เคยคิดว่าจะเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ เป็นภาพสมัยอดีต เมื่อ 4-5 ปีก่อน มุมจอซ้ายมือมีการตัดต่อนำภาพเครื่องออกกำลังกาย สร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องมาใส่ แทนภาพข่าวจริง ตนจึงลองกดเข้าไปดูเพจ ที่ชื่อว่า " DCU#" ปรากฏว่าเพจนี้มีคนเข้าไปกดแชร์ กดไลท์กว่า 2,000 ไลค์ ก็ เกิดความกังวลครับ เกรงว่าประชาชนจะหลงเชื่อโอนเงิน-สั่งซื้อสินค้าไปแล้ว อาจจะไม่ได้ของตามต้องการ หรืออาจได้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ 

คุณศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ เธอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และที่ผ่านมาไม่เคยรับงานเป็นพรีเซ็นเตอร์ หรือโปรโมทสินค้าประเภทนี้ เลยเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเด็ดขาด             

ผู้ประกาศข่าวชายอีกท่าน คุณเกณฑ์สิทธิ์ กันธจันทร์ ก็เป็นอีกท่านที่ถูกมิจฉาชีพกระทำการในลักษณะเช่นนี้ เจ้าตัวเล่าว่า ที่ผ่านมาพอจะรู้ข่าวว่ามีเพื่อนผู้ประกาศข่าวต่างช่องถูกนำภาพขณะอ่านข่าวไปแอบอ้างขายสินค้า แต่ก็ไม่นึกว่าจะเจอกับตัว ตัดต่อภาพเสนอขายหม้อหุงข้าว ทันทีที่เห็นภาพตัวเองก็รู้สึกตกใจ โดนเข้าให้แล้ว   

คาดผู้ที่แอบอ้างคงอยากจะใช้ภาพลักษณ์ของการเป็นผู้ประกาศข่าว ซึ่งก็ต้องมีความน่าเชื่อถือ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผลิตภัณฑ์ หวังกระตุ้นยอดขายสินค้า ซึ่งก็ตั้งข้อสังเกตว่าสินค้านั้น ๆ อาจจะไม่มีอยู่จริง เป็นแค่ภาพโฆษณาชวนเชื่อ

อยากฝากถึงประชาชน ก่อนจะตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าควรตรวจข้อมูลดูให้ละเอียด เช็คแหล่งที่มาของเว็บไซต์ เฟซบุ๊กนั้น ๆ ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ก่อนจะทำการโอนเงิน 

แน่นอนว่า เมื่อพรีเซนเตอร์เป็นคนมีชื่อเสียง ก็สร้างแรงกระตุ้นให้ลูกค้าสนใจ และเชื่อมั่นในตัวสินค้าว่าต้องมีคุณภาพได้มาตรฐาน จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีคนตกเป็นเหยื่ออยู่เรื่อย ๆ บ้างก็โอนเงินไปแล้ว สูญทั้งเงินสินค้าก็ไม่ได้มา หรือบางครั้งได้สินค้าไม่มีคุณภาพตามที่โฆษณา 

ผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อโดนหลอกซื้อสินค้าออนไลน์ เปิดใจตนสั่งรองเท้าแบรนด์เนม ผ่านทางร้านค้าออนไลน์ ในราคาเกือบ 20,000 บาท เพราะเห็นว่ามีดาราชื่อดังหลายคนมารีวิวสินค้า เลยมั่นใจว่าไม่ถูกหลอกแน่ ตอนสั่งซื้อนัดวันส่งของกันเรียบร้อย แต่พอถึงวันครบกำหนดจะต้องได้รับสินค้า กลับเงียบหายไร้วี่แวว พอสอบถามไปยังแม่ค้าก็อ้างว่ามีปัญหาการส่งล่าช้าให้รอไปอีก 1 เดือน ตนเริ่มเห็นท่าไม่ดี ประกอบกับมีลูกค้าอีกกว่า 200 คน เริ่มโวยวายไม่ได้รับสินค้าเช่นเดียวกัน จึงรวมตัวไปแจ้งความ พบบางคนสูญเงินไปหลายแสนบาท ตอนนี้เข็ดเลย จะไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ อีกแล้ว

ด้านตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เผยที่ผ่านมาการแอบอ้างนำภาพถ่ายของบุคคล เซเลป คนดัง ผู้ที่มีชื่อเสียง และกลุ่มดารา นักแสดง นางแบบดัง ๆ นำภาพไปตัดต่อโฆษณาขายสินค้าเกิดขึ้นบ่อยครั้ง สร้างความเสียหาย

โดยพฤติการณ์เชื่อว่า กลุ่มมิจฉาชีพอาศัยความมีชื่อเสียงของเหล่าดารา นักแสดง ซึ่งจะมีฐานแฟนคลับทั่วประเทศ นำภาพไปแอบอ้างเพื่อดึงดูดความสนใจ มาระยะหลังมีการนำภาพคนข่าว โดยเฉพาะผู้ประกาศข่าวทางสถานีโทรทัศน์ ก๊อปปี้ภาพขณะนั่งอ่านข่าวไปตัดต่อนำภาพสินค้ามาใส่ ให้คิดกันไปเองว่าสินค้ายี่ห้อนั้น ๆ ได้โฆษณาผ่านช่วงรายการข่าวทางโทรทัษน์ ประชาชนไม่น้อยหลงกลตกเป็นเหยื่อโอนเงินสั่งซื้อไปแล้วไม่ได้สินค้า หรือบางรายได้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ตรงตามรูปภาพที่ปรากฏ 

ที่ผ่านมา ผู้ประกาศที่ถูกนำภาพไปแอบอ้างเข้ามาแจ้งความดำเนินคดี เพจส่วนใหญ่มักมีที่ตั้งจากต่างประเทศ พอได้เงินไปก้อนนึงก็จะรีบปิดหนีไปก่อน แต่พบบางเพจที่แอบอ้าง แม้ตั้งในต่างประเทศ แต่กลับมีโกดังสต๊อกสินค้าในประเทศไทย ล่าสุด ตำรวจ ปอท.อยู่ระหว่างแกะรอยตามรวบตัวผู้กระทำผิด 

กรณีนี้ สามารถแจ้งความดำเนินได้ 2 ส่วน ส่วนของผู้ประกาศผู้ที่ถูกนำภาพไปแอบอ้าง ฐานหมิ่นประมาท และส่วนที่ 2 ผิด พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 14 วรรค 1                         
         
ด้านนักกฎหมายให้ความรู้ว่า กรณีที่นำภาพผู้ประกาศข่าวไปตัดต่อและเผยแพร่ตามเว็บไซต์ เพื่อแอบอ้างขายสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงของบุคคล หรือองค์กรนั้น ๆ ถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งทางแพ่ง และอาญา รวมถึงกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งผู้เสียหายสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ ส่วนผู้ที่แชร์ภาพและข้อความอันเป็นเท็จนี้ ก็จะมีความผิดด้วยเช่นกัน

ถือเป็นภัยสังคมในโลกโซเชียลที่ทุกคนต้องระวัง อย่าหลงเชื่อง่าย ๆ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของเพจหรือเว็บไซต์ให้ดี ก่อนจะคลิกตัดสินใจซื้อสินค้า มิฉะนั้นสูญทั้งของเสียทั้งเงิน

Tag : เจาะประเด็นสเปเชียล เจาะประเด็นเด็ด ขายของออนไลน์ นักข่าวพรีเซนเตอร์ ศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ เกณฑ์สิทธิ์ กันธจันทร์