ทีมทนายอดีตพระชั้นผู้ใหญ่ เตรียมร้องศาลเพิกถอนหมายจับ

วันที่ 27 พ.ค. 2561 เวลา 17:00 น.

Views

นายโกศล ใสสุวรรณ ทนายความของอดีตพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยาวรวิหาร กล่าวถึงความคืบหน้าในการยื่นขอประกันตัวและแนวทางการต่อสู้คดี ว่าก่อนหน้านี้ได้ยื่นขอประกันตัวอดีตพระพรหมดิลก ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางไปแล้ว แต่ศาลไม่อนุญาต ซึ่งขณะนี้ทางทีมทนายความ อยู่ระหว่างศึกษาข้อกฎหมายเพื่อขอเพิกถอนหมายจับ เนื่องจากตั้งข้อสงสัยว่าการออกหมายจับครั้งนี้จะมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะอดีตพระพรหมดิลก เป็นพระชั้นปกครอง ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมาย ดังนั้นการสอบสวนดำเนินคดีจะอยู่ในอำนาจการไต่สวนของคณะกรรมป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อชี้มูลความผิด ดังนั้นการที่ตำรวจกองปราบปราม ไปขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับฐานฟอกเงินโดยตรงนั้น ทีมทนายความ กำลังพิจารณาข้อกฎหมายว่าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่

ทั้งนี้หากเป็นการออกหมายจับโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ก็จะยื่นต่อศาลขอเพิกถอนหมายจับ เพื่อให้การจับกุมตัวอดีตพระพรหมดิลก รวมถึงอดีตพระชั้นผู้ใหญ่รูปอื่นๆ เป็นกระบวนการที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้น และขอให้ปล่อยตัวอดีตพระพรหมดิลก ออกจากเรือนจำ

ส่วนความคืบหน้ากรณีการติดตามตัวพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศวรมหาวิหาร  มีรายงานว่าขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด หลังจากที่พบว่าพระพรหมสิทธิ น่าจะหลบออกจากวัดไปตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม หลังกลับมาจากไปทำกิจของสงฆ์ที่พุทธมณฑล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม แล้วกลับไปฉันเพลที่วัด แล้วกลับไปยังกุฏิก่อนที่จะหายตัวไป
เบื้องต้นตำรวจคาดว่าพระพรหมสิทธิ น่าจะหลบหนีไปกับลูกศิษย์คนสนิท และคาดว่าน่าจะยังอยู่ในกรุงเทพมหานคร เพราะตัวท่านเองก็ยังถือว่าเป็นพระสงฆ์รูปหนึ่งที่ไม่สามารถจะปลอมตัวได้เหมือนกับเพศฆราวาส คาดว่าน่าจะหลบอยู่แต่ในบ้านของลูกศิษย์คนใดคนหนึ่ง ขณะนี้ตำรวจจึงกำลังตรวจสอบลูกศิษย์และคนสนิทของพระพรหมสิทธิ ประมาณ 5 คน ที่คาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการพาพระพรหมสิทธิ หลบหนี

ขณะที่ พลตำรวจตรีกมล เหรียญราชา ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. กล่าวถึงความคืบหน้าในการสืบสวนหาพยานหลักฐานคดีการทุจริตเงินทอนวัดระยะที่ 4 ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบการทุจริตการใช้งบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนา แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะยังต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้มีความชัดเจน โดยคดีจะแยกกันทำงานกับตำรวจกองปราบปราม โดยตำรวจ  ปปป. จะดูในส่วนการทุจริตเงินทอนวัด ส่วนกองปราบปราม จะดูในส่วนคดีฟอกเงิน

ทั้งนี้มีรายงานว่าตำรวจ ปปป. อยู่ระหว่างตรวจสอบการทุจริตเงินทอดวัด ระยะที่ 4 มีเป้าหมายการตรวจสอบวัดทั้งหมด 60 แห่ง ใน 13 จังหวัดทั่วประเทศ โดยตรวจสอบไปแล้ว 40 แห่ง พบการกระทำผิดประมาณ 30 วัด ความเสียหาย 102 ล้านบาท

Tag : พระชั้นผู้ใหญ่