เจ้าหน้าที่ยึดรถหรู และค้นโรงงานเครือข่าย "เมจิก สกิน"

วันที่ 17 พ.ค. 2561 เวลา 16:00 น.

Views

พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าตรวจสอบรถยนต์หรู ยี่ห้อ "ปอร์เช่" ทะเบียนป้ายแดง น - 8886 กรุงเทพมหานคร ซึ่งพบหลักฐานเป็นนามบัตร, สมุดบัญชีเงินฝาก รวมถึงแผนการทำตลาดของบริษัท "เมจิก สกิน" ของนายอภิวัส พงศ์พัฒนะกุล 1 ในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายเรียกคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยรถคันดังกล่าว ถูกจอดเสียบกุญแจทิ้งไว้ ที่ลานจอดรถของสถานอาบอบนวด ย่านอรุณอมรินทร์ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยึดรถ และเอกสารที่พบไว้ตรวจสอบขยายผล

จากนั้น ได้เข้าตรวจค้นบริษัท ฮานิวโคเรีย จำกัด ภายในซอยอรุณอมรินทร์ 53 ซึ่งตำรวจมีข้อมูลว่าเป็นสถานที่ผลิตเครื่องสำอางในเครือ เมจิก สกิน พบวัตถุดิบ และเครื่องจักรที่ใช้ผลิต โดยกรรมการของบริษัทชี้แจงว่า ปกติแล้วจะรับจ้างผลิตเนื้อครีมให้กับผู้ว่าจ้าง รวมทั้งขายส่งทั่วไป เมื่อปีที่แล้วมีเซลของบริษัทเมจิก สกิน ติดต่อขอซื้อเนื้อครีมสำเร็จรูป จำนวน 3 ตัน ไปติดตราสินค้าทดลองจำหน่ายแล้วได้ผลดีจึงทำสัญญาว่าจ้างให้ผลิตเนื้อครีมให้ แต่บริษัทตรวจพบว่าการแสดงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ ไม่ตรงกับที่ขออนุญาตกับทาง อย. จึงยังไม่ทันได้ผลิตให้ ขณะที่กรรมการบริษัทอีกราย ยืนยันว่าผู้ที่มาติดต่อว่าจ้างไม่เคยแสดงตัวว่าเป็นบริษัทเมจิก สกิน มาก่อน

หลังการตรวจสอบ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าพบหลักฐานการรับจ้างผลิตสินค้าในเครือเมจิก สกิน ส่วนที่บริษัทออกมาปฏิเสธ ก็เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ เบื้องต้นได้แจ้งผู้บริหารให้ไปให้ปากคำ พร้อมกับแจ้งข้อหาโฆษณาคุณภาพสินค้าเกินจริง

ส่วนที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. ญาติของนางสาวพิมลวรรณ หมอนอิง ซึ่งเสียชีวิตจากการบริโภคผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนยี่ห้อ "ลีน" ได้เข้าแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีกับเจ้าของบริษัท หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หลังแพทย์ระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิต เกิดจากสารเคมีที่เป็นส่วนผสม ทั้งนี้ยืนยันว่า ต้องการดำเนินคดีเพื่อไม่ให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพ ไม่ใช่เพื่อเรียกร้องเงินชดเชยแต่อย่างใด

ส่วนความคืบหน้า การพิจารณาถอดยศพันตำรวจโทสันธนะ ประยูรรัตน์ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันกรรโชกทรัพย์ผู้ค้าในตลาดใหม่ดอนเมือง พลตำรวจเอกรุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพฤติกรรม ที่ส่งผลทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสื่อมเสีย เบื้องต้น พบพฤติกรรมที่เข้าข่ายเป็นเหตุให้ถอดยศอย่างน้อย 7 ข้อ อยู่ระหว่างการเร่งรวบรวมเพิ่มเติม เพื่อทำเรื่องเสนอขอถอดยศ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้คดีสิ้นสุด

ด้านพันตำรวจโทสันธนะ เปิดเผยว่า ไม่ได้รู้สึกกังวล หรือน้อยใจที่ถูกเสนอชื่อถอดยศ เนื่องจากเตรียมตัวไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ขอศึกษาข้อกฎหมายให้ชัดเจน เพื่อจะไปร้องขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนการรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดตำรวจยศนายพล 3 นาย ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้