เจาะประเด็นเด็ด : ฉาวหนัก รถสวมทะเบียนปลอม

วันที่ 28 พ.ค. 2561 เวลา 17:32 น.

Views

รถแฝดสวมทะเบียนปลอม ยังคงเป็นปัญหาซ้ำซากที่แก้กันไม่ตก นอกจากเสี่ยเจ้าของศูนย์บริการรถยนต์ สุดงง! ออกมาโวยรถไม่ได้ขับ แต่กลับเจอใบสั่งนับ 10 ใบ ตามสืบจนพบรถคันต้องสงสัย พบคนขับเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท. ต้องเคลียร์กันวุ่นแล้ว

ล่าสุด ผู้เสียหายโผล่แฉซ้ำอีกราย ว่ารถถูกไฟไหม้ ขายซากไปนานกว่า 3 ปีแล้ว แต่ยังเจอใบสั่งตามรังควานอีก 8 ใบ พบรถยี่ห้อ สีเดียวกัน สวมทะเบียนปลอม วิ่งปร๋อในหลายจังหวัด แจ้งความแล้วจับไม่ได้เสียที

เจาะประเด็นเด็ดวันนี้ เราไปเจาะลึก ถอดบทเรียนเหตุซ้ำซากว่าเกิดขึ้นเพราะเหตุใด ประชาชนตั้งรู้เท่าทัน รวมทั้งมาตรการของเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบและปราบปรามล่าสุดเป็นอย่างไร

ย้อนไปดูข่าวครึกโครมชวนสงสัยอีกครั้ง เมื่อไม่มีกี่วันที่ผ่านมา กรณีเสี่ยเจ้าของศูนย์บริการรถยนต์ย่านพระราม 3 ออกมาแฉผ่านสื่อว่าเจอใบสั่งทำผิดกฎจราจรถี่ยิบตั้งแต่ต้นปี รังควานไม่เลิกนับรวม ๆ แล้ว 10 ใบ ทีแรกนึกว่าเด็กในบ้านขับรถนำไปกระทำความผิดแล้วไม่บอก แต่พอสืบสาวราวเรื่อง ปรากฏว่าไม่มีใครนำไปขับผ่านไปตามสถานที่ตามจุดเกิดเหตุตามใบสั่ง และช่วงเวลาที่ระบุตามใบสั่ง ก็ไม่เคยมีใครขับผ่านเลยสักครั้งเดียว

ด้วยความอยากรู้จึงตามสืบสาวเอง กระทั่งพบหลักฐานชิ้นเด็ด ไปเจอรถคันต้องสงสัยแถว ๆ สะพานเหลือง เขตปทุมวัน เป็นรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน คิวบ์ สีเหลือง ทะเบียน ฆจ 6579 กรุงเทพมหานคร ซึ่งรูปพรรณรถ ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อ สี และเลขทะเบียนตรงกันหมด เป็นคู่แฝด จึงแน่ใจว่าต้องถูกสวมทะเบียนปลอมอย่างแน่นอน ตนจึงรีบประสานตำรวจสกัดจับรถคันดังกล่าว พบว่าคนขับเป็น จ่าสิบตำรวจนายหนึ่ง สังกัดกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. จึงแจ้งความไว้ที่ สน.ปทุมวัน เกรงหากรถถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ก่อเหตุกระทำการที่ผิดกฎหมาย ป้ายความผิดมาให้ทั้งที่ตนไม่ได้เป็นคนทำ พร้อมตั้งคำถามเจ้าหน้าที่นำรถไปใช้โดยมิชอบได้ด้วยหรือไม่

กระทั่ง รองโฆษก บก.ปอท. ต้องออกมาแจงว่ารถดังกล่าวเป็นรถเลี่ยงภาษี ที่ยึดได้เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ในขณะยึดรถมาพบว่าถูกสวมป้ายทะเบียนมาแล้ว ส่วนประเด็นที่มีการถกเถียงเรื่องที่มีการนำรถของกลางไปใช้ได้หรือไม่นั้น โดยปกติหลังจากที่มีการยึดรถ เจ้าหน้าที่จะต้องนำรถไปตรวจสอบกับหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งวันเกิดเหตุ จ.ส.ต.ผู้ใต้บังคับบัญชา กำลังจะนำรถไปส่งศุลกากรพอดี

พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมทว่า กรณีรถเลี่ยงภาษี มีการผลิตกันเป็นขบวนการ อาจมีรถที่ยี่ห้อ รุ่น และสีเดียวกัน ถูกสวมทะเบียนเลขเดียวกันอีกหลายคัน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าคันที่โดนใบสั่งเป็นรถคันเดียวกันหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในส่วนค่าปรับใบสั่งนั้น ทาง ปอท.จะชำระให้ทั้งหมด

ส่วนเรื่องคดีความหลังจากนี้ ผู้กำกับการ สน.ปทุมวัน ได้สั่งให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำคู่กรณี และต้องยึดรถไว้ตรวจสอบก่อนอย่างละเอียดอีกครั้ง
  
แม้จะมีการเคลียร์ชัดเจนระดับหนึ่ง แต่บางประเด็นประชาชนไม่น้อยก็ยังกังขา เรื่องเก่าไม่ทันจาง เกิดเหตุฉาวซ้ำ ล่าสุด หญิงสาวรายหนึ่งออกมาแฉเจอใบสั่งผี ตามรังควานถึง 8 ใบ สุดงง! เพราะรถของเธอขายซากไปนานหลายปีแล้ว ด้านตำรวจเผยตัวเลขน่าตกใจ พบรถผิดนัดชำระค่างวด ติดหนี้ NPL หายไปจากระบบกว่า 70,000 คัน บางส่วนอาจไปอยู่ในกลุ่มสวมทะเบียนรถปลอม

ทีมข่าวไปเปิดใจกับผู้เสียหายชื่อ คุณมายด์ (นามสมมุติ) ให้ข้อมูลว่าครอบครัวอยู่อย่างหวาดระแวงมานานกว่า 3 ปีแล้ว เพราะมีใบสั่งตรวจจับความเร็วรถส่งมาที่บ้านอย่างต่อเนื่อง ย้อนไปเมื่อต้นปี 59 จู่ ๆ มีใบสั่งว่ารถที่ตนใช้อยู่ยี่ห้อเชฟโรเล็ต ป้ายทะเบียน ฆม 4717 กรุงเทพมหานคร ใช้ความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บริเวณถนนพระราม 2 อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ตอนนั้นรู้สึกตกใจมาก เพราะจำได้ว่าวันเวลาดังกล่าว ตนไม่ได้ไปแถวนั้น แต่พอมาดูรูปที่กล้องวงจรปิดของตำรวจ ก็ตรงกันทั้งยี่ห้อรถ สีรถ และป้ายทะเบียน ตอนนั้นจึงค่อนข้างมั่นใจว่ารถตนโดนสวมทะเบียนปลอมแน่นอน จึงโทรศัพท์ไปแจ้งที่สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจปลายสายแจ้งว่าจะตรวจสอบและยกเลิกใบสั่งให้

ถัดมาไม่กี่เดือน รถของตนเกิดระบบไฟฟ้าภายในขัดข้องจนไฟลุกท่วมทั้งคัน ตอนนั้นตัดสินใจส่งรถเข้าอู่ แต่ปรากฏว่าถัดมาไม่กี่วัน กลับมีใบสั่งส่งมาว่ารถของตนใช้ความเร็วเกินกำหนดอีก คราวนี้ไปโผล่อยู่ที่บริเวณถนนสุขสวัสดิ์ ตอนนั้นคิดว่าสงสัยโชว์รูมเอารถตนออกนอกพื้นที่หรือเปล่า จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ประเวศ ภายหลังโชว์รูมมายืนยันพร้อมหลักฐานว่า วันเวลาตามใบสั่งรถของตนยังอยู่ในโชว์รูม ยิ่งมั่นใจว่ารถถูกมิจฉาชีพเล่นงานแล้ว ตอนนั้นมืดแปดด้าน จึงตัดสินใจขายซากรถที่กำลังซ่อมให้กับประกัน เพื่อยุติปัญหา

แต่เรื่องกลับไม่ยุติ แม้ตนจะซื้อรถคันใหม่มาแล้ว เปลี่ยนทั้งยี่ห้อ ป้ายทะเบียนใหม่ทุกอย่าง แต่ใบสั่งยังส่งมาที่บ้านอย่างต่อเนื่อง รวมกว่า 10 ใบ

ที่ต้องตกใจคือ รถสวมทะเบียนปลอมขับตระเวนไปเจอใบสั่งทั่วประเทศ ทั้งจังหวัดแพร่ น่าน พิษณุโลก อ่างทอง และสิงห์บุรี ยอมรับว่าตอนนี้ยิ่งเครียด เพราะกลัวว่ารถคันดังกล่าวอาจใช้รถบรรทุกสิ่งของผิดกฎหมาย เกรงครอบครัวจะต้องมาเดือดร้อนกับสิ่งที่ไม่ได้ทำ จึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามหารถผิดกฎหมายคันดังกล่าวให้เจอโดยเร็วด้วย

ด้านที่ปรึกษาพิเศษ กำกับดูแลศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ที่ผ่านมาปัญหารถยนต์สวมป้ายทะเบียนปลอมเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์มือสองที่ซื้อจากเต็นท์รถที่ไม่ได้มาตรฐาน รถหลุดจำนำ รถติดไฟแนนซ์ รวมไปถึงรถนำเข้าหนีภาษี

ที่น่าตกใจ พบข้อมูลล่าสุดจากกลุ่มธุรกิจค้าขายรถยนต์ ว่ามีรถยนต์ที่ค้างชำระค่างวด หรือติดหนี้ NPL หายไปจากระบบกว่า 70,000 คัน เชื่อว่าอาจอยู่ในกลุ่มรถถูกสวมทะเบียนปลอม ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก จึงฝากถึงประชาชนว่าการซื้อรถยนต์ในแต่ละครั้ง โดยเฉพาะรถมือสอง ต้องซื้อจากเต็นท์ที่ได้มาตรฐาน รวมถึงตรวจลักษณะของป้ายทะเบียนรถด้วย ถ้าเป็นป้ายของจริงจะเป็นแผ่นสังกะสีเคลือบพลาสติกอย่างดีและมีลายน้ำ แต่ก็ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ขบวนการเหล่านี้มีพัฒนาการการปลอมแปลงให้เหมือนของจริงมากขึ้น ดังนั้นต้องตรวจสอบประวัติรถยนต์อย่างละเอียดด้วย

ส่วนรถที่ถูกสวมทะเบียนปลอม ส่วนใหญ่เจ้าของจะรู้ก็ต่อเมื่อใบสั่งมาส่งที่บ้าน บางรายก็ไม่สนใจเพิกเฉย ทางที่ดีต้องรีบแจ้งความเพื่อให้เบาะแสเจ้าหน้าที่ตำรวจ ติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี สกัดการนำรถไปใช้ก่อเหตุอาชญากรรมอื่น ๆ อีก

ส่วนแนวทางปราบปรามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าการสวมทะเบียนปลอมทำกันเป็นขบวนการในกลุ่มรับจำนำรถ ขายรถ และทำป้าย ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทลายแหล่งทำป้ายทะเบียนปลอม และเข้มงวดกวดขันตรวจสอบป้ายทะเบียนรถบนท้องถนน รวมถึงการติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็วในสถานที่ต่าง ๆ ก็จะสามารถจับภาพรถที่ทำผิดกฎจราจร หรือสวมทะเบียนปลอมผิดกฎหมายอยู่ด้วย

ซึ่งผู้กระทำผิดจะได้รับโทษตาม พ.ร.บ.รถยนต์ และความผิดฐานปลอมเอกสาร หรือใช้เอกสารปลอม ซึ่งเป็นคดีอาญา มีโทษจำคุก 6 เดือน - 5 ปี ปรับ 1,000-10,000 บาท หากเต็นท์นำรถมาสวมทะเบียนปลอมเพื่อขายต่อ ก็จะมีความผิดฐานฉ้อโกงอีกกระทงด้วย

ปัญหารถยนต์ถูกสวมทะเบียนปลอม ไม่ว่าจะกับรถยนต์ยี่ห้อไหน หรือรถนำเข้าจากต่างประเทศ ที่ยังคงเกิดขึ้นซ้ำซาก นั่นเพราะมีขบวนการปลอมแปลง เพื่อหลบเลี่ยงภาษีตบตาเจ้าหน้าที่ สิ่งสำคัญคือ ประชาชนต้องช่วยแจ้งเบาะแส และเจ้าหน้าที่เองก็ต้องมีมาตรการที่เข้มงวดด้วย

Tag : เจาะประเด็นเด็ด เจาะประเด็นสเปเชียล รถสวมทะเบียนปลอม สวมทะเบียนรถ ใบสั่ง ตำรวจ ปอท