เหยี่ยวข่าว 7 สี : บทเรียนความสูญเสีย และแผนรับมือพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ

วันที่ 26 พ.ค. 2561 เวลา 05:03 น.

Views

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังซักซ้อมแผนอพยพรับมืออุทกภัย น้ำป่า ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่เสี่ยงเกิดภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง  แม้ว่าสถานการณ์จะไม่มีแนวโน้มรุนแรงเท่ากับเมื่อปี 2548 เพื่อความไม่ประมาท ลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ ในอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง

ที่บ้านนาไหม้ บ้านนางาม ตำบลเมืองมาย อำเภอแจ้ห่ม เคยประสบอุทกภัย น้ำป่า ดินโคลนถล่มหนักสุดเมื่อปี 2548 ย้อนกลับไปกว่า 13 ปี ที่แล้ว อิทธิพลจากพายุดอมเรย ส่งผลให้ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน น้ำในลำน้ำแม่ต๋า ที่ไหลผ่านกลางชุมชนทอดยาวนับสิบกิโลเมตร เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนไหลทะลักเข้าท่วมชุมชน เสียหายหลายหลังคาเรือน รวมถึงโรงเรียนแห่งนี้ด้วย หลังเหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 2 หมู่บ้านรวม 7 คน นับเป็นความสูญเสีย และผลกระทบน้ำป่ารุนแรงสุดในรอบหลายสิบปีที่ยังฝังใจชาวบ้าน ที่ต้องสูญเสียคนที่รักไม่มีวันกลับ รวมถึง "วรรณภา วงค์สิงห์" ที่ต้องสูญเสียแม่และน้องสาววัย 3 ขวบไปด้วย

การซักซ้อมแผนอพยพ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังมีความจำเป็น โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยเหล่านี้ แม้หลังวิกฤตหนักสุดเมื่อปี 2548 จะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นก็ตาม

ส่วนหนึ่งเพราะมีการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ต๋า ชะลอน้ำก่อนไหลลงสู่ลำน้ำ และชุมชน

ส่วนการลดผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลบ่า เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย ขุดลอกลำน้ำ ทำแนวตาข่ายหิน เสริมพนังให้แข็งแรง และสูงขึ้นกว่าเดิม อย่างที่โรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งเคยถูกน้ำป่าพัดบ้านพัก จนครูเสียชีวิตด้วย

ส่วนแผนระยะยาว คือ การสร้างความเข้าใจ ลดการบุกรุกแผ้วถาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา โดยน้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และสภาพปัญหาของพื้นที่อื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกันมาเป็นแนวปฏิบัติ

อย่าให้ความสูญเสีย และบทเรียนที่เกิดขึ้น ผ่านไปเฉกเช่นสายน้ำ ที่ไม่มีวันหวนคืนกลับ แม้จะผ่านไปกี่ปี แล้วก็ตาม

Tag : สนามข่าว 7 สี เหยี่ยวข่าว 7 สี ดินโคลนถล่ม