เจาะประเด็นเด็ด : สวมรอย สคบ.รีดเงินร้านค้า

วันที่ 17 พ.ค. 2561 เวลา 17:30 น.

Views

มีเจ้าของร้านค้าหลายร้านใน ตลาดบ้านหมอ จ.สระบุรี เข้าร้องทุกข์ว่ามีกลุ่มชายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ สคบ.เข้าตรวจค้นร้าน กล่าวหาว่าขายสินค้าผิดกฎหมาย และข่มขู่รีดไถเงินจำนวนหลายหมื่นบาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุมดำเนิคดีและไม่ถูกยึดสินค้า มีร้านค้าต้องสูญเงินไปหลายหมื่นบาท
              
ขณะเดียวกันยังไปพบข้อมูลว่าในพื้นที่ จ.อ่างทอง ก็ถูกแอบอ้างข่มขู่รีดไถเงินในลักษณะเดียวกัน ข้อเท็จจริงทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ใช่ตำรวจ และ สคบ.ตัวจริงหรือไม่ เราจะไปไขคำตอบนี้พร้อม ๆ กัน
              
โดยผู้เสียหายรายแรก คือ เจ้าของร้านเก้าทองแอนด์ซาว ต.บางโขมด อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.บ้านหมอ ว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์เข้ามาที่ร้าน อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. มาจากส่วนกลาง ขอตรวจค้นและกล่าวหาว่าที่ร้านขายสินค้าผิดกฎหมายหลายอย่าง จะนำกำลังมายึดสินค้า แล้วข่มขู่รีดไถเงินจำนวน 41,200 บาท แลกกับการไม่ถูกจับกุมและยึดสินค้า ต่อมาก็มีแม่ค้าร้านขายพลาสติกและขายสินค้าทุกอย่าง 20 บาท เข้าแจ้งความร้องทุกข์ด้วยเช่นกัน
              
ทีมข่าว 7HD บุกลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พบเหยื่อรายแรกเป็นเจ้าของร้านประดับยนต์ เล่าว่า ตนเคยได้ยินข่าวลักษณะนี้มาบ้าง ก็ทำใจตั้งรับ เจอดีเข้าให้จริง ๆ มีชายฉกรรจ์ 6 คน บุกเข้ามาในร้าน คนหนึ่งในกลุ่มได้โชว์บัตรประจำตัว อ้างว่าเป็นตำรวจในพื้นที่ เปิดทางให้ชายผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. เข้ามาตรวจสินค้าในร้าน เลือกตรวจเฉพาะโซนด้านหน้าร้าน อุปกรณ์ประดับยนต์อย่าง ลำโพง, พาวเวอร์ติดรถยนต์, แอมป์, ชุดติดตั้งเครื่องเล่นแผ่น CD ซึ่งมีทั้งของเก่าค้างสต็อกนานกว่า 5 ปี และสินค้าใหม่ ๆ รวมแล้วกว่า 1,000 รายการ แล้วชายที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. ก็บอกว่าสินค้าบางกล่องไม่มีใบรับประกันสินค้า รวมทั้งบางกล่องพบใบคู่มือการใช้เป็นภาษาอังกฤษ ย้ำว่าผิดกฎหมาย ถ้าจะจับจริง สินค้าทั้งหมดที่ขายในร้านต้องโดนยึดทั้งหมดแน่ ๆ

นอกจากนี้ยังเข้าไปตรวจในโซนขายรองเท้ามือสอง โดยบอกว่าการติดราคาเหมารวมทั้งโต๊ะ ถือว่าผิด ต้องติดราคาบอกลูกค้าเป็นรายคู่ ซึ่งทำให้เจ้าของร้านหวาดกลัว ตามมาด้วยการพูดจาข่มขู่ต่าง ๆ นานา จึงยอมให้กลุ่มชายฉกรรจ์ขนสินค้าอุปกรณ์ประดับยนต์ รองเท้า และกระเป๋ามือสอง ขึ้นรถ บอกจะนำไปตรวจที่สถานีตำรวจ และให้เจ้าของร้านไปเสียค่าปรับ โดยเมื่อไปถึงชายที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. ยื่นข้อเสนอเรียกเงิน 100,000 บาท เพื่อไม่ถูกดำเนินคดีในชั้นศาล ต่อรองกันสรุปจ่ายไป 41,200 บาท ฝั่งผู้เสียหายเชื่อสนิทใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ.จริง เพราะเห็นว่ามากับตำรวจในพื้นที่ แต่อยากจะขอความกระจ่าง ว่าตนค้าขายสินค้าประเภทนี้มาตั้งแต่ ปี 2546 ไม่เคยนำสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มือ 1 มาขายเลย แต่กลับมาถูกตรวจจับเรียกเงิน ซึ่งมองว่าไม่เป็นธรรม

2 วันต่อมา ปรากฏว่า พบกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจ และเจ้าหน้าที่ สคบ. เดินสายออกตรวจจับร้านขายสินค้าทุกอย่าง 20 บาทอีก ทางพ่อค้าแม่ค้าบอกว่า เจ้าหน้าที่มีลักษณะคล้ายกัน พฤติการณ์ก็เหมือนกัน คือ เดินเข้าไปแสดงบัตร แอบอ้างเหมือนเดิม ให้ดูบัตรข้าราชการตำรวจแป๊ปเดียว แล้วก็รีบเก็บไป เจ้าของร้านแค่เห็นมีตราโล่ตำรวจ เลยคิดว่าคงเป็นตำรวจ และ สคบ.จริง แต่ก็ไม่แน่ใจ 100% เต็ม ว่าจะใช่เจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ เพราะไม่ได้แต่งเครื่องแบบ แต่ตนมั่นใจว่าร้านของตนไม่ขายของผิดกฎหมาย และทำตามประกาศของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. อย่างเคร่งครัด คือ ไม่ขายสินค้าต้องห้าม 8 รายการ ได้แก่ ของเล่น, ไฟแช็ก, หัวนมยางสำหรับขวดนม, สีเทียน, ไม้ขีดไฟ, ผงซักฟอก, ฟิล์มห่อหุ้มอาหาร และเชื้อเพลิงแอลกอฮอล์อัดแข็ง

แต่จู่ ๆ ชายที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. ก็หยิบสินค้าถ่านกระดุมมา 1 แผง และไม้ตียุง แล้วบอกว่าไม่ติดฉลากภาษาไทยถือว่าผิดกฎหมาย ให้ไปเสียค่าปรับที่โรงพัก ภรรยาจึงซักถาม ไม่ทันได้เจรจา กลุ่มชายฉกรรจ์ไหวตัวทัน รีบเดินหนีไป

มีเหยื่ออีกรายออกมาแฉ โดนมากับตัวเหมือนกัน เปิดร้านขายของทุกอย่าง 20 บาทมานาน ไม่เคยเจอ เพิ่งมาเจอนี่แหละ กลุ่มชายฉกรรจ์อ้างว่าร้านของเธอขายของไม่ตรงตามที่ สคบ.ควบคุม ให้ไปเสียค่าปรับ ด้วยความกลัว เธอจึงยอมจ่ายค่าปรับไป 35,000 บาท จากนั้นมีเจ้าหน้าที่หนึ่งในกลุ่มยื่นข้อเสนอว่า ถ้าให้ดีควรจ่ายค่าคุ้มครองเป็นรายเดือน เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับอีก หากมีเจ้าหน้าที่ สคบ.มาตรวจ ก็ให้โทรบอกได้ทันที ย้ำว่าเคลียร์ให้ได้ถ้าจ่ายรายเดือน

บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ถูกข่มขู่รีดไถเงิน ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันกับทีมข่าวว่า ก็เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านหมอ เป็นผู้เปิดทางพา สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสินค้าผิดกฎหมายภายในร้าน พวกตนจึงหลงเชื่อ แต่อีกใจก็อยากจะรู้ความจริงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ สคบ. ตัวจริงหรือไม่

ทีมข่าว 7HD บุกไปค้นคำตอบกับผู้กำกับ สภ.บ้านหมอ ซึ่งท่านได้ชี้แจงว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ในคลิปเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจใต้บังคับบัญชาจริง โดยได้เข้าไปทำการตรวจค้นสินค้าผิดกฎหมาย ตามนโยบายของตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งการเข้าไปตรวจค้นสินค้าผิดกฎหมาย ถือเป็นความผิดพิเศษ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเรื่อง สคบ. อยู่ในบทบัญญัติกฎหมายฉบับนี้ด้วย ยืนยันว่าตำรวจสามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ขอตรวจค้นได้

ที่ผ่านมาจากการตรวจค้นทั้งหมด จับกุมดำเนินคดีเพียงแค่ 1 ราย ในข้อหาจำหน่ายสินค้าไม่แสดงสลากภาษาไทย ซึ่งเป็นสินค้าจำพวกหวีและที่คาดผม ซึ่งคดีนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานส่งฟ้องศาล เนื่องจากเป็นความผิดซึ่งหน้าตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค เมื่อตำรวจเจอที่ไหนก็จับกุมได้ทันที ยืนยันไม่มี สคบ. เข้ามาเกี่ยวข้อง

จ.อ่างทอง ก็พบเหตุลักษณะนี้เช่นกัน ทีมข่าว 7HD ประจำจังหวัดอ่างทอง ได้ไปพบกับผู้เสียหาย เจ้าของร้านจำหน่ายเครื่องเสียงติดรถยนต์ เล่าให้ฟังว่าเจอเต็ม ๆ 3 วันก่อน กำลังขายของอยู่ดี ๆ มีกลุ่มชายแต่งกายคล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบเข้ามาในร้าน อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ.มาตรวจจับสินค้า ไม่พูดเปล่า พากันยกสินค้าหลายรายการขึ้นรถไปต่อหน้าต่อตา แล้วบอกให้ไปเสียค่าปรับที่โรงพัก ตนตกใจมาก ได้แต่ถามว่าทำผิดกฎหมายอะไร แต่กลับไม่มีคำตอบ ตนจึงตามไปเสียค่าปรับ มีการบอกว่าจริง ๆ แล้วต้องจ่ายหลักแสนบาททีเดียว แต่จะลดให้ จ่ายแค่ 55,000 บาทพอ พร้อมกับจะคืนของทั้งหมดที่ยึดไป โชคร้าย บังเอิญวันนั้นน้าไปด้วย เจ้าหน้าที่ก็สืบรู้อีกว่าน้าก็เปิดร้านลักษณะเดียวกัน เลยขอบวกเพิ่มอีก 25,000 บาท ตนบอกไม่มีเงินมากขนาดนั้น สุดท้ายจ่ายไป 70,000 บาท ตนเสียความรู้สึกมาก เป็นเจ้าหน้าที่แทนที่จะคอยดูแลประชาชน แต่กลับมารีดไถเงินกับคนทำอาชีพสุจริตแบบนี้

เจอเหตุแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ.แบบนี้ในหลายท้องที่ หลายจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ต้นสังกัด จะมีมาตรการสกัดกั้นปัญหานี้อย่างไร ทีมข่าว 7HD ได้ไปสัมภาษณ์ท่านเลขาธิการ สคบ.

จากคลิปที่ปรากฏกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. แล้วไปรีดไถเงินแม่ค้า ขอยืนยันว่าบุคคลในคลิปไม่ใช่เจ้าหน้าที่ สคบ.แต่อย่างใด

แนวทางปฎิบัติ หากจะลงพื้นที่ตรวจสอบสินค้าจริง ทาง สคบ.จะทำหนังสือแจ้งไปยังผู้นำชุมชนล่วงหน้า และจะต้องแสดงบัตรเจ้าหน้าที่ทุกครั้งเมื่อลงตรวจ และขอย้ำว่าเจ้าหน้าที่เองไม่มีอำนาจที่จะยึดสินค้าหรือเรียกรับเงินใด ๆ จากร้านค้าได้ เพราะถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

เนื่องจากถูกแอบอ้างชื่อทำให้เกิดความเสียหาย ล่าสุด สคบ.อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบว่ามีการสวมรอยกระทำความผิดจริง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม หากร้านค้าถูกรีดเงินในลักษณะดังกล่าว ให้อัดคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งมาที่ สคบ. ได้ที่สายด่วน 1166 ตลอด 24 ชั่วโมง

Tag : เจาะประเด็นเด็ด เจาะประเด็นสเปเชียล สคบ รีดเงินร้านค้า สวมรอย สคบ รีดเงินร้านค้า ไถเงินร้านค้า