กล้าลองกล้าลุย : ขึ้นดอยลุยเก็บมะคาเดเมียขาย จ.เชียงราย

วันที่ 17 พ.ค. 2561 เวลา 07:05 น.

Views

กล้าลองกล้าลุย วันนี้ คุณต้นกล้า ชัยอนันต์ พาขึ้นหนือไปที่จังหวัดเชียงราย บนดอยช้าง นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่อง "กาแฟ" แล้ว ยังมีพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง ที่ทำรายได้ให้กับชาวบ้านต่อเดือน หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาท พืชที่ว่าก็คือ "มะคาเดเมีย" แต่ปลูกบนเขาสูง แต่ละขั้นตอนเขาทำอย่างไร ไปติดตามชมกัน

วันนี้ กล้าลองกล้าลุย พามาดูเบื้องหลังของอีกหนึ่งอาชีพ เห็นทั้งแบกและปีนป่ายแบบนี้ ผมอยู่ที่บ้านดอยช้าง ในตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย หมู่บ้านท่ามกลางหุบเขา ที่ในอดีตด้านบนนี้คือดินแดนแห่งฝิ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

แต่ปัจจุบัน บนดอยช้าง เปลี่ยนไปแล้ว

ทุกเช้า ชาวบ้านที่นี่จะพากันนั่งรถขึ้นไปบนดอย เพื่อรับจ้างเก็บมะคาเดเมีย พืชเศรษฐกิจที่มาแทนฝิ่นในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ระยะทางที่เรานั่งรถมายังสวน ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที ก็มาถึงสวนของ พี่ตุ่น ภูมิจิตร 

ที่นี่ เค้าจะปลูกชา กาแฟ รวมกับมะคาเดเมีย ซึ่งเป็นไม้ยืนต้น แต่ต้องใช้เวลานานหน่อย ถึงจะให้ผลผลิต

มะคาเดเมียนั้น มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย แนะนำว่าควรปลูกรวมกันหลายสายพันธุ์หน่อย อย่างที่นี่ปลูกถึง 5 สายพันธุ์ เนื่องจากเป็นพืชที่ชอบผสมข้ามพันธุ์ เน้นว่าต้องรอให้ลูกแก่และร่วงหล่นลงมาเท่านั้น ห้ามเก็บจากต้น จะทำให้ได้ลูกที่ไม่มีคุณภาพ

การเก็บมะคาเดเมีย พี่ตุ่น บอกว่าต้องเก็บวันต่อวัน ห้ามเก็บลูกเก่าที่ขึ้นราหรือมีสีดำคล้ำ จะทำให้ด้านในมีกลิ่นเหม็นหืน ขายไม่ได้ การเก็บจะทยอยจากด้านล่าง ไล่ขึ้นไปบนดอยเรื่อย ๆ แต่ละต้นใช้เวลามากน้อยต่างกัน แล้วแต่ว่า วันนี้..จะมีลูกร่วงเยอะขนาดไหน

ฟังไม่ผิด มันมีราคาลูกละ 2 บาทจริง ๆ จึงไม่แปลกที่ถ้าเราจะเห็นวางขายตามท้องตลาด มันมีราคาที่สูงมาก

แป๊บเดียว มะคาเดเมีย ก็เต็มกระสอบ

ความยากลำบากของการปลูกมะคาเดเมียบนดอยสูง ก็คือตอนที่เราต้องแบกหามลงไปเพื่อแปรรูปต่อนี่แหละ ฝนที่เพิ่งตกไปเมื่อคืน แถมบนนี้ก็ค่อนข้างลื่น ประกอบกับน้ำหนักบนไหล่ที่แบกไว้ไม่ต่ำกว่า 50 กิโลกรัม บอกเลย ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด

วันนี้ เราต้องยก ๆ แบก ๆ กระสอบมะคาเดเมียลงจากเขา เป็นสิบ ๆ กระสอบเลย เพราะทันทีที่เก็บเสร็จต้องรีบนำไปแปรรูปต่อทันที

เห็นแบบนี้ ปวดตัวไปหลายวัน

และตอนนี้ มาถึงอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญ คือ การแปรรูป เบื้องหลังกว่าจะได้กิน มะคาเดเมีย ไม่ได้ง่าย ๆ เจ้าเครื่องหน้าตาแปลก ๆ ที่เห็นนี้ คือ เครื่องกะเทาะเปลือก มีเครื่องเดียวในประเทศ

ในสมัยก่อน การกะเทาะเอาเปลือกออกต้องใช้แรงงานคนในการทุบทีละลูก แต่ปัจจุบันง่ายขึ้น มีอุปกรณ์ช่วยทุ่นแรง สะดวกสบายมากกว่าเดิม เพราะเพียงแค่ไม่กี่นาที เราก็จะได้มะคาเดเมียมาพร้อมกะลาแข็ง ๆ ที่เราคุ้นตากันเป็นอย่างดี แบบนี้ ทางวิสาหกิจชุมชนแปรรูปมะคาเดเมียดอยช้าง จะรับซื้อทันที ในราคากิโลกรัมละ 80 บาท แต่บอกคุณผู้ชมและคุณผู้ฟังก่อน ว่ามะคาเดเมียที่เห็นยังไม่สามารถรับประทานได้เลยทันที ต้องนำไปอบไล่ความชื้นก่อน เป็นเวลา 100 ชั่วโมง และต่อด้วยอบให้สุกอีก 100 ชั่วโมง เมื่อนำมากะเทาะเอากะลาออก ก็จะนำไปอบต่ออีก 100 ชั่วโมง เห็นไหมว่าใช้เวลาในแต่ละขั้นตอนเยอะมาก ที่มาของมะคาเดเมียจึงมีราคาแพงอย่างที่เห็น

นี่แหละ ที่มาของมะคาเดเมีย จากบ้านดอยช้าง แวะไปชิมกันได้ รับรองไม่ผิดหวัง พี่ตุ่น และชาวบ้านรอต้อนรับอยู่

คณาวิทย์ แหวนวงษ์ ถ่ายภาพ
กล้าลองกล้าลุย

Tag : สนามข่าว 7 สี กล้าลองกล้าลุย มะคาเดเมีย มะคาเดเมีย ดอยช้าง ดอยช้าง เก็บมะคาเดเมีย ต้นมะคาเดเมีย