เจาะประเด็นเด็ด : โจรใจบาป หลอกพระถอนเงินเกลี้ยงบัญชี

วันที่ 22 พ.ค. 2561 เวลา 17:30 น.

Views

ผู้คนสมัยนี้แทบจะไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ หลอกได้แม้กระทั่งพระสงฆ์ ผู้อยู่ในผ้าเหลือง ที่จังหวัดบุรีรัมย์ โจรใจบาปมาแอบอ้างว่าเป็นข้าราชการ เผยเล่ห์กลลวง บอกว่าสามารถเสนอเรื่องเพื่อผลักดันนำงบประมาณจากภาครัฐมาพัฒนาวัดได้ ตีเนียนลงมาดูลาดเลาเกลี้ยกล่อมพระในวัดให้หลงกล ท้ายที่สุดเชิดเงินทำบุญของทางวัดหนีหายไป

ตรวจสอบย้อนหลัง พบพฤติการณ์กลุ่มมิจฉาชีพลงมือก่อเหตุคล้ายคลึงกันในจังหวัดใกล้เคียง ทีมเจาะประเด็นเด็ด บุกลงพื้นที่เจาะลึกความจริง

เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งมาร้องขอความเป็นธรรม กับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ เผย 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้เบิกเงิน 280,000 บาท ให้กับเจ้าหน้าที่ 2 คน ที่อ้างว่าจะนำเงินนี้ไปเดินเรื่อง ของบประมาณให้ทางวัดนำมาสร้างพระอุโบสถวงเงิน 9 ล้านบาท แต่พอนำสมุดบัญชีไปเช็กปรากฎว่าไม่มีเงินโอนเข้ามาในบัญชี และไม่สามารถติดต่อคนทั้งคู่ได้ เลยแน่ใจว่าถูกหลอก

หลวงพ่อเล่าให้ทีมข่าว 7HD ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ฟังว่า มีชาย 2 คน อายุราวๆ 50 ปี มาที่วัด อ้างว่าเป็นตัวแทนจากศาลากลางจังหวัดจะมาตรวจสอบว่า วัดยังขาดแคลนสิ่งใด เพื่อที่จะเสนอเรื่องนำงบประมาณมาพัฒนาวัดให้เจ้าอาวาส จึงเผยว่า ทางวัดได้เรี่ยไรเงินบริจาคจากชาวบ้านที่มาทำบุญ เพื่อจะเตรียมนำไปสร้างอุโบสถหลังใหม่ ชาย 2 รายนี้ จึงบอกว่า ตอนนี้มีงบประมาณอยู่ 9 ล้านบาท ก็ถามเจ้าอาวาสว่าจำเป็นต้องใช้เท่าไหร่ เจ้าอาวาสก็ตอบไปว่าน่าจะต้องใช้อีก 8 ล้านบาท ชาย 2 คน ยืนยันว่าจะกลับไปทำเรื่องให้ พร้อมตบตาด้วยการนำเอกสารราชการมาให้เจ้าอาวาสเซ็น เพื่อนำไปยื่นเรื่องของบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจำนวน 500,000 บาท เจ้าอาวาสก็เลยตอบกลับไปว่าทางวัดไม่มีเงินมากขนาดนั้น มีเพียงเงินบริจาคทำบุญรวมกับเงินทอดกฐิน 280,000 บาท ชาย 2 คนจึงบอกว่างั้นก็ไม่เป็นไร คือทางวัดมีสมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม เล่มที่มีเงินทำบุญยอด 280,000 บาท กับเล่มที่ไม่มียอดเงินในบัญชี มิจฉาชีพ 2 คนนี้ขอสมุดธนาคารที่ไม่มีเงินในบัญชีกลับไป

17 พฤษภาคม ชาย 2 คนนี้ย้อนกลับมาอีกรอบ พร้อมนำสมุดบัญชีเล่มที่ไม่มีเงินมาโชว์ตัวเลขให้เจ้าอาวาสดู พบว่ามีเงินโอนเข้ามาแล้วหลายล้านบาท ซึ่งตรงนี้สันนิษฐานว่ามิจฉาชีพอาจจะปลอมแปลงพิมพ์ยอดเงินโอนเข้าเพิ่มเข้ามาเอง

ในส่วนของทานเจ้าอาวาสเอง ยอมรับว่าเห็นแบบนี้เชื่อสนิทใจ ชายทั้ง 2 คน จึงพาเจ้าอาวาสขึ้นรถ เพื่อไปเบิกเงิน 280,000 บาท ให้เป็นค่าดำเนินการตามที่ตกลงกันไว้ 

เจ้าอาวาสยังบอกอีกว่า เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญ เพราะไม่คิดว่าตัวท่านเองเป็นพระสงฆ์องค์เจ้าอยู่ในวัดแท้ๆ มิจฉาชีพยังดอดเข้ามาหลอกกันถึงในวัด ยิ่งเป็นเงินที่ญาติโยมนำมาทำบุญ ด้วยความเชื่อถือศรัทธาแล้ว ยิ่งไม่น่าจะมาทำกันแบบนี้ ยอมรับว่าตอนนี้ก็เครียด ไม่กล้าออกไปไหน และไม่รู้ว่าจะนำเงินจากไหนมาสร้างอุโบสถ ที่ยังไม่แล้วเสร็จ 

ทีมข่าว 7HD ลงพื้นที่ไปยังชุมชนละแวกวัด พบกับผู้ใหญ่บ้าน เผยว่า ตนพึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านได้ไม่นาน จึงไม่ทราบเรื่องการเงินของทางวัด แต่เบื้องต้นทราบว่าเงินจากการบริจาคและทอดกฐิน มีเพียงท่านเจ้าอาวาสที่เป็นผู้รับผิดชอบ และตัดสินใจในการเบิกจ่าย จากนี้ไป ตั้งใจว่าจะให้เจ้าอาวาสตั้งคณะกรรมการวัด ร่วมกับชุมชน เพื่อพิจารณาการเบิกจ่ายเงินของทางวัด เพื่อตัดปัญหาและอุดช่องโหว่ไม่ให้มิจฉาชีพกลับมาก่อเหตุซ้ำ

ขณะที่ชาวบ้านในชุมชน ต่างตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้น ได้ช่วยกันกระจายข่าว เพื่อคอยสอดส่องคนแปลกหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน จากนี้ไปอยากให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลใจให้คนร้ายสำนึกผิด กลับตัวกลับใจนำเงินกลับมาคืน แต่ถ้าหากยังคิดไม่ได้ ก็ขอให้ได้รับผลกรรมที่ก่อไว้ ไปชดใช้เวรกรรมในคุกแทน

ในที่สุด โชคไม่เข้าข้างผู้กระทำความผิด ล่าสุด พบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบันทึกพฤติการณ์ของคนร้ายไว้อย่างชัดเจน ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าจะได้ตัวคนกระทำความผิดมาในเร็ววันนี้ สันนิษฐานน่าจะเคยลงมือมาแล้วในหลายพื้นที่ ขณะที่ ศูนย์ดำรงธรรมแนะทางออกให้กับอีกหลายวัด หากเจอสถานการณ์แบบนี้           

ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ เผย เป็นเหตุแรกในพื้นที่ซึ่งมีเจ้าอาวาสเข้ามาร้องเรียน แต่ก็เคยได้ยินมาว่า ในจังหวัดใกล้เคียงเคยเกิดเหตุกลุ่มมิจฉาชีพไปหลอกเอาเงินบริจาควัดบ้างเหมือนกัน 

สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ครั้งนี้ การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากศาลากลางจังหวัด ได้สร้างความน่าเชื่อถือ และคนร้ายยังขับรถพาเจ้าอาวาสมาดูสถานที่ทำงานถึงศูนย์ราชการ แต่ไม่ให้ลงรถ และยังให้เบอร์ติดต่อไว้ด้วย พระจึงหลงเชื่อ หลังรับเรื่องร้องเรียนไว้ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบเห็นรถของคนร้ายชัดเจน จึงส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ

แนะนำทุกๆ วัดว่า หากมีเจ้าหน้าที่เข้าไปพูดคุยติดต่อ ต้องเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักพระพุทธศาสนาของจังหวัดเท่านั้น สังเกตต้องแต่งกายน่าเชื่อถือ และที่รถมีโลโก้ของหน่วยงานติดอยู่ชัดเจน หากไม่แน่ใจให้ขอชื่อ-นามสกุล โทรมาสอบถามที่ศูนย์ดำรงธรรม หรือ สำนักพระพุทธศาสนาของจังหวัดนั้นๆ ได้

ด้านรองผู้กำกับการ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เผยว่า ขณะนี้ได้หลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด และทางธนาคารที่แก๊งมิจฉาชีพพาเจ้าอาวาสไปเบิกเงินแล้ว เห็นใบหน้าคนร้ายชัดเจน จากการตรวจสอบทะเบียนรถ พบว่ามีตัวตนจริง แต่เจ้าของรถชื่อไม่ตรงกับผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน กำลังตรวจสอบว่ากลุ่มคนเชื่อมโยง มีส่วนรู้เห็นกันหรือไม่ แต่ดูจากพฤติการณ์ เชื่อว่าแก๊งมิจฉาชีพได้มาดูลาดเลาก่อนลงมือ เพราะรู้ข้อมูลว่าวัดนี้กำลังจะก่อสร้างอุโบสถ และเจ้าอาวาสมีอายุมากจึงเลือกลงมือก่อเหตุ 

จากการสืบสวน สอบสวน พบเบาะแสเพิ่มเติมว่า หลังก่อเหตุที่วัดนี้แล้ว กลุ่มมิจฉาชีพได้ตระเวนไปก่อเหตุซ้ำในอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีพฤติการณ์เช่นเดียวกัน คาดว่าน่าจะได้ตัวผู้กระทำความผิดในเร็ววันนี้

ไม่ใช่แค่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีการก่อเหตุในลักษณะนี้เท่านั้น ทีมข่าวเจาะประเด็นเด็ด ยังพบข้อมูลเชิงลึกว่า ในแถบจังหวัดใกล้เคียง อย่างที่จังหวัดสุรินทร์ ก็เคยมีการก่อเหตุหลอกเอาเงินบริจาคของทางวัดแบบนี้เช่นกัน
                                   
ทีมข่าวบุกไปที่อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ พบกับหลวงพ่อวัดกาเกาะ-เสกแอ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เดือนเมษายนปีที่แล้ว มีชายสองคนมาถามว่าที่วัดเตรียมจะจัดงานอะไร จึงตอบไปว่าจะจัดงานฉลองศาลา-ฉลองกุฏิ จากนั้นคนร้ายก็แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดสุรินทร์ ดูแลด้านงบประมาณ สามารถผลักดันนำงบมาช่วยงานทางวัดได้ แต่มีข้อแม้ว่าหลวงพ่อต้องจ่ายค่าดำเนินการ จากนั้นคนร้ายก็พาหลวงพ่อไปที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อให้เซ็นเอกสาร และให้เบิกเงินในบัญชีราว 60,000 บาท ก่อนจะพาไปส่งที่วัด มารู้ว่าถูกหลอกช่วงเดือนถัดมา เพราะคนร้ายอ้างว่าจะขับรถมารับไปรับเงิน 700,000 บาท ที่ศาลากลางจังหวัด รอแล้วรอเล่า ตั้งแต่เช้าจนบ่ายจนเย็นก็ยังไม่มา จึงคิดว่าถูกหลอกชัดๆ จึงไปแจ้งความตำรวจ

จากนั้นไม่นาน ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ พบว่าตระเวนก่อเหตุกับหลายๆวัดในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และภาคอีสาน หลวงพ่อจึงฝากเตือนไปยังวัดอื่นๆ ให้ระวังมิจฉาชีพเหล่านี้

คงต้องฝากเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกวัด หากมีบุคคลแปลกหน้าไปติดต่อแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ควรขอตรวจสอบบัตรข้าราชการ หรือตรวจเช็กชื่อ-นามสกุล กับหน่วยงานต้นสังกัด ยิ่งหากมาเรียกเงินค่าเดินเรื่องในลักษณะนี้ ก็ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นมิจฉาชีพก็เป็นได้ หลายวัดวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบจับโจรใจบาปมารับโทษตามกฎหมาย จะได้ไม่ไปก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้กับวัดอื่นๆ อีก

Tag : เจาะประเด็นสเปเชียล เจาะประเด็นเด็ด หลอกพระถอนเงิน หลอกพระ หลอกเป็นเจ้าหน้าที่