เจาะประเด็นเด็ด : ร้อง! รอหมอผ่าคลอด ลูกตายในท้อง

วันที่ 1 มิ.ย. 2561 เวลา 17:30 น.

Views

วันนี้เป็นเรื่องราวของคุณพ่อคุณแม่คู่หนึ่ง ที่ใช้เวลากกว่าจะมีลูกน้อย สร้างครอบครัวแบบสมบูรณ์หลายปี ท้ายที่สุดเหมือนสวรรค์เป็นใจส่งลูกน้อยมาเกิด แต่พวกเขากลับดีใจได้ไม่นาน เมื่อวันคลอด จู่ ๆ กลับได้รับแจ้งว่าลูกน้อยสำลักน้ำคร่ำตายในท้อง ต้องรีบผ่าออก ไม่อย่างนั้นคุณแม่อาจจะเสียชีวิตไปด้วย

ท้ายที่สุด เหตุการณ์นี้กลับยังไม่ได้รับคำชี้แจงจากทางโรงพยาบาล เพราะทางครอบครัวมองว่าการสูญเสียที่เกิดขึ้น เกิดจากความสะเพร่าของคนไม่กี่คน จึงอยากร้องขอความเป็นธรรม วันนี้ทีมข่าวเจาะประเด็นเด็ด ลงพื้นที่ค้นหาความจริง พร้อมเปิดใจกับทาง 2 ฝ่ายเพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุด

ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ Arthit Lungsawat ได้โพสต์ภาพผู้หญิงรายหนึ่งและทารกที่เพิ่งคลอดออกมา พร้อมข้อความว่า "ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ หาหมอควรเลือกที่มีจรรยาบรรณ เคสนี้ฝากท้องพิเศษ แต่ไม่มาดูเด็กจนตายในท้อง แม่เกือบตายตาม" เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดปราจีนบุรี

ทีมเจาะประเด็นเด็ด บุกลงพื้นที่ไปเปิดใจผู้เป็นพ่อ ล่าสุดยังคงโศกเศร้า ส่วนภรรยาก็ยังทำใจไม่ได้ ขอไม่พูดอะไร ให้สามีพูดแทน แม้ก่อนหน้านี้ภรรยาจะเคยมีลูกมีครอบครัวมาแล้ว แต่พอมาเริ่มต้นใหม่กับตน ลูกคนนี้ถือเป็นลูกชายคนแรกที่เป็นความหวังของครอบครัว ช่วงตั้งครรภ์ตนก็คอยดูแลประคบประหงมภรรยาอย่างดี พาไปตรวจสม่ำเสมอ ไม่เคยพบความผิดปกติใด ๆ จนกระทั่งสัปดาห์ที่ 37 หมอแจ้งว่าลูกเป็นเพศชาย สุขภาพแข็งแรง สามารถคลอดได้แล้ว แต่ถ้าอยากให้แข็งแรงกว่านี้ให้รอไปจนสัปดาห์ที่ 40

จนกระทั่งสัปดาห์ที่ 40 บวกไปอีก 2 วัน จู่ ๆ ภรรยาก็ปวดท้อง ตนเลยรีบพามาโรงพยาบาล ทีมห้องคลอดบอกว่าปากมดลูกเปิดแค่ 1 เซนติเมตร ให้กลับบ้านไปก่อน จนวันรุ่งขึ้นช่วง 5-6 โมงเย็นปวดท้องมากขึ้น จึงกลับไปโรงพยาบาลอีกครั้ง พยาบาลให้นอนรอกระทั่ง 5 ทุ่ม ภรรยาทนไม่ไหว ตนจึงบอกพยาบาลให้ช่วยโทรตามหมอมาหน่อย แต่พยาบาลกลัวโดนคุณหมอดุ จนกระทั่งตี 1 พอหมอมาพบว่าเด็กตายในท้อง และแม่เด็กเสี่ยงเสียชีวิตตาม หมอจึงผ่าเอาเด็กออก ที่ช้ำใจหนักคือ คำพูดของหมอที่พูดกับภรรยาว่า "เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ปกติ เดี๋ยวก็มีใหม่ได้" แล้วบอกกับตนว่า "เสียใจด้วยครับ" จากนั้นก็เดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ตอนนั้นตนรู้สึกเหมือนชีวิตพังทลาย พูดไม่ออก พยายามไม่ร้องไห้ให้ภรรยาเห็น พอไปบอกภรรยาที่ห้องพักฟื้น ก็เจอภาพเจ็บปวด คนไข้ทุกเตียงต่างมีลูกนอนขนาบข้าง แต่เตียงภรรยาเขากลับมีเพียงแค่ตะกร้าว่างเปล่า ยอมรับว่าตนเห่อมาก กะว่าจะตั้งชื่อลูกชายว่า "น้องอชิ" ชื่อจริงว่า "จิรากร" ตามศิลปินที่ตนชื่นชอบ ไม่นึกว่าจะไม่มีโอกาสแม้แต่ได้เรียกชื่อลูก
               
หลังจัดงานศพให้ลูกชาย ข้าวของที่เตรียมจะรับขวัญลูก ก็บริจาคให้กับคนอื่น เพื่อที่จะทำบุญให้กับดวงวิญญาณของลูก และไม่อยากจะเก็บไว้ให้สะเทือนใจ

จนถึงตอนนี้ยังแคลงใจกับสาเหตุการตายของลูก ย้อนนึกตลอดว่า ในเมื่อภรรยาไปถึงมือหมอแล้ว หญิงท้องแก่ที่พร้อมจะคลอดแล้ว แต่เหตุใดหมอถึงไม่วินิจฉัยให้ผ่าตัดเลยทันที ทำไมต้องปล่อยให้นอนรออยู่หลายชั่วโมง หรือเป็นเพราะหมอที่ตนฝากครรภ์ไว้ไม่ได้เข้าเวร ทุกอย่างจึงล่าช้า วันนั้นพอหมอมาถึงโรงพยาบาลก็แจ้งตนว่า ชีพจรของน้องเริ่มเต้นช้าลง และหากตัดสินใจผ่าคลอด ก็อาจจะไม่ทำให้ภรรยาเสียชีวิตอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาภรรยาดูแลครรภ์สุขภาพสมบูรณ์มาตลอด และยิ่งคลอดออกมา ลูกมีน้ำหนักมากกว่า 4,000 กรัม แสดงว่าเด็กร่างกายแข็งแรงดี แต่สุดท้ายก็ไม่อยากจะโทษว่าเป็นความผิดของแพทย์ แต่อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่กำลังจะมีลูกทุกคน

ญาติเผย ตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์ แม้ผู้เป็นแม่ต้องคอยขายของตลอดเวลา แต่ก็ดูแลสุขภาพอย่างดี จะคอยลูบท้องบอกรักลูกตลอดเวลา และยังบอกกับตนอยู่ว่าจะตั้งใจทำงานเพื่อนำเงินมาเลี้ยงลูกคนนี้ และวันคลอดก็จะคอยบอกว่าไม่ให้เครียด แต่สุดท้ายแล้วตนกลับได้ยินข่าวร้ายทางโทรศัพท์ ก็ต้องตกใจสุดขีด ไม่นึกว่าจะมาได้ยินข่าวร้ายที่เกิดขึ้นกับครอบครัว

ซึ่งข้อมูลสอดคล้องกับลูกจ้างในร้าน ซึ่งคลุกคลีกับตัวภรรยามาหลายปี ก็เปิดใจว่า ถึงแม้จะเป็นลูกจ้างแต่ก็สนิทกับครอบครัวนี้ เห็นและสัมผัสมาตลอดว่านายจ้างท้อง ตัวเองก็แสดงความดีใจมาด้วยตั้งแต่แรก ตลอดที่ตั้งครรภ์ไม่เคยมีอารมณ์เครียดเลย ที่ผ่านมาก็ยิ้มแย้มแจ่มใจ เดินเหินคล่อง จนถึงวินาทีสุดท้าย เจ๊มาบอกว่าจะคลอดแล้ว ตัวเองก็ยังอยู่ด้วยตอนนั้น ก็ยังรู้สึกดีใจอยู่เลยว่าจะมีเด็กมาวิ่งเล่นสร้างสีสันภายในร้าน สุดท้ายแล้วก็ต้องมารับข่าวร้าย ซึ่งก็รู้สึกสงสารที่ต้องมาสูญเสียลูกอันเป็นที่รักในวันคลอด หัวอกคนเป็นแม่รู้ซึ้ง รับรู้เลยว่าเจ็บปวดบอบช้ำขนาดไหน

ในส่วนของชาวบ้านบอกว่า ถึงแม้จะไม่สนิทคลุกคลี แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็รู้ว่าเขาตั้งท้อง ก็ยังเห็นว่าไม่มีภาวะเจ็บป่วยอะไรมาก่อน ดูมีสุขภาพครรภ์ที่โตวันโตคืน ยังนึกในใจว่าท้องแต่ยังดูดีอยู่เลย จนกระทั่งมาเห็นข้อมูลที่มีคนแชร์ว่า คลอดลูกที่โรงพยาบาลแล้วตาย ก็ตกใจและหดหู่ใจตามไปด้วย ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง คิดว่าเป็นเรื่องที่แชร์มั่ว พอมาที่ร้านก็รู้ว่าเป็นความจริง ก็แสดงความเสียใจกับครอบครัว ส่วนประเด็นที่มีการพาดพิงว่าหมอมาช้า ชาวบ้านขอไม่แสดงความคิดเห็น เพราะไม่แน่ใจว่าเป็นความจริงหรือเปล่า

เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทีมข่าวเราเดินทางไปยังโรงพยาบาลที่ถูกอ้างว่ากระทำการโดยประมาท จนทำให้เด็กเสียชีวิต ซึ่งทางโรงพยาบาลยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ

ด้าน รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ที่ทางครอบครัวอ้างว่าได้มาทำคลอดในวันเกิดเหตุ ก็ได้มีการชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าหมอมาช้าหรือไม่ ทางโรงพยาบาลให้ข้อมูลว่า ตามหลักแล้วมีทีมแพทย์อยู่ตลอดเวลา มีการตรวจเอ็กซเรย์ก่อนผ่าคลอดอยู่แล้วว่าควรทำอย่างไร จนกระทั่งช่วงหนึ่งที่พยาบาลส่งผลเอ็กซเรย์มา พบว่ามีภาวะกดดันบางอย่างในครรภ์ ที่ทำให้ชีพจรของเด็กลดลง ตามภาษาแพทย์ว่าเป็นภาวะการกดดันบางอย่างในครรภ์ ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่แน่ใจว่าเกิดจากสาเหตุใดที่ทำให้ชีพจรเด็กเต้นช้าลง ซึ่งวินาทีนั้นก็เลยได้สั่งให้ผ่าตัดคลอดโดยด่วน จนกระทั่งนำเด็กออกมาจากท้อง ก็พบว่าชีพจรเด็กช้าลง และสำลักน้ำคร่ำ ซึ่งทั้งหมดยืนยันไม่ได้ว่าเกิดจากทีมแพทย์ แต่เป็นเหตุสุดวิสัยที่อาจเกิดได้จากคนท้องใกล้คลอด

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า คนท้องมารับการรักษา เข้ามาก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 25 มาตอนนั้นมีอาการเจ็บท้องมาหาหมอ ซึ่งจากการการวินิจฉัยตามขั้นตอน พบว่าปากมดลูกไม่เปิด ซึ่งทางโรงพยาบาลไม่ได้บังคับว่าจะให้นอนโรงพยาบาลหรือไม่ แต่มี 2 ทางให้เลือกคือ จะนอนโรงพยาบาลก็ได้  หรือเลือกที่จะกลับบ้านก็ได้ ซึ่งตรงนี้ทางโรงพยาบาลยืนยันว่า คนไข้ขอกลับบ้านเพราะความสะดวกในการดูแล เลยยอมให้กลับบ้านไป จนกระทั่งวันเดียวกันช่วงทุ่ม คนไข้ก็กลับมา ตอนนั้นมีอาการปวดท้อง ตอนนั้นก็มีการตรวจร่างกายต่าง ๆ ก็ยังไม่พบภาวะคลอดได้ เลยให้นอนดูอาการ จนสุดท้ายแล้วแพทย์ตัดสินใจผ่าคลอดในที่สุด

ทีมเจาะประเด็นเด็ด ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวนี้ และขอให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้ไปได้โดยเร็ว

Tag : เจาะประเด็นเด็ด เจาะประเด็นสเปเชียล ลูกตาย รอคลอดจนลูกตาย เด็กสำลักน้ำคร่ำตาย ลูกสำลักน้ำคร่ำตาย ผ่าคลอด ลูกตายในท้อง