ชาวฮ่องกงใช้ไทยเป็นที่ทิ้งขยะมลพิษโกยเงินเข้ากระเป๋า

วันที่ 22 พ.ค. 2561 เวลา 18:03 น.

Views

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นำกำลังกว่า 115 นาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงยุติธรรม กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสรรพากร ซึ่งมีการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยผิดกฏหมาย

โดยจากการตรวจค้นพบมีการนำกากขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือกากอุตสาหกรรมอันตรายจากต่างประเทศมาทำการรีไซเคิล หรือหลอมเอาตะกั่วออก แยกชิ้นส่วนออก และโรงงานไม่ขออนุญาตอย่างถูกต้อง สภาพแวดล้อมโรงงานไม่มีระบบป้องกันก๊าซอันตราย ไม่มีระบบป้องกันกลิ่น  ระบบป้องกันน้ำเสีย ระบบกรองกลางแจ้ง เมื่อฝนตกน้ำที่มีสารพิษปนเปื้อนก็ไหลไปรวมกับแหล่งน้ำสาธารณะ กระทบสิ่งแวดล้อมและชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และพบว่ามีแรงงานต่างด้าวผิดกฏหมายส่วนหนึ่ง

เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหานำเข้ามาซึ่งวัตถุดิบอันตรายชนิดที่ 3 คือขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามมาตรา 23 พรบ.วัตถุอันตราย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อหาก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ชุมชน อันเป็นความผิดตามมาตรา 25 และมาตรา 28/1 ตาม พรบ.สาธารณสุข จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 25,000 บาท และข้อหาประกอบกิจการโรงงานโดนไม่ได้รับแจ้ง ตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.โรงงานฯโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ส่วนการกรองวัตถุอันตรายกลางแจ้งอันเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานและวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษหรือสิ่งใดๆ อันมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการของโรงงาน เป็นความผิดตามมาตรา 8(5) แห่ง พรบ.โรงงานฯโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท นอกจากนี้ยังมีการให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่าเจ้าของเป็นชาวฮ่องกง และไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศไทยแต่ใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งซับมลพิษโกยเงินเข้ากระเป๋า จึงเตรียมขยายผลเอาผิดเพิ่มเติม พร้อมกันนี้ประสานให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาสั่งปิดโรงงานภายในวันนี้แล้ว เพราะไม่อยากให้ประเทศไทยกลายเป็นที่เก็บขยะที่ทั่วโลกไม่ต้องการและการเป็นประเทศที่มีมลพิษเกิดขึ้นจนคนในประเทศอาศัยอยู่ไม่ได้

นายสุรพล ชามาตย์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้ พบมีการขออนุญาตดำเนินกิจการคัดแยกและบดทำลายขยะ แต่เมื่อเกิดไฟไหม้เมื่อต้นปีที่แล้วก็ทำให้ชาวบ้านละแวกนี้ตั้งข้อสังเกตถึงมลพิษที่เกิดขึ้นจึงแจ้งหน่วยงานราชการเข้ามาตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าขยะเหล่านี้อันตรายไม่สามารถคัดแยกได้ หลังจากนี้จะให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมพิจารณาสั่งปิดโรงงานแห่งนี้ไว้ชั่วคราว เนื่องจากการตรวจสอบลักษณะของโรงงานพบว่า มีการจัดการที่ผิดสุขลักษณะ เพราะไม่สามารถเก็บมลพิษได้ และที่ผ่านมาประเทศจีน ก็ไม่อนุญาตให้มีการคัดแยกขยะอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศตัวเองด้วย

Tag : ขยะมลพิษ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ กากอุตสาหกรรม พล.ต.อ.วิระชัย ฉะเชิงเทรา